News ข่าวสุขภาพ ข่าวโควิด วัคซีนโควิด ตรวจโควิด
แพคเกจสุขภาพ
English
About us เผยแพร่เนื้อหา สถิติเว็บไซต์ โฆษณา
healthserv.net@gmail.com
กฏหมายห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ บังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 4,000 บาท HealthServ.net
กฏหมายห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ บังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 4,000 บาท HealthServ.net

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประกาศ “เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ พ.ศ.2565” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.2565 ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก โดยระบุว่า ห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดในขณะที่รถเคลื่อนที่ แต่สามารถใช้ได้โดยติดอุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา

 
 
 
1.ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาหรือระบบกระจายเสียงจากเครื่องโทรศัพท์ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น สมอลล์ทอล์ค หรือบูลทูธ 
 
2.ใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษสำหรับยึดหรือติดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้กับส่วนหน้าของตัวรถทุกครั้งก่อนการขับรถ และต้องไม่บดบังทัศนวิสัยหรือเสียความสามารถในการขับรถ
 
หากมีความจำเป็นต้องถือ จับ หรือสัมผัสโทรศัพท์เพื่อใช้งานขณะรถเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการกดหมายเลขโทรออก รับสาย เล่นเกม ดูหรือพิมพ์ข้อความ ดูภาพ และกิจกรรมอื่นๆ ให้ผู้ขับขี่หยุดหรือจอดรถในสถานที่สำหรับจอดรถอย่างปลอดภัย ผู้ที่ฝ่าฝืนปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
 

กฏหมายห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ บังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 4,000 บาท HealthServ
กฏหมายห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ บังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 4,000 บาท HealthServ

ข่าว/บทความล่าสุด

[ทั้งหมด]

เนื้อหามีผู้อ่านล่าสุด

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ เลขที่ใบอนุญาต สถานพยาบาล

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv

เพิ่มเพื่อน @healthserv
เพิ่มเพื่อน @healthserv
https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง