× รพ.ตรวจโควิด ข่าวโควิด
แพคเกจสุขภาพ
ลงข้อมูล โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

กลไกตลาดเสรีคือทางออก ของราคาหมู

กลไกตลาดเสรีคือทางออก ของราคาหมู - HealthServ

สุกรถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ หรือคอมโมดิตี้ (commodities) ที่ปรับราคาขึ้นและลงไปตามดีมานด์และซัพพลาย และราคาจะปรับได้เองตามกลไกตลาดที่แท้จริง ซึ่งถือเป็นทางออกเกษตรกรทุกคน

article image1 - HealthServ
 
ปรากฎการณ์ราคาสุกรปรับตัวฉับพลันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่สุดแล้วก็ได้ “กลไกตลาดเสรี” เป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย ทำให้ราคาลดลง สู่จุดสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตสุกร กับการบริโภคของประชาชน เรื่องนี้เป็นหลักเศรษฐศาสตร์และหลักจิตวิทยา เมื่อราคาปรับตัวในระดับหนึ่ง ผู้บริโภคจะลดการบริโภคลงหันไปบริโภคโปรตีนชนิดอื่นแทน เมื่ออุปสงค์กับอุปทานกลับมาอยู่ในจุดเดียวกัน ราคาก็จะปรับตัวลดลงได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีการควบคุมราคาหรือบิดเบือนตลาดให้เสียเวลา 
 
 
ครั้งนี้ก็เช่นกันที่ราคาสุกรปรับตัว เหตุเพราะปริมาณการผลิตที่ลดลง สืบเนื่องจากผลพวงของโรค ASF ในสุกร ที่พบเมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา หากพิจารณาตารางแสดงข้อมูลการผลิตสุกรของไทย จะเห็นว่าปัจจุบันจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงหายไปจากระบบมากถึง 10,951 ราย หรือลดลง 9.06% เมื่อเทียบกับปี 2564 ส่งผลให้ภาพรวมการผลิตสุกรของไทย มีจำนวนสุกรรวมลดลงไปถึง 17.91% เป็นปริมาณแม่สุกรที่หายไป 4.24% และจำนวนสุกรที่ลดลง 18.97% เป็นภาพสะท้อนกลไกตลาดที่แท้จริงของภาวะการผลิตสุกรในขณะนี้  
 
 
article image2 - HealthServ

ปริมาณลดลง ราคาเพิ่มขึ้น





เมื่อปริมาณลดลง ไม่สอดคล้องกับการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเดือนเมษายน ทำให้ราคาจำเป็นต้องปรับขึ้น เรื่องนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ข้อมูลว่า จากปัจจัยด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผลิตเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยเสริมเรื่องสภาวะอากาศแปรปรวนมีผลต่อการผลิตสุกร ส่งผลให้จำนวนสุกรขุนลดลง 
 
 
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาปริมาณผลผลิตในระยะยาวนั้น กรมปศุสัตว์ได้เร่งให้ปศุสัตว์พื้นที่ทั่วประเทศออกให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านการยกระดับระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity System) สำหรับฟาร์มการเลี้ยงสัตว์ ทั้งการส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มมีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management : GFM) มาตรฐานที่ใช้ในฟาร์มขนาดเล็กและขนาดกลาง และผลักดันมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) ในฟาร์มขนาดใหญ่อย่างเข้มข้น พร้อมผลักดันแนวทางฟื้นฟูเกษตรกรโดยเฉพาะรายย่อย-รายเล็ก ด้วยหลักเกณฑ์การนำสุกรเข้ามาเลี้ยงใหม่ ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้เลี้ยงทำให้สามารถผลิตสุกรได้อย่างยั่งยืน 


 
 
 

ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม 100 บาทต่อกิโลกรัม


ทางด้านสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยืนยันว่าผู้เลี้ยงสุกรทุกภูมิภาค ร่วมสนองนโยบายรัฐบาล ในช่วงที่ทุกฝ่ายพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว หลังเริ่มนโยบายเปิดประเทศไปแล้วเมื่อ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยผู้เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและใกล้เคียง จะรักษาระดับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม 100 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ฟาร์มในภูมิภาคพื้นที่ห่างไกลออกไป อาทิ ภาคเหนือ และภาคอีสาน ราคาในพื้นที่สูงกว่าพื้นที่อื่นเล็กน้อย เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งที่แพงกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือยังคงพึ่งพาชิ้นส่วนสุกร และสุกรขุนจากภูมิภาคอื่นอยู่ แม้ว่าผู้เลี้ยงสุกรจะยังต้องรับภาระต้นทุนการเข้มงวดด้านสุขภาพสัตว์ และต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผลิตเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนราคาน้ำมันดีเซล ที่ปรับขึ้นอีก 2 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ระดับ 32 บาทต่อลิตร และค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) เรียกเก็บเพิ่ม 23.38 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่า FT เรียกเก็บ 24.77 สต.ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฐานจึงต้องจ่ายค่าไฟรวม 4 บาทต่อหน่วย  
 
 
 

ผลกระทบโรค ASF


นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ ให้ข้อมูลว่าผลกระทบโรค ASF ทำให้จำนวนเกษตรกรทั่วประเทศลดลงไปเกินกว่าครึ่ง ส่งผลให้ผลผลิตสุกรลดลงกว่า 50% ไม่เพียงพอกับการบริโภค โดยเฉพาะเกษตรกรในภาคเหนือมากกว่า 80% จำเป็นต้องหยุดการเลี้ยง คงเหลือเพียง 20% ที่ยังสามารถเลี้ยงสุกรได้ต่อไป เมื่อปริมาณสุกรไม่เพียงพอจึงต้องพึ่งพาภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมสุกรไทย ยังคงมีผู้เลี้ยงที่หลากหลาย ทั้งเกษตรกรรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ที่พร้อมใจรักษาอาชีพเลี้ยงสุกรเอาไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภคอย่างเด็ดขาด สำหรับการปรับราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด โดยไม่มีการขึ้นราคาตามอำเภอใจ แต่เป็นการสะท้อนต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นกว่า 30-40% และเพื่อให้เกษตรกรพออยู่ได้บ้าง ย้ำว่าปริมาณสุกรในขณะนี้มีไม่มากและอยู่ในมือเกษตรกรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังคงยืนหยัด คัดค้านแนวคิดการนำเข้าเนื้อสุกร และขอให้ภาครัฐเร่งปราบปรามการลีกลอบนำเข้าเนื้อสุกร เพราะถือเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร เพิ่มความเสี่ยงผู้บริโภครับสารเร่งเนื้อแดงที่เป็นสารอันตรายและผิดกฎหมายไทย และยังเป็นระเบิดเวลาทำลายเศรษฐกิจชาติ 
 
 
 
สุกรถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ หรือคอมโมดิตี้ (commodities) ที่ปรับราคาขึ้นและลงไปตามดีมานด์และซัพพลาย และราคาจะปรับได้เองตามกลไกตลาดที่แท้จริง ซึ่งถือเป็นทางออกเกษตรกรทุกคน

เขียนโดย ณัฐภัทร ร่มธรรม นักวิชาการอิสระ ด้านการเกษตร 
ข้อมูล/ภาพจาก

มีผู้อ่านล่าสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv

เพิ่มเพื่อน @healthserv
เพิ่มเพื่อน @healthserv
https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)