× รพ.ตรวจโควิด ข่าวโควิด
แพคเกจสุขภาพ
ลงข้อมูล โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

"จะเอาชนะโควิด-19 วัคซีนเข็มกระตุ้นต้องมา" - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์

"จะเอาชนะโควิด-19 วัคซีนเข็มกระตุ้นต้องมา" - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ - HealthServ

ประโยคทรงพลังที่บ่งบอกความหมายอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา และพุ่งเป้าไปที่การมุ่งพิชิตไวรัสโควิดที่คุกคามเรามากกว่า 2 ปี แล้ว และถึงเวลาที่จะต้องหยุดลง จากบทสัมภาษณ์ "ศ.นพ.นิธิ มหานนท์" เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในหัวข้อ "เจาะลึกวัคซีนชนิด mRNA กับการสร้างเกราะป้องกันไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์" ในประเด็นเรื่อง 1) การศึกษาเปรียบเทียบระดับภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของโมเดอร์น่าเป็นเข็มกระตุ้น โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ 2) คำแนะนำในการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจากผู้เชี่ยวชาญ


"จะเอาชนะโควิด-19 วัคซีนเข็มกระตุ้นต้องมา"

 
เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่มีการพบโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเป็นครั้งแรกในโลกในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 โควิด-19 สายพันธุ์ที่น่ากังวลสายพันธุ์ใหม่นี้แพร่กระจายไปมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ข้อมูลจากโมเดอร์น่าและไฟเซอร์ช่วงก่อนคริสต์มาสเปิดเผยว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 หรือเข็มกระตุ้น ช่วยให้ภูมิคุ้มกันกลับมาสูงขึ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อและช่วยลดอาการรุนแรงลง คนไทยเองก็เริ่มมีคำถามเช่นกันว่า เราต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นด้วยไหม ฉีดกี่เข็ม และปริมาณวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับคนไทย แค่ไหนจึงจะเหมาะสม
 
 
 
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ยืนยันว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นมีความจำเป็นมาก เพราะเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา และเป็นธรรมชาติที่เชื้อต้องการอยู่รอด จึงปรับตัวหนีภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราไปเรื่อยๆ วิธีที่จะจัดการไม่ให้เชื้อหนีเราไปได้มี 2 วิธี คือ การทำให้ภูมิคุ้มกันของเราสูงขึ้นหรือหาวัคซีนใหม่ แต่สำหรับโควิด-19 ที่มีการระบาดต่อเนื่องแบบนี้ การหาวัคซีนใหม่นั้นยากเพราะต้องใช้เวลา
 
 
 
“การกระตุ้นไม่ให้ภูมิคุ้มกันลดลงจึงเป็นทางออกในตอนนี้ วัคซีนหรือยาทั่วไปก็เหมือนกันคือเมื่อร่างกายได้รับวัคซีนหรือยาแล้ว ภูมิคุ้มกันจะสูงอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่จะค่อยๆลดลง เราจึงต้องกระตุ้นอยู่เรื่อยๆ เพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกันให้สูงไว้จนกว่าเราจะมีวัคซีนโควิด-19 ใหม่ หรือโควิด-19 ไม่เป็นโรคระบาดแล้ว และกลายเป็นเหมือนไข้หวัดตามฤดูกาล”
 
 
 
 
 

กระตุ้นแค่ไหนจึงจะเหมาะสม

คำถามสำคัญตอนนี้ คือ ปริมาณของวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นต้องใช้แค่ไหนจึงจะเหมาะสม ขณะนี้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบระดับภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของโมเดอร์น่าเข็มกระตุ้น ขนาด 50 ไมโครกรัมและ 100 ไมโครกรัม และจะเน้นการวิจัยในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ทั้ง 2 เข็มแรกเป็นวัคซีนชนิดเดียวกัน  เช่น ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์ม 2 เข็มแรก หรือวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็มแรก 


สาเหตุที่จำเป็นต้องทำการวิจัยนี้ในประเทศไทย เนื่องจากการศึกษาในต่างประเทศนั้น ประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนเข็มแรกและเข็มสองเป็นชนิด mRNA ส่วนในประเทศไทย ในระยะแรก ประชาชนได้รับวัคซีนชนิดเชื้อตายเป็นส่วนใหญ่ ก่อนจะเป็นวัคซีนชนิดไวรัลเวคเตอร์ ผลการศึกษาจากต่างประเทศจึงอาจมีข้อมูลที่แตกต่างไป จึงจำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ
 
 
 

รอผลวิจัยสนับสนุน

การวิจัยนี้จะเน้นศึกษาระดับภูมิคุ้มกันที่มีต่อโปรตีนหนาม (Spike Protein) ที่ไวรัสใช้จับกับตัวรับบนเซลล์ของร่างกาย คือ IgG และใช้วัคซีนชนิด mRNA เป็นเข็มกระตุ้นเนื่องจากผลการวิจัยทั่วโลกยืนยันว่าวัคซีนชนิด mRNA เป็นวัคซีนที่กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าวัคซีนชนิดอื่น 
 
 
 
“ตอนนี้เรายังไม่มีวัคซีนที่ป้องกันสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ เราจึงต้องอาศัยวัคซีนชนิด mRNA ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิได้มากเป็นหลัก ในการวิจัย และต้องใช้เวลา 2-3 เดือนจึงจะเสร็จสิ้น จึงน่าจะทราบผลการวิจัยประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565” ศ.นพ.นิธิกล่าว
 
 

ติดตามข้อมูล ลดกังวลเกิน

 
ในระหว่างนี้ ศ.นพ.นิธิแนะนำว่า ประชาชนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและการรักษาโควิด-19 รวมทั้งติดตามข้อมูลทางวิชาการอยู่เสมอ เพราะมีข้อมูลใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ ขณะเดียวกันบริษัทผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์ต่างก็มีการพัฒนาวัคซีนใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
 
 
 
“เราไม่ควรกังวลมากเกินไปกับข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะแพทย์จะต้องหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนอยู่แล้ว สิ่งที่ทุกคนควรทำ คือ เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้ให้ได้ พยายามอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี ใส่หน้ากากล้างมือ ไม่อยู่ใกล้กันมากเกินไป แต่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จะให้อยู่ห่างกันมากคงไม่ได้ ดังนั้น วัคซีนจึงมีความสำคัญมากในขณะนี้ และควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกันไม่ให้ลดลงมาก” ศ.นพ.นิธิกล่าว
 
 
 
สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิด mRNA ไปแล้ว ศ.นพ.นิธิแนะนำว่าให้ทิ้งช่วงประมาณ 4-6 เดือนก่อนจะรับวัคซีนเข็มกระตุ้น สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิดเชื้อตาย ควรทิ้งช่วงประมาณ 2-3 เดือน และไวรัลเวคเตอร์ 3-6 เดือน ทั้งนี้ระยะห่างก่อนฉีดเข็มกระตุ้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราการระบาดในสังคม ความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อ รวมถึงความเสี่ยงจากโรคประจำตัวของแต่ละคนที่จะทำให้ระดับความรุนแรงของโรคมีมากขึ้น
 
 
 
วัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น จึงเป็นทางเลือกที่ได้ผลมากที่สุด จนกว่าองค์การอนามัยโลกจะประกาศว่าการระบาดของโควิด-19 ยุติลงแล้ว

 
ข้อมูล/ภาพจาก

มีผู้อ่านล่าสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv

เพิ่มเพื่อน @healthserv
เพิ่มเพื่อน @healthserv
https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)