× รพ.ตรวจโควิด ข่าวโควิด
แพคเกจสุขภาพ
ลงข้อมูล โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

บุหรี่ ภัยร้าย ทำหัวใจวาย ปอดพัง - ฟังคำแนะนำดูแลปอดจากผู้เชี่ยวชาญ รพ.หัวใจกรุงเทพ

บุหรี่ ภัยร้าย ทำหัวใจวาย ปอดพัง - ฟังคำแนะนำดูแลปอดจากผู้เชี่ยวชาญ รพ.หัวใจกรุงเทพ - HealthServ

บุหรี่มีสารมากกว่า 100 ชนิด ที่ส่งผลไม่ดีต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย ยิ่งสูบนานจะทำให้ยิ่งเพิ่มโรค โดยเฉพาะหัวใจและปอดเป็นอวัยวะที่ถูกบุหรี่ทำลายอย่างมาก การตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ ไม่เริ่มสูบ หรือหากสูบไปแล้วรีบเลิกทันที อีกทั้งตรวจเช็กสุขภาพหัวใจและปอดเป็นประจำทุกปีคือเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ ฟังคำแนะนำดูแลปอดจากผู้เชี่ยวชาญ รพ.หัวใจกรุงเทพ

article image1 - HealthServ
 

บุหรี่กับความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด

 
นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่กำลังสูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่ระยะเวลาเฉลี่ยมากกว่า 30 ปีและมากกว่า 1 ซองต่อวัน (หรือเท่ากับ 30 ปีซอง หรือ pack-year) ในช่วงอายุ 55 - 75 ปี หรือสูบบุหรี่ระยะเวลาเฉลี่ยมากกว่า 20 ปีซอง ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ อย่างกรรมพันธุ์ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งปอดได้

ซึ่งสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากควันบุหรี่เป็นตัวการสำคัญที่เข้าไปทำลายโครงสร้างป้องกันตัวเองของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ฯลฯ รวมถึงทำให้ผนังหลอดเลือดแดงแข็ง นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบชนิดเรื้อรัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง ปวดขาจากหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ การโป่งพองของหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง เป็นต้น

ยิ่งเวลาที่พ่นควันบุหรี่ออกมา ผู้ที่สูดควันบุหรี่จะได้รับสารเหล่านี้เทียบเท่ากับคนที่สูบบุหรี่ โดยอาการที่สามารถสังเกตได้เมื่อการสูบบุหรี่ส่งผลต่อหัวใจมี 2 แบบ ได้แก่

1) อาการแบบเฉียบพลัน จากการที่เส้นเลือดตีบหรือตัน อาทิ เจ็บหน้าอกทันที ใจสั่น และ

2) อาการแบบค่อยเป็นค่อยไป จากการเกิดหินปูนในหลอดเลือด อาทิ เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก ไม่มีแรง ฯลฯ มาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างออกกำลังกาย เดินขึ้นบันได เดิน เป็นต้น

นอกจากนี้ สารพิษในบุหรี่ยังกระตุ้นให้มีภาวะความดันโลหิตสูง โดยผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความดันโลหิตสูงมากกว่าคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่หลายเท่า โดยเฉพาะความดันโลหิตสูงในคนอายุน้อยที่ไม่มีกรรมพันธุ์ปัจจุบันพบได้มากขึ้น เมื่อความดันโลหิตสูงก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดตีบตามอวัยวะต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ในผู้ที่สูบบุหรี่ปริมาณมากและสูบตั้งแต่อายุยังน้อยพบว่ามีอุบัติการณ์ปัญหาหลอดเลือดตีบตันเร็วกว่าคนทั่วไป
 
 
article image2 - HealthServ
 

สูบบุหรี่เทียบได้กับการสูดฝุ่น PM 2.5


 
นพ. ผดุงเกียรติ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางผ่าตัดส่องกล้องปอด โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า เพราะการสูบบุหรี่เทียบได้กับการสูดฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในร่างกาย เมื่อบุหรี่ที่สูบส่งผลต่อปอด ได้แก่ หอบ หืด ถุงลมโป่งพองทั้งระยะเริ่มต้นและรุนแรง มีอาการหอบเหนื่อยเฉียบพลันได้ ทั้งยังทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ปอดแตก ปอดรั่วได้

ดังนั้นหากหยุดสูบบุหรี่หรือเลิกสูบบุหรี่ได้ย่อมทำให้การทำงานของปอดดีขึ้น

ในผู้ป่วยมะเร็งปอดที่หยุดสูบบุหรี่ได้เกิน 2 สัปดาห์ ความเสี่ยงที่จะเกิดผลแทรกซ้อนหลังผ่าตัดมะเร็งปอดเกือบจะเทียบเท่ากับคนที่ไม่สูบบุหรี่
 

แนะนำเอกซเรย์ปอดทุก 5 ปี


ทั้งนี้แพทย์แนะนำให้ผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่ ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปอดและหลอดเลือดหัวใจด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดโดยใช้รังสีต่ำ (Low Dose CT Chest) ร่วมกับการตรวจหาคราบหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score) อย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี แต่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ควรต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปอดทุก ๆ ปี เพราะหากพบความผิดปกติ จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้ทันท่วงที โดยข้อดีของการตรวจ คือเข้าเครื่อง CT ครั้งเดียว ตรวจหาความผิดปกติได้ทั้งปอดและหลอดเลือดหัวใจ ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร ใช้เวลาในการตรวจเพียง 10 - 15 นาที และผลการตรวจสามารถประเมินความเสี่ยงได้ในระยะ 5 ปี 
 
 
article image3 - HealthServ

ดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ


ถึงบุหรี่จะเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญในการทำลายปอดและหัวใจ แต่หากไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ การดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีภาวะอ้วน ไม่มีไขมันเกิน คุมเบาหวาน คุมน้ำตาลได้ ก็สามารถทำให้ปอดและหัวใจห่างไกลจากการถูกทำลายได้ แต่การเลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดก็คือสิ่งที่ดีที่สุด

วิธีการเลิกบุหรี่ที่ได้ผลในระยะยาวคือ การตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่และผลเสียต่อร่างกาย ที่นำไปสู่การปรับพฤติกรรมเพื่อเลิกบุหรี่ด้วยตัวเอง เพราะสารพิษในบุหรี่มีผลทันทีเมื่อเริ่มสูบและจะทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายอย่างต่อเนื่องแม้จะเลิกบุหรี่ได้แล้วความเสี่ยงทางสุขภาพก็ยังคงอยู่ ความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับจำนวนและระยะเวลาในการสูบ

ดังนั้นถ้าจะให้ดีที่สุดคือไม่เริ่มสูบ แต่ถ้าเริ่มไปแล้วก็ควรตระหนักและหยุดสูบทันที


บุหรี่ไฟฟ้า


ในบุหรี่ไฟฟ้าก็ส่งผลเสียกับร่างกายไม่ต่างกับบุหรี่ทั่วไป เข้าถึงง่าย ติดได้ง่ายกว่า ติดได้นานกว่าและความสะดวกสบายในการพกพา จึงควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า ไม่ว่าจะบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าก็ไม่ควรเริ่มและควรหยุดสูบเพื่อหยุดเสี่ยง ยิ่งเลิกได้เร็วยิ่งดีต่อตัวเอง เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลกวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ เรามาร่วมรณรงค์ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อสุขภาพปอดและหัวใจที่ดี


หากมีความสนใจเรื่องการตรวจคัดกรอง มะเร็งปอดและหัวใจหลอดเลือด
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ รพ.หัวใจกรุงเทพ โทร. 080-1919019 Contact Center โทร. 1719
article image4 - HealthServ
ข่าวสาร/บริการอื่นๆ ของ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
ข้อมูล/ภาพจาก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

มีผู้อ่านล่าสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv

เพิ่มเพื่อน @healthserv
เพิ่มเพื่อน @healthserv
https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)