× รพ.ตรวจโควิด ข่าวโควิด
แพคเกจสุขภาพ
ลงข้อมูล โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

ประกาศแล้ว โรงเรียนสังกัด กทม.เป็นพื้นที่ "ปลอดกัญชาหรือกัญชง" ห้ามขาย ห้ามโฆษณา

ประกาศแล้ว โรงเรียนสังกัด กทม.เป็นพื้นที่ "ปลอดกัญชาหรือกัญชง" ห้ามขาย ห้ามโฆษณา - HealthServ

ผู้ว่าชัชชาติ ลงนามแล้วมีผลทันที ห้ามขายห้ามโฆษณา อาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชงภายในโรงเรียน ให้ผู้บริหาร ข้าราชการ ครู เป็นแบบอย่าง ให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์เรื่องโทษและผลต่อสุขภาพแก่นักเรียน เฝ้าระวังปัญหาฯและแจ้งผู้ปกครอง


ประกาศ กทม. เรื่อง การเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดจากการใช้กัญชาหรือกัญชงในนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. 


    โดยที่เป็นการสมควรกำหนดมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดจากการใช้กัญชาหรือกัญชงในนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 จึงประกาศมาตรการและการเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดจากการใช้กัญชาหรือกัญชงในนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ดังนี้
 

1. ให้โรงเรียนสังกัด กทม. เป็นพื้นที่ "ปลอดกัญชาหรือกัญชง"

2. งดจำหน่ายอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชงภายในโรงเรียนสังกัด กทม.

3. ห้ามโฆษณาอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชงภายในโรงเรียนสังกัด กทม.

4. ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างแก่นักเรียน และกวดขัน ดูแลนักเรียนมิให้มีการบริโภคกัญชาหรือกัญชง

5. ให้โรงเรียนสังกัด กทม. มุ่งเน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงและอันตรายจากกัญชาหรือกัญชงแก่นักเรียนด้วยการบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมต่าง ๆ ในการเรียนการสอนทุกระดับ

6. ให้โรงเรียนสังกัด กทม. มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย และจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมนักเรียนตามความถนัดหรือความสนใจ โดยสอดแทรกและเน้นย้ำเรื่องพิษภัยของกัญชาหรือกัญชง

7. ให้โรงเรียนสังกัด กทม. ประชาสัมพันธ์เรื่องโทษของการใช้กัญชาหรือกัญชงที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน

8. ประสานความร่วมมือ แจ้งนโยบายการเฝ้าระวังปัญหาฯ แก่ผู้ปกครอง ชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้ารอบโรงเรียน เฝ้าระวังไม่ให้มีการจำหน่าย อาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชง

9. ให้ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนสังกัด กทม. ประสานความร่วมมือกับสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักการศึกษา และสำนักงานเขต เพื่อบูรณาการการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดจากการใช้กัญชาหรือกัญชงในโรงเรียนสังกัด กทม. อย่างใกล้ชิด
 
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565
ลงนามโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
 
article image2 - HealthServ
 

แนวทางปฏิบัติ


          ผศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ประกาศที่บังคับใช้นี้ เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เร่งรัด  เนื่องจากมีความเป็นห่วงเด็กและเยาวชนที่อายุไม่เกิน 18 หรือ 20 ปี  ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทางการแพทย์ยังไม่แนะนำให้ใช้กัญชา และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดที่จะเข้าถึงกัญชา กัญชงได้ง่าย ดังนั้น ประกาศฉบับนี้ จึงเป็นแนวทางการเฝ้าระวังและจะมีแนวทางดำเนินการ อาทิเช่น

1. การให้โรงเรียนมีสิทธิ์ตรวจตรา หรือขอทราบประเภทอาหาร-ขนม หรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่เป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้กัญชาแอบแฝงหรือเจือปนเข้าสู่สถานศึกษาหรือโรงเรียนได้

2. สั่งให้สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ สำนักการศึกษา และสำนักงานเขต ประสานการทำงานในรูปแบบการส่งต่อข้อมูลกันอย่างรวดเร็วที่สุด กำหนดแนวทางการปฏิบัติ และข้อควรระวัง สำหรับผู้อำนวยการโรงเรียน ครู ศูนย์บริการสาธารณสุข เครือข่ายเฝ้าระวังต่างๆ โรงพยาบาล และสำนักงานเขต จะต้องมีข้อมูลในมือเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน ตรงกันทั้งหมด 
 
 
           "สำหรับมาตรการเฝ้าระวังในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน จะมีครูพยาบาล มีบุคคลากรทำหน้าที่ในการดูแลอาหาร ขนม สวัสดิการต่างๆ ที่จะเข้าสู่โรงเรียน ดังนั้น มุมหนึ่ง เราต้องจัดการกำกับให้ไม่มีกัญชาในอาหาร หรือไม่ให้มีการเอากัญชา หรือผลิตภัณฑ์กัญชาใด ๆ เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ด้วยเหตุผลที่ว่า จะปล่อยให้เกิดการบริโภคกัญชาในเด็กไม่ได้ เราต้องกำกับควบคุมเรื่องนี้ค่อนข้างสูง นี่คือเรื่องของความเสี่ยงที่จะมีสารเข้ามาอยู่ในบริเวณโรงเรียน" รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว 
 

 
 

เฝ้าสังเกตภาวะรับกัญชาจากครอบครัว

 
           รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า อีกมิติหนึ่ง ต้องดูไปถึงความรู้ ความเข้าใจและสภาพแวดล้อมของเด็กนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องกัญชาด้วย ซึ่งขณะนี้ทุกโรงเรียน กทม. มีนโยบายแล้วว่าต้องมีการให้ความรู้ สื่อสารให้เด็กเข้าใจง่าย รวมถึงการดึงอาสาสมัครโรงเรียน (อสร.) มามีบทบาทเพิ่มเติมในเรื่องกัญชา โดยก่อนหน้านี้ อสร. อาจจะเน้นเรื่องเฝ้าระวังให้ความรู้เรื่องบุหรี่ สารมึนเมา สารเสพติด แต่ตอนนี้จะให้เน้นให้ความรู้เรื่องกัญชาด้วย  


 
            นอกจากนี้ จะต้องช่วยกันดูแลสังเกตสุขภาพเด็กนักเรียนเมื่ออยู่ที่โรงเรียนว่า มีภาวะอาการที่ทำให้สงสัยว่าไปรับกัญชามาจากครอบครัวหรือชุมชนภายนอกโรงเรียนด้วยหรือไม่ โดยให้พยาบาลจากศูนย์บริการสาธารณสุขเข้าไปยังโรงเรียนถี่ขึ้น ซึ่งแต่เดิมจะเข้าโรงเรียนเพื่อตรวจสุขภาพนักเรียนเชิงรุก ต่อจากนี้จะให้เข้าไปเพื่อให้ความรู้และช่วยกำกับดูแลสภาพแวดล้อมโรงเรียนและสังเกตว่ามีสัญญาณบ่งชี้อะไรที่ก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กนักเรียนหรือไม่ เพราะเด็กนักเรียนของ กทม. ไม่ควรมีภาวะเสี่ยงหรือภาวะที่ไม่ปลอดภัย โดย กทม.ให้ความสำคัญประเด็นนี้มากเช่นกัน 
 
 
 
           ในส่วนของสภาพแวดล้อมในพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่เขตต่าง ๆ กทม. จะต้องมีการเฝ้าระวังและการรายงานข้อมูลที่กระชับฉับไวขึ้น หาวิธีสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงประโยชน์หรือผลกระทบระดับต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้กัญชา เพื่อให้ใช้อย่างระมัดระวัง  สำหรับประชาชน ต้องขอความร่วมมือช่วยกันดูแลความปลอดภัยของลูกหลานเราและตัวเราเอง หากจะบริโภคอาหารควรสังเกต หรืออาจใช้วิธีการสอบถามผู้ขายว่ามีส่วนประกอบหรือไม่ เพราะบางรายอาจจะเกิดอาการแพ้ได้ ขอให้เราระมัดระวังไว้ หาข้อมูลให้มากขึ้น หากต้องใช้ ขอให้ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของตนเองจะดีกว่า
 
 
 
             ส่วนกรณีถ้าเจอเคสฉุกเฉินในเด็กนักเรียนนั้น กทม.มีระบบเฝ้าระวังแบบปฐมภูมิมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เพื่อเฝ้าระวังระบบสุขภาพ ซึ่งในแง่ของโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ กทม.มีพร้อมรองรับอยู่แล้ว แต่สำหรับเรื่องกัญชานั้น การดูแลช่วยเหลือเคสนักเรียนให้ไวที่สุดจะต้องเน้นระบบปฐมภูมิให้รวดเร็วมากขึ้น เริ่มที่ครูพยาบาลที่ประจำโรงเรียนและบุคลากรของโรงเรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ ได้รับการแนะนำจากศูนย์บริการสาธารณสุข มีระบบการส่งต่อจากโรงเรียนมายังศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่หรือโรงพยาบาลในสังกัด ทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด 
 
 
 
          ด้านการประเมินสถานการณ์แนวโน้มความเสี่ยงของกัญชาที่จะเข้าสถานศึกษานั้น อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นไปได้ รวมถึงการเกิดขึ้นในชุมชนที่เด็ก ๆ ต้องใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะกัญชาขณะนี้สามารถใช้ได้เสรีแล้ว จะต้องเฝ้าระวังและออกมาตรการเพื่อให้เท่าทันด้วย ซึ่งนอกเหนือจากการเฝ้าระวัง จะต้องมีการส่งตัวช่วยเหลือให้ไว การเข้มงวดในโรงเรียน รวมถึงการให้องค์ความรู้แก่ครู เด็กนักเรียน และผู้ปกครองควบคู่กันไป 
 
 
 
             "ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้ ใช้อย่างรู้เท่าทันในปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งในด้านการแพทย์ สาธารณสุข สุขภาพ และเศรษฐกิจ" รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวในตอนท้าย 
article image3 - HealthServ
ข้อมูล/ภาพจาก

มีผู้อ่านล่าสุด

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv

เพิ่มเพื่อน @healthserv
เพิ่มเพื่อน @healthserv
https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)