Vaccine Newsตรวจโควิดข่าวโควิด

เปิดแผนฉีดวัคซีนตุลาคม 24 ล้านโดส เป้าหมาย กลุ่มคนทั่วไป นักเรียน แรงงาน และเข็ม 3 บูสเตอร์

กรมควบคุมโรค เปิดแผนจัดหาวัคซีน 24 ล้านโดส ต.ค.นี้ พร้อมกระจายประชาชน ตั้งเป้ากลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปครอบคลุม 50% ทุกจังหวัด และบูสเตอร์โดสกลุ่มฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม พร้อมฉีดไฟเซอร์เด็ก 12 ปีขึ้นไปรับเปิดเทอม ขณะเดียวกันติดตามผลข้างเคียงต่อเนื่อง

Update: 12/09/2564 View: 429

สรุปจำนวนการฉีดวัคซีน 11 กันยายน 2564 
 

         11 กันยายน 2564 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค  แถลงข่าวแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด 19 ว่า  ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น 758,503 โดส ทำให้ยอดฉีดสะสมอยู่ที่ 39,631,862 โดส  โดยจำแนกได้เป็น
  • คนที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มอยู่ที่  26,954,546 คน
  • คนที่ฉีดครบ 2 เข็มมีจำนวน 12,063,643 คน
     
คาดว่าภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้จะฉีดได้ทั้งหมด 45 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปจะมีวัคซีนมากขึ้น และกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมพร้อมจัดสรรวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด เพื่อลดอาการป่วยรุนแรง หรือเสียชีวิต 
 

แผนการฉีดเดือนตุลาคม 24 ล้านโดส 

          นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า สำหรับแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด19 ในเดือนตุลาคม 2564 ประเทศไทยจะมีวัคซีนซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดส ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส ดังนั้น แผนในการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 24 ล้านโดส นอกจากนี้ยังมีซิโนฟาร์มที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำเข้ามาอีกประมาณ 6 ล้านโดส


กลุ่มเป้าหมายการฉีด

โดยภาพรวมกลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือนตุลาคม แบ่งเป็น

1.ประชาชนทั่วไปอายุ 18 ปีขึ้นไป 16.8 ล้านโดส 
2.นักเรียนอายุ 12-17 ปีทั่วประเทศ 4.8 ล้านโดส ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม ส่วนจะฉีดกลุ่มไหนชั้นไหนก่อน จะร่วมพิจารณากับกระทรวงศึกษาธิการ
3.แรงงานในระบบประกันสังคม 0.8 ล้านโดส 
4.หน่วยงานอื่น เช่น องค์กรรัฐ ราชทัณฑ์ 1.1 ล้านโดส และ
5.เข็มสามสำหรับคนฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม 0.5 ล้านโดส ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

เป้าหมายร้อยละ 50 ทุกจังหวัด

ทั้งนี้ แผนการฉีดวัคซีนโควิดที่ ศบค.เห็นชอบในเดือนตุลาคม เป้าหมายจะฉีดครอบคลุมประชากรทั้งหมดอย่างน้อยร้อยละ 50 ของทุกจังหวัด โดยพยายามให้อย่างน้อย 1 จังหวัดมีความครอบคลุมร้อยละ 70 และให้มีแผนดำเนินการ COVID free Area อย่างน้อย 1 พื้นที่ ซึ่งมีความครอบคลุมร้อยละ 80 อีกทั้ง ยังเน้นครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงมีครรภ์ให้มากที่สุด รวมไปถึงประชากรกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ตามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจัดสรร
 
          “เดือนตุลาคม เป็นเดือนที่ประชาชนจะมาฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ค่อนข้างมาก จึงต้องให้ได้รับครอบคลุมมากที่สุด  รวมทั้งกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป จะมีการจัดสรรในเดือนตุลาคมเช่นกัน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ส่วนคนฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม จากข้อมูลพบว่า เมื่อเวลาผ่านไป วัคซีนที่ฉีดไปแล้วนั้น ภูมิคุ้มกันจะลดลง และเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้ ดังนั้น คนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ต้องได้รับการกระตุ้นเข็ม 3 ในเดือนตุลาคมนี้ เบื้องต้นเริ่มในกลุ่มที่ฉีดครบโดสในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2564 และจะมีการจัดสรรวัคซีนไปยังพื้นที่เศรษฐกิจและควบคุมการระบาดต่อไป ทั้งนี้ เมื่อประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เราเชื่อว่า สถานการณ์การระบาดจะค่อย ๆ ลดลง สิ่งสำคัญจึงต้องขอความร่วมมือในการป้องกันโรคส่วนบุคคลแบบครอบจักรวาล หรือ Universal Prevention  รวมถึงการรับวัคซีน” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
 
 

สรุปวัคซีนในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน

ปัจจุบันประเทศไทยมีการฉีดวัคซีน 4 ชนิด คือ ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนฟาร์ม และ ไฟเซอร์

วัคซีนที่มีปริมาณการฉีดที่มากที่สุด คือ แอสตร้าฯ รองลงมาคือ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม และไฟเซอร์

อาการไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่คล้ายกัน มีไข้ ปวดศีรษะ เวียนหัว ถือว่าไม่รุนแรง พัก 1-2 วันทานยาลดไข้ก็จะดีขึ้น

อาการแพ้วัคซีน
-  อาการแพ้วัคซีนซิโนแวค หรือที่เรียกว่า Anaphylaxis พบ 24 ราย คิดเป็น 0.16 ต่อแสนโดส ซึ่งทั้งหมดอาการไม่รุนแรงมาก และได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติ

- อาการแพ้วัคซีนแอสตร้าฯ พบ 6 ราย หรือ 0.04 ต่อแสนโดส ทั้งหมดหายเป็นปกติ อีกอาการคือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับ  เกล็ดเลือดต่ำ หลังได้รับวัคซีน 5 ราย หรือ 0.03 ต่อแสนโดส ผลข้างเคียงจากวัคซีนหลักของไทยค่อนข้างน้อย มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง

- อาการแพ้วัคซีนซิโนฟาร์มพบ 4.46 ต่อแสนโดส แต่ต้องติดตามรายละเอียดเนื่องจากยังฉีดไม่มากพอ

- กรณีวัคซีนไฟเซอร์  ที่มีความกังวลของผู้ปกครองเรื่องภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังฉีดนั้น สำหรับไทยพบ 1 รายหลังจากฉีดไปประมาณ 1 ล้านโดส คิดเป็น 0.11 ต่อแสนโดส ขณะนี้หายเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม อาการไม่พึงประสงค์ทางกระทรวงสาธารณสุขมีการติดตามต่อเนื่อง

กรณีการเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน

 
กรณีเสียชีวิตจากวัคซีนนั้น มีข้อมูลดังนี้ 

1. คณะผู้เชี่ยวชาญได้รับพิจารณาแล้ว 416 ราย

2. พบว่า ไม่เกี่ยวกับวัคซีน 249 ราย เช่น ติดเชื้อระบบประสาทและสมอง เลือดออกในสมอง เส้นเลือดสมองอุดตัน ปอดอักเสบรุนแรง ติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นต้น

3. ส่วนอีก 32 รายไม่สามารถสรุปได้

4. ส่วนที่สรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนมี 1 ราย จากการฉีดไปเกือบ 40 ล้านคนที่พบว่ามีภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ

จึงเห็นได้ว่า มีส่วนน้อยที่พบกับอาการไม่พึงประสงค์ หากเทียบกับประโยชน์และความปลอดภัยของวัคซีน
 
 
ข้อมูลจาก : กองโรคติดต่อทั่วไป/กองระบาดวิทยา/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 11 กันยายน 2564

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv



https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)