โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา ENG

โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา
355 หมู่ 14 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
Line http://nav.cx/9cu3DDr | Facebook | Website | Google map

*ข้อมูลจากโรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา

ข่าวสาร กิจกรรม

ข้อมูลบริการ

โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านการรักษาโรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งเน้นประสิทธิภาพที่ดีในการดูแลรักษา ผสานคุณค่านวัตกรรมที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าสถาบันการแพทย์นานาชาติ
 
ชีวามิตราศูนย์รวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์ด้านการรักษาโรคมะเร็ง พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ได้มาตรฐานเทียบเท่ากับสถาบันการแพทย์ระดับนานาชาติ มุ่งเน้นประสิทธิภาพที่ดีในการักษาควบคู่กับการดูแลเอาใจใส่อย่างลึกซึ้ง ใส่ใจในเรื่องสภาพแวดล้อมในการรักษา ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายเป็นส่วนตัว เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นฟูสภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ดูแลคนไข้ดุจญาติมิตร และพร้อมสร้างทุกโอกาสและความเป็นไปได้ในการรักษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพอย่างที่เราเชื่อว่า "ทุกโอกาสคือความเป็นไปได้"
 
ชีวามิตรา "ยึดหลักดำเนินชีวิตด้วยมิตรภาพ" มุ่งเน้นการมอบสิ่งที่ดีที่สุดในการรักษา... เพื่อสร้างคุณค่าชีวิตที่ดีกว่าเดิม ด้วยปรัชญาการดำเนินงานด้วยความเอาใจใส่
 
INNOVATIVE TECHNOLOGY
เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา รักษามะเร็งได้ทุกประเภท
 
MEDICAL SPECIALISTS
ตรวจวินิจฉัยโรคได้ครอบคลุมและแม่นยำ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็ง
 
HEALING ENVIRONMENT
แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน
 
VISION
เรามุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการรักษาโรคมะเร็งที่ได้มาตรฐานเทียบเท่ากับสถาบันการแพทย์ระดับนานาชาติ
 
MISSION
พัฒนาโรงพยาบาลให้เป็นสถาบันเฉพาะทาง เป็นเลิศด้านการรักษาโรคมะเร็ง (CANCER CENTER EXCELLENCE)
 
พัฒนาศักยภาพด้านบริหารจัดการด้านการบริการ และเครือข่ายโรคมะเร็งให้มีความเข้มแข็ง (SERVICE EXCELLENCE)
 
สร้างความร่วมมือทางวิชาการและบริการด้านโรคมะเร็ง ร่วมกับประชาคมอาเซียนและสุขภาพโลก (THE PARTNERSHIP OF EXCELLENCE)
 
การให้บริการทางการแพทย์
  • เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์จำลองการรักษา (CT SIMULATOR)
  • รังสีรักษา (RADIATION THERAPY)
  • การรักษาโรคมะเร็งด้วยความร้อน (ONCOTHERMIA)
  • เคมีบำบัด (CHEMOTHERAPY)
คำถามที่พบบ่อย
 
โรงพยาบาลเปิดให้บริการในช่วงเวลาใดบ้าง
  • ประเภทผู้ป่วยนอก (OPD) เปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00-20.00 น.
  • ประเภทผู้ป่วยใน (IPD) เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
 
โรงพยาบาลเปิดให้บริการรักษาทุกโรคหรือไม่
โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งอย่างครบวงจร เปิดบริการตรวจสุขภาพประจำปี บริการรังสีรักษา บริการเคมีบำบัด การรักษาด้วยคลื่นความร้อน โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็ง มุ่งมั่นในการดูแลรักษาแบบองค์รวม โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
 
สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้ในช่องทางใดบ้าง
Contact Center 045-958888
อีเมล์ marketing@chiwamitra.com
การเข้ารับบริการโรงพยาบาลครั้งแรกต้องทำอย่างไรบ้าง
สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนเข้ารับบริการได้ที่ แผนกเวชระเบียน (Registration) ชั้น 1 โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โดยนำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้เข้ารับบริการมาในวันดังกล่าวด้วย หากต้องการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการ สามารถทำนัดหมายล่วงหน้าและรอรับการยืนยันนัดหมายจากเจ้าหน้าที่ 
 
 
วิธีการเดินทางมายังโรงพยาบาล
Location ของโรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา ตั้งอยู่ที่
ซอยนิภาพร ถนนชยางกูร ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี, 34000
 
 
บริการห้องพักผู้ป่วยมีกี่แบบ
โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา มีบริการห้องพักผู้ป่วยในสำหรับผู้ป่วยและญาติ 3 รูปแบบ
  1. ห้องพักเดี่ยวพิเศษ ขนาดพื้นที่ห้อง 53 ตร.ม.
  2. ห้องพักเดี่ยว ขนาดพื้นที่ห้อง 32 ตร.ม.
  3. ห้องพักรวม ห้องรวม 4 เตียง ขนาดพื้นที่ห้อง 52 ตร.ม.
 
 
ค่าใช้จ่ายในการบริการรักษาโรคมะเร็งเป็นอย่างไร
เนื่องด้วยความแตกต่างในการตอบสนองต่อการรักษาพยาบาลเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกัน ค่ารักษาพยาบาลอาจจะไม่เท่ากันในแต่ละราย ทั้งนี้โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตราจะมีการประเมินและแจ้งค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนทำการรักษาทุกครั้ง
 
 
ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิประกันสังคมและสิทธิข้าราชการ(เบิกตรง)ได้หรือไม่
โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรายังไม่มีนโยบายการเปิดรับสิทธิ์ประกันสังคมและบัตรประกันสุขภาพทุกประเภท
 
 
การตรวจมะเร็งเต้านมทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง
  1. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรทำเป็นประจำ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือหลังประจำเดือนมาวันแรกประมาณ 3-10 วัน
  2. การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ เป็นวิธีการตรวจมาตรฐานในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ทำให้สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการแสดง ทำให้เราสามารถตรวจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด
  3. การตรวจเต้านมด้วยแพทย์นั้นมีความจำเป็น ซึ่งผู้ป่วยมักมีความเข้าใจผิดว่า หากทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์แล้ว น่าจะเพียงพอ ไม่จำเป็นให้แพทย์ตรวจอีกครั้ง ซึ่งที่ถูกต้อง การตรวจเต้านมด้วยแพทย์ยังมีความจำเป็นเนื่องจากการตรวจด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์จะสามารถตรวจพบได้เพียง 85-90% แพทย์จะตรวจเพื่อยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติอื่นอีก เช่น กรณีมีเลือดออกจากหัวนม หรือมีแผลที่หัวนม มักจะไม่มีความผิดปกติจากการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ การตรวจอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง จะทำให้การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม สามารถตรวจพบความผิดปกติของเต้านมได้มากขึ้น
 
 
ควรตรวจมะเร็งเต้านมตอนอายุเท่าไร
ยังไม่มีข้อมูลจากการศึกษาในคนไทยที่ชัดเจนว่าควรตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุเท่าไร แต่อย่างไรก็ตามจากการเก็บข้อมูลสถิติของ Thai Breast Cancer Study Group พบว่าคนไทยมีอายุที่เริ่มเป็นมะเร็งเต้านมอายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี ดังนั้น การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
  • ตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งหลังประจำเดือนมา 3-10 วัน ตั้งแต่วัยที่เริ่มมีประจำเดือนให้เป็นนิสัย
  • อายุ 20-40 ปี อาจพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเต้านมด้วยการคลำทุก 2-3 ปี
  • อายุ 40-75 ปี ควรตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ ทุก 1-2 ปี 
 
 
มะเร็งเต้านม พบไว รักษาไว ไม่เสียชีวิตเสมอไปจริงหรือไม่
แม้ว่ามะเร็งเต้านมจะมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่มะเร็งเต้านมจัดว่ายังเป็นมะเร็งชนิดที่ดีกว่ามะเร็งอีกหลายชนิดในร่างการ เช่น มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งปอด จากสถิติของโรงพยาบาลศิริราชพบว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะ 0, 1 และ 2 มีโอกาสอยู่รอดปลอดภัยไปอีก 10, 20 หรือ 30 ปีได้มากถึง 90% ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงควรรีบพบแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่มและอย่าหมดกำลังใจในการเข้ารับการรักษา
 
 
อาการใดบ้างบ่งบอกสัญญาณอันตรายเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่เราควรจะไปพบแพทย์
  • มีเลือดหรือสิ่งผิดปกติออกจากร่างกาย เช่น มีตกขาวมากเกินไป
  • มีก้อนหรือตุ่ม เกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งของร่างกายและก้อนนั้นโตเร็วผิดปกติ
  • มีแผลเรื้อรัง
  • มีการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ผิดปกติหรือเปลี่ยนไปจากเดิม
  • เสียงแหบ ไอเรื้อรัง
  • กลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • มีการเปลี่ยนแปลงของหูด ไฝ ปาน เช่น โตผิดปกติ 
 
 
ทราบระยะของโรคมะเร็งด้วยวิธีการใดบ้าง
  • ตรวจร่างกาย
  • เอกซเรย์แบบต่าง ๆ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT), คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เพทสแกน (PET scan)
  • ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
  • ผลตรวจชิ้นเนื้อ
  • ลักษณะของก้อนที่พบจากการผ่าตัด
 
ขณะรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสี จำเป็นต้องอยู่ห่างจากคนใกล้ชิดหรือไม่
ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป กอดลูกหลานได้ ทานอาหารร่วมกับผู้อื่นได้ รังสีจะออกฤทธิ์เฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น
 
 
ควรเตรียมตัวก่อนทำเคมีบำบัดอย่างไรบ้าง
การทำเคมีบำบัดอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในบางด้าน การเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการรักษาจะช่วยบรรเทาความเครียด รวมไปถึงลดผลกระทบทางด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ ด้วยคำแนะนำต่อไปนี้:
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้พร้อมกับการรักษา ลดความวิตกกังวล
  • บำรุงร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่
  • ควรดื่มน้ำมาก ๆ ไม่น้อยกว่าวันละ 2-3 ลิตร
  • หากมีฟันผุ หรือเหงือกอักเสบ ควรพบทันตแพทย์เพื่อการรักษาก่อนเริ่มรับยาเคมีบำบัด เนื่องจากเมื่อทำการรักษาด้วยเคมีบำบัดจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ในการรักษาสุขภาพช่องฟันหลังจากได้รับเคมีบำบัดแล้วจะต้องเจาะเลือดก่อนทำฟันเพื่อดูจำนวนเกล็ดเลือด
  • เข้ารับการตรวจเลือดเพื่อดูความพร้อมของร่างกายก่อนให้เคมีบำบัด
  • รับประทานอาหารก่อนเริ่มรับยาเคมีบำบัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง และควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเริ่มรับยา
  • หากมีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำ ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ
 
 
การให้เคมีบำบัดต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาเคมีบำบัดสูตรละ 2-3 ชนิดขึ้นไป แต่ละครั้งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 4 ชั่วโมง ถึง 5 วัน หรือมากกว่า และมีระยะพักของการให้ยาแต่ละครั้งแตกต่างกันขึ้นกับแผนการรักษา การให้ยาเคมีบำบัดไม่สามารถกำหนดได้แน่นอนต้องให้กี่ครั้ง ขึ้นกับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค สภาพความพร้อมของผู้ป่วย ตลอดจนการตอบสนองต่อยา หรือมีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้รับการรักษาจะมารับยาตามนัดทุกครั้งเพื่อผลการรักษาที่ดี 
 
 
ผลข้างเคียงของการให้เคมีบำบัดมีอะไรบ้าง
ผู้ป่วยแต่ละรายอาจจะมีปฎิกิริยาตอบสนองต่อยาเคมีที่ต่างกัน ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยมีได้ดังนี 
  • ภูมิต้านทานลดลง
  • การทำงานของตับและไต
  • ฟกช้ำง่าย จากการที่เกร็ดเลือดต่ำ
  • มีแผลในช่องปาก
  • โลหิตจาง
  • ท้องเสีย
  • ตาพร่า, เคืองตา, ผมร่วง, ชาตามปลายมือปลายเท้า
ผู้เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดจึงควรแจ้งผลข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นกับท่านให้แพทย์ทราบทุกครั้ง โดยแจ้งในขณะที่รับยา หรือก่อนมารับยาในครั้งต่อไป เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ช่วยปรับขนาดของยาให้เหมาะกับการรักษาเป็นรายบุคคล
 
 
ONCOTHERMIA การรักษาโรคมะเร็งด้วยความร้อนดีอย่างไร มีวิธีการอย่างไรบ้าง
ONCOTHERMIA การรักษาโรคมะเร็งด้วยความร้อน เป็นการเพิ่มอุณหภูมิไปเฉพาะจุดก้อนมะเร็งด้วยความร้อนที่ 42-43 องศาเซลเซียส ระยะเวลารักษา 60 นาทีต่อครั้ง ซึ่งความร้อนระดับนี้ จะทำให้เซลล์มะเร็งสูญเสียการจำลองแบบของ DNA ทำให้การแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งช้าลง และไปขัดขวางขบวนการซ่อมแซมของตัวเซลล์มะเร็ง รวมถึงยับยั้งการสร้างเส้นเลือดใหม่ที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้มีการตายของเซลล์มะเร็งมากขึ้น ONCOTHERMIA จึงเป็นการเสริมการรักษาโรคมะเร็งร่วมกับให้รังสีรักษาและเคมีบำบัด โดยที่เซลล์ปกติจะไม่ได้รับผลกระทบข้างเคียงจากการรักษา แต่เซลล์มะเร็งจะเกิดความร้อนสะสม ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์อ่อนแอลงเพื่อให้การทำเคมีบำบัดหรือการฉายแสง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com