× รพ.ตรวจโควิด วัคซีนโควิด ข่าวโควิด
แพคเกจสุขภาพ
ลงข้อมูล โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

ผู้ป่วยรายแรกชาวโอมาน ยังทรงตัว สั่งเฝ้าระวังเข้มผู้ใกล้ชิด 141 ราย

ขณะที่ สธ.เผยอาการผู้ป่วยรายแรกชาวโอมาน ยังทรงตัว สั่งเฝ้าระวังเข้มผู้ใกล้ชิด 141 ราย พร้อมจับตาญาติ 2 รายที่มีอาการไข้-ไอ ชี้ส่งเชื้อตรวจแล้ว

  ขณะที่ สธ.เผยอาการผู้ป่วยรายแรกชาวโอมาน ยังทรงตัว สั่งเฝ้าระวังเข้มผู้ใกล้ชิด 141 ราย พร้อมจับตาญาติ 2 รายที่มีอาการไข้-ไอ ชี้ส่งเชื้อตรวจแล้ว
 
พร้อมเร่งควานหาตัวผู้โดยสารชาวไทยมีภูมิลำเนา จ.บุรีรัมย์ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงมาเข้ากระบวนการเฝ้าระวังโรค รุกประสาน 37 สายการบินให้ความรู้ผู้โดยสารก่อนถึงไทย ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเร่งรัฐบาลหามาตรการรองรับ กังวลกระทบต่อเป้าหมายดึงต่างชาติเที่ยวไทย
 
หลังจากไทยประกาศพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเมอร์ส-โควี เป็นรายแรก เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นชายชาวโอมาน อายุ 75 ปี ที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้สื่อทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจเฝ้าติดตามข่าวสารและมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อดังกล่าวของไทยอย่างใจจดใจจ่อ
 
ลูกชายผู้ป่วยเริ่มไอ–มีไข้
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.ที่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่จะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าอาการผู้ป่วยคนดังกล่าว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักข่าวทั้งจากในประเทศและต่างประเทศกว่า 100 ชีวิต ที่มารอฟังข่าว ส่งผลให้ สธ.ต้องย้ายที่แถลงข่าวจากเดิมที่จะแถลงบนชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัด สธ.มาเป็นด้านล่างอาคาร สธ.ที่มีขนาดใหญ่กว่าแทน โดยเวลา 12.30 น. นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข แถลงข่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย ไม่มีอาการทรุด ส่วนการรักษายังเป็นไปแบบประคับ ประคองและรักษาตามอาการ เนื่องจากยังไม่มียาและวัคซีนที่ใช้ในการรักษา สำหรับครอบครัวของผู้ป่วยนั้นขณะนี้พบว่าลูกชายมี อาการไอ ส่วนน้องชายของคนไข้มีอาการไข้ต่ำๆ ซึ่งขณะนี้ได้นำสารคัดหลั่งส่งไปตรวจแล้ว และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจ
 
ผู้ป่วยยังหายใจเองไม่ได้
 
ด้าน พญ.จริยา แสงสัจจา ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า จากการรับตัวชายชาวโอมาน ที่ป่วยเป็นโรคเมอร์ส มารักษาที่สถาบันฯ ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.นั้น ล่าสุดผู้ป่วยยังมีอาการปอดบวม ไม่มีไข้ แต่หายใจเองไม่ได้ ยังต้องให้ออกซิเจนอยู่ และเนื่องจากผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ และมีอาการรุนแรง ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าอาการจะดีขึ้นหรือไม่ ส่วนครอบครัวของผู้ป่วยอีก 3 คนนั้นถือเป็นผู้สัมผัสโรคใกล้ชิดได้ส่งตัวให้อยู่ในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศฯ แล้วเช่นกัน และขณะนี้ได้เก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ประสานไปยังสถานทูตโอมาน ให้ส่งล่ามมาช่วยแปลภาษาให้ ซึ่งแม้ว่าครอบครัวนี้จะพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แต่ก็อยากจะพูดภาษาประจำชาติ ส่วนสภาพจิตใจถือว่าดีขึ้นมาก
 
ขอ 37 การบินช่วยคัดกรอง
นพ.รัชตะกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขณะนี้ สธ.ได้ติดต่อกับสายการบินที่มาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคเมอร์ส จำนวน 37 สายการบิน ว่าไทยขอความร่วมมือให้ช่วยคัดกรองผู้เดินทางพร้อมให้ความรู้กับผู้โดยสารทุกราย พร้อมให้แจกคู่มือคำแนะนำด้านสุขภาพสำหรับผู้เดินทางระหว่างประเทศให้กับผู้โดยสารทุกราย และให้แนะนำว่าหากมีอาการไข้ ไอ ก็ขอให้รีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้ยังได้มีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ช่วยกันให้ความรู้และช่วยกันสกัดโรคอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการตรวจผู้ต้องสงสัยป่วยเมอร์ส ที่ จ.เชียงใหม่นั้น เบื้องต้นไม่พบเชื้อ
 
 คนมั่นใจมารักษาตามปกติ
 
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศ ที่สถาบันบำราศฯ ยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ แต่ทางสถาบันฯมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเบื้องต้น ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและบุคลากรของสถาบันฯ ให้มีการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีการแจกหน้ากากอนามัย ตั้งจุดเจลล้างมือให้ประชาชนที่มาใช้บริการ ขณะที่บริเวณหน้าห้องผู้ป่วยบริเวณอาคาร 3 ชั้น 2 ซึ่งบริเวณนั้นมีทั้งหมด 5 ห้องยังคงเงียบสงบ เนื่องจากแพทย์และเจ้าหน้าที่จะเข้ามาดูแลผู้ป่วยเป็นบางเวลาเท่านั้น ซึ่งเมื่อสอบถามผู้มารับบริการทางการแพทย์ต่างยืนยันมั่นใจในระบบคัดแยกผู้ป่วย เพราะสถาบันบำราศฯไม่ได้รับผู้ป่วยโรคนี้เป็นโรคแรก ก่อนหน้านี้ยังมีการรับผู้ป่วยทั้ง ไข้หวัดนก ซาร์ส และไข้หวัด 2009 มาดูแลแล้ว
 
 ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th/
 
 
ข้อมูล/ภาพจาก
มีผู้อ่านล่าสุด
ข่าว/บทความล่าสุด
ทั้งหมด

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ เลขที่ใบอนุญาต สถานพยาบาล

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv

เพิ่มเพื่อน @healthserv
เพิ่มเพื่อน @healthserv
https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง