× รพ.ตรวจโควิด วัคซีนโควิด ข่าวโควิด
แพคเกจสุขภาพ
ลงข้อมูล โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

โมลนูพิราเวียร์ ยาเม็ดรักษาโควิดของเมอร์ค (Molnupiravir by Merck)

Thumbnail HealthServ.net
Thumbnail HealthServ.net

เมิร์คอยู่ในขั้นตอนการยื่นขอรับรองแบบฉุกเฉินจาก FDA สหรัฐ หากผ่านการรับรอง ผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นยาต้านไวรัสชนิดทานตัวแรกของโลก

article image1 - HealthServ
ประเด็นสำคัญ
  • เมอร์คอยู่ในขั้นตอนการยื่นขอรับรองแบบฉุกเฉินจาก FDA สหรัฐ
  • หากผ่านการรับรอง ผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นยาต้านไวรัสชนิดทานตัวแรกของโลก
  • หุ้นเมอร์คพุ่งรับข่าวนี้ หุ้นวัคซีนร่วงระนาวเช่นกัน
  • รัฐบาลสหรัฐสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว 1.7 ล้านคอร์ส ราคา 700 เหรียญต่อคอร์ส
 
1 ตุลาคม 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานถึง ยาเม็ดรักษาโควิดจาก บ.เมอร์ค (Merck) ที่มีชื่อเรียกว่า โมลนูพิราเวียร์ - Molnupiravir (MK-4482, EIDD-2801) สามารถช่วยลดความรุนแรงและลดการเสียชีวิตในผู้ป่วยโควิด ลงได้มากถึง 50% อ้างอิงจากผลการทดลองระยะที่ 3 (Phase 3 MOVe-OUT trial in at risk) ที่เปิดเผยโดยบริษัทในวันเดียวกัน 
 
ยาโมลนูพิราเวียร์ตัวนี้ จะเป็นอีกขั้นของการควบคุมและรักษาโควิดเลยทีเดียว
 
บริษัทกำลังเร่งดำเนินการ ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ FDA สหรัฐพิจารณาเพื่อขอรับอนุญาตสำหรับใช้ในสภาวะฉุกเฉิน (EUA) เช่นเดียวกับที่วัคซีนโควิดได้รับ  และหากยาตัวนี้ได้รับการอนุมัติ ก็จะกลายเป็นยารักษาโควิดชนิดรับประทานตัวแรกของโลกในทันที และบริษัทส่งข้อมูลให้หน่วยงานรับรองของประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อพิจารณารับรองและอนุมัติการนำออกใช้ ในทันทีเช่นกัน 
 
"แนวทางจัดการโควิดจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง" โรเบิร์ต เดวิส ผู้บริหารเมอร์คกล่าวกับรอยเตอร์
 
 
"ยาตัวนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง" - ความเห็นของ อาเมช อดัลญ่า นักวิชาการอาวุโสแห่งม.จอห์น ฮอปกิ้นส์  และกล่าวเสริมว่า  "การรักษาที่เป็นอยู่ขณะนี้ยุ่งยากซับซ้อน มีอุปสรรคด้านการขนส่งมาก ลำบากต่อการบริหารจัดการ (วัคซีน) หากเปลี่ยนเป็นยากินได้ จะพลิกทุกอย่างเป็นตรงกันข้าม" 
 
"ยาต้านไวรัสโควิดที่สามารถใช้ทานที่บ้านได้ จะทำให้ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล" - 
 
 
 
article image2 - HealthServ

ผลการศึกษา

แรกเริ่มกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมทดสอบ 775 ราย ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมที่ต่อเนื่องจากการทดสอบระยะ 3 MOVe-OUT ก่อนหน้านี้ จนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 64 และ จากจำนวนผู้สมัคร 1,550 ราย กว่า 90% ตอบรับเข้าร่วมทดสอบ
 

เงื่อนไขที่กำหนดสำหรับผู้ป่วยที่เข้าร่วมทดสอบได้ คือ ต้องเป็นผู้ป่วยโควิดชนิดอาการไม่รุนแรงจนถึงปานกลาง มีอาการภายใน 5 วันของการสุ่มทดสอบ ผู้ป่วยต้องมีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่สัมพันธ์กับอาการป่วยที่ปรากฏออกมา  ผลที่ได้จากการทดสอบ ยาโมลนูพิราเวียร์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และ/หรือ การเสียชีวิต ได้ในทุกกลุ่ม (key subgroups)  ขณะที่ปัจจัยเรื่อง ระยะเวลาก่อโรค หรือ ปัจจัยเสี่ยงพื้นฐาน ไม่มีผลต่อประสิทธิผลในการรักษา 

และจากการศึกษาข้อมูลระดับการแพร่กระจายเชื้อ ในผู้ป่วยจำนวน 40% ของผู้ป่วยทั้งหมด พบว่า  ยาโมลนูพิราเวียร์  มีประสิทธิผลต่อทุกสายพันธุ์ ทั้งแกมมา เดลต้า และมิว 
 
สำหรับอาการไม่พึงประสงค์  เปรียบเทียบระหว่างโมลนูพิราเวียร์ กับกลุ่มยาหลอก (placebo groups) อยู่ที่ระดับ 35% และ 40% ตามลำดับ เช่นเดียวกันกับ อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากยา พบที่ระดับ 12% และ 11% ตามลำดับ 
 
  • อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่  Merck and Ridgeback’s Investigational Oral Antiviral Molnupiravir Reduced the Risk of Hospitalization or Death by Approximately 50 Percent Compared to Placebo for Patients with Mild or Moderate COVID-19 in Positive Interim Analysis of Phase 3 Study
 


 

 

แผนการเมื่อได้รับการรับรอง EUA

เมอร์คประเมินว่าจะสามารถผลิตโมลนูพิราเวียร์ได้เดือนละ 10 ล้านคอร์ส ภายในสิ้นปี 2021 และหวังว่าจะผลิตได้เพิ่มขึ้นในปี 2022
 
ต้นปี 2021 เมอร์คได้ลงนามจัดซื้อและส่งมอบโมลนูพิราเวียร์ 1.7 ล้านคอร์สใหักับรัฐบาลสหรัฐ เมื่อได้รับการรับรอง EUA หรือผ่าน FDA แล้ว ที่ผ่านมา เมิร์คยังได้บรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลหลายชาติ และอีกหลายชาติในขั้นเจรจา
 
บริษัทให้คำมั่นที่จะจัดหาส่งมอบโมลนูพิราเวียร์อย่างทั่วถึงทั่วโลก และได้วางแผนการกำหนดราคากับประเทศต่างๆ โดยพิจารณาข้อมูลรายได้ของแต่ละประเทศ จากธนาคารโลก เพื่อดูถึงศักยภาพทางการเงินต่อการสาธารณสุขแต่ละประเทศ
 
ด้วยเจตนาที่จะกระจายโมลนูพิราเวียร์ ให้ทั่วถึงทั่วโลก เมอร์คได้ประกาศ 5 ชื่อบริษัทในประเทศอินเดีย ที่จะได้รับสัญญาอนุญาตผลิต ได้แก่ 
  • Cipla Limited, 
  • Dr. Reddy’s Laboratories Limited, 
  • Emcure Pharmaceuticals Limited, 
  • Hetero Labs Limited 
  • Sun Pharmaceutical Industries Limited
     
ทั้ง 5 บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตจาก WHO และมีศักยภาพที่จะกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ และรายได้ปานกลาง (low- and middle-income countries -LMICs) กว่า 100 ประเทศ ทั่วโลก ตามเป้าหมายของเมิร์คได้
 
 

ปฏิกริยา

ข่าวดีจากเมอร์ค เป็นข่าวร้ายที่ส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทผลิตวัคซีนอย่างโมเดอร์นา ที่ร่วงลงกว่า 10% ขณะที่ไฟเซอร์ร่วงเล็กน้อยไม่ถึง 1% 
 
นักวิเคราะห์รายหนึ่งให้ความเห็นว่า "ผู้คนจะหวาดวิตกกับโควิดน้อยลง และการฉีดวัคซีนจะลดลง หากว่ามียาเม็ดสำหรับทาน"
 
นอกจากเมอร์คแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ยารักษาโควิดของบริษัทอื่น เช่นกัน อาทิ กิลเลด ไซนซ์ ที่เป็นสูตรผสานยาต้านไวรัสเรมดิซิเวียร์กับสเตียรอยด์ เด็กซาเมธาโซน ซึ่งทั้งสองตัวเป็นสูตรที่ใช้รักษาในโรงพยาบาลอยู่แล้ว
ด้านยักษ์ใหญ่อย่างไฟเซอร์และโรช ต่างก็กำลังพัฒนายาเม็ดรักษาโควิดเช่นกัน  
 
ข้อมูล/ภาพจาก
มีผู้อ่านล่าสุด
ข่าว/บทความล่าสุด
ทั้งหมด

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ เลขที่ใบอนุญาต สถานพยาบาล

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv

เพิ่มเพื่อน @healthserv
เพิ่มเพื่อน @healthserv
https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง