Home : ข่าว COVID-19

ปรับแนวทางให้ยาฟาวิพิราเวียร์กับผู้ติดเชื้อโควิด-19

Date: 07/05/2564 View: 273
ปรับแนวทางให้ยาฟาวิพิราเวียร์กับผู้ติดเชื้อโควิด-19  ข่าว COVID-19  Healthserv.net
ต่อกรณี ข่าวการให้ยาฟาวิพิราเวียร์เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด19 ที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลจริง ขณะที่สถานการณ์การระบาดในพื้นที่กรุงเทพมีมากและกระจายไปในจุดต่างๆมากขึ้น

กรมการแพทย์ ได้ร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ศึกษาผลการรักษาโรคโควิดจากการระบาดทั้ง 3 ระลอกรวมทั้งสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาและให้ยาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ติดเชื้อให้ดีที่สุด
 
ปรากฏข้อสรุป ดังนี้
1.ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการไม่มีโรคร่วมจะยังไม่ให้ยา
2.ผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ แต่มีโรคร่วมหรือมีปัจจัยเสี่ยงนอกเหนือจากการรักษาตามอาการ สามารถให้ยาต้านไวรัสได้ทันทีตามดุลพินิจของแพทย์ เช่น ผู้ที่มีภาวะอ้วน
3. ผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยและมีความเสี่ยงหรือมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อยให้ยาฟาวิพิราเวียร์ได้ รวมทั้งให้ยาสเตียรอยด์ในรายที่รุนแรงเพื่อช่วยลดอาการรุนแรงจน ซึ่งพบว่า ลดการใช้ท่อช่วยหายใจได้มาก 
4.ผู้ติดเชื้อที่มีอาการปอดอักเสบ ระดับออกซิเจนต่ำกว่า 96% หรือปอดอักเสบรุนแรงให้ยาฟาวิพิราเวียร์ โลพินาเวียร์ หรือริโทนาเวียร์ และสเตียรอยด์ในรายที่รุนแรง 
 
          “เราได้ปรับแนวทางการให้ยาที่เร็วขึ้น เน้นในผู้ติดเชื้อที่มีโรคร่วม และตามดุลยพินิจของแพทย์แต่ไม่หว่านแหให้กับทุกคน เนื่องจากยามีผลข้างเคียงและอาจเกิดเชื้อดื้อยาได้ เพราะผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วมส่วนใหญ่อาการจะไม่เปลี่ยนเป็นกลุ่มสีแดง จึงไม่จำเป็นต้องกินยา” นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว
 
          สำหรับภาวะโรคร่วมหรือปัจจัยเสี่ยงที่สามารถให้ยาฟาวิพิราเวียร์ได้ แม้ไม่มีอาการ ได้แก่
  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ
  • โรคไตเรื้อรัง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • โรคหัวใจแต่กำเนิด
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
  • ภาวะอ้วน น้ำหนักมากกว่า 90กิโลกรัม
  • ตับแข็ง
  • ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ น้อยกว่า 1,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
  • และภาวะอื่นๆ ที่แพทย์พิจารณาว่าเป็นภาวะเสี่ยง 

 ทั้งนี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ได้กระจายไปทั่วประเทศแล้ว 2 ล้านเม็ด และจะมีเข้ามาอีก 3 ล้านเม็ดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม  ส่วนอัตราการใช้ยาขณะนี้ประมาณ 50,000 เม็ดต่อวัน ซึ่งจะพอใช้ประมาณ 3 เดือน โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขได้สั่งองค์การเภสัชกรรม สำรองยาไว้อีก 2 ล้านเม็ด โดยใน กทม. ได้กระจายยาไปยังโรงพยาบาลทุกเครือข่ายรวมถึง รพ.สนาม และฮอสปิเทลด้วย
 
          ส่วนประเด็นระยะเวลาในการรักษาผู้ติดเชื้อในโรงพยาบาลที่อาจลดลงเหลือ 10 วันนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ติดเชื้อเป็นสำคัญ โดยหลักการให้การรักษาอย่างน้อย 14 วัน หากพื้นที่ใดมีปัญหาด้านการบริหารจัดการเตียง หรือผู้ป่วยได้รับการรักษาจนไม่มีอาการแล้วอย่างน้อย 24 - 48 ชั่วโมง สามารถจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 10 เป็นต้นไป แต่ขอให้แยกกักตัวเองต่อที่บ้านต่ออีก 4 วัน ทั้งนี้ ให้ปรับตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com