Home : ข่าว COVID-19

เฝ้าระวังไวรัสกลายพันธุ์ไฮบริด (ลูกผสม)และการติดเชื้อต่างสายพันธุ์ในคนเดียวกัน

มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์จีโนมทางการแพทย์ แต่ทั้ง 2 กลุ่มยังไม่พบการติดเชื้อในประเทศ
Date: 07/06/2564 View: 171
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์จีโนมทางการแพทย์ เปิดข้อแตกต่างไวรัสกลายพันธุ์ 2 กลุ่ม ทั้ง” ไวรัสลูกผสม หรือไฮบริด” และ “การติดเชื้อต่างสายพันธุ์ในคนเดียวกัน (co-infection)” ย้ำ! ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบ ลั่นไทยมีระบบเฝ้าระวังต่อเนื่อง
 
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการเฝ้าระวังไวรัสกลายพันธุ์ใหม่ (new variant) ในกลุ่มไวรัสลูกผสม (hybrid of COVID-19 variants) และการติดเชื้อต่างสายพันธุ์ในคนเดียวกัน (co-infection) ว่า ขณะนี้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยกรณีไวรัสลูกผสม จะเป็นไวรัสตัวใหม่ ส่วนกรณีคนเดียวติดสองเชื้อมีความเป็นไปได้ แต่ทั้ง 2 กลุ่มยังไม่พบการติดเชื้อในประเทศ ซึ่งปกติไม่ว่าประเทศใดเมื่อเจอเชื้อสายพันธุ์ใดก็ตาม จะต้องมีการนำเข้าระบบกลางของทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนทั้งกลุ่มไวรัสลูกผสม และกลุ่มการติดเชื้อต่างสายพันธุ์ในคนเดียวกัน
 
“สิ่งที่อยากฝากคือ ไม่ว่าสายพันธุ์อะไร เราก็รักษาแบบเดิม มีการเฝ้าระวังว่าปอดอักเสบมากน้อยแค่ไหน และสายพันธุ์ไหนแต่ละคน อาการก็แตกต่างตามแต่ละบุคคล ยิ่งคนโรคมีประจำตัวก็ต้องระวัง อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจหาสายพันธุ์เลย ซึ่งหากตรวจน้ำยาทั่วไป แต่ผลไม่100% ก็ประมาณ 1-2 พันบาท แต่หากมาตรวจแบบมุ่งเป้าก็ 3-4 พัน แต่หากตรวจระดับโครจีโนมเป็นหมื่นบาท ดังนั้น ไม่ได้มีความจำเป็นในการตรวจหาเชื้อสายพันธุ์ เพราะสิ้นเปลือง และเชื่อว่าขณะนี้แทบไม่มีเอกชนรายใดตรวจหาสายพันธุ์ได้ เพราะลงทุนสูง” นพ.ศุภกิจ กล่าว และว่า ไม่ต้องกังวลหากเจอเชื้อจะมีการเปิดเผยข้อมูลแน่นอน ไม่มีการหมกเม็ด
ด้าน ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ทางศูนย์จีโนม มีการเฝ้าระวังเรื่องนี้เป็นหลัก ทั้งกลุ่มไวรัสลูกผสม (hybrid of COVID-19 variants) และการติดเชื้อต่างสายพันธุ์ในคนเดียวกัน (co-infection) โดยกลุ่มไฮบริด ก็คล้ายๆ วัวสีขาว และวัวสีดำ ออกลูกมาก็จะเป็นไฮบริด สมมติสายพันธุ์อังกฤษและอินเดียผสมกันและออกเป็นตัวใหม่มีลักษณะทั้งสองสายพันธุ์ แต่กรณีติดเชื้อสองสายพันธุ์คือ ในร่างกายมีเชื้อ 2 ชนิด
 
“ปัจจุบันข้อมูลน้อยมาก แต่แพทย์และนักวิจัยกลัว เพราะเคยเกิดกับไวรัสตัวอื่น ขณะนี้ทางศูนย์จีโนมจึงมุ่งเรื่องนี้เป็นสำคัญ แต่ ณ ขณะนี้ข้อมูลไม่ชัด อย่างไฮบริด ประเทศเวียดนามนำเสนอข่าวแต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังอยู่” หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์กล่าว และว่า ที่ต้องระวังอีกอย่างคือ กรณีหากมีคนเดินทางเข้าประเทศและมีเชื้อไฮบริดเข้ามาอยู่ในสถานกักกัน อันนี้ก็ต้องเฝ้าระวังด้วย
 
เมื่อถามว่าระหว่างเชื้อไฮบริดกับเชื้อ 2 สายพันธุ์ในคนเดียวอันไหนน่ากลัว ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวว่า กรณี Co-infection จะเป็นเฉพาะบุคคล คือ หาย หรือไม่หายอาจรุนแรงเสียชีวิต แต่เป็นเฉพาะบุคคล เพราะเวลาแพร่เชื้ออาจนำเชื้อไปติดแค่สายพันธุ์เดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องติดเชื้อ 2 สายพันธุ์ อาจแบบ 80 ต่อ 20 ไม่จำเป็นต้อง 50 ต่อ 50 ส่วนสายพันธุ์ลูกผสมหรือไฮบริด ก็ต้องระวัง เพราะหากเกิดขึ้นจริงแสดงว่าเป็นตัวใหม่ และเกรงว่าจะเอาลักษณะแย่ๆของสายพันธุ์ที่ผสมมารวมกัน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องระวัง โดยต้องระวังกรณีคนเดินทางเข้าประเทศด้วย เพราะคนๆนั้นอาจมีเชื้อไฮบริดก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้กำลังเฝ้าระวังกันอยู่ ยังไม่พบเชื้อทั้ง 2 กลุ่มในประเทศไทย
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]