Home : ข่าว COVID-19

เกาะพะงัน เกาะเต่า เข้าได้ ไม่ต้องกัก 14 วัน เมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือตรวจ PCR ไม่พบเชื้อ 72 ชั่วโมง

ให้แยกตัว ไม่ต้องกัก 14 วัน ให้สแกน QR Code ก่อนเข้าเกาะ
Date: 09/06/2564 View: 471
image1 size: 639x356px
เกาะพะงัน เกาะเต่า ปรับมาตรการรับท่องเที่ยวร่วมเกาะสมุย ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือมีใบตรวจไม่พบเชื้อ 72 ชั่วโมงให้แยกตัว ไม่ต้องกัก 14 วัน ให้สแกน QR Code ก่อนเข้าเกาะ

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 นายวิชวุทย์  จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัด สุราษฎร์ธานี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ สฎ 0018.1/ว 3759 ลงวันที่ 8 มิ.ย.64 พร้อมคำสั่งจังหวัด สุราษฎร์ธานี ที่ 3723/2564 เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 48) เฉพาะพื้นที่ อำเภอเกาะพะงัน
เกาะพะงัน เกาะเต่า เข้าได้ ไม่ต้องกัก 14 วัน เมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือตรวจ PCR ไม่พบเชื้อ 72 ชั่วโมง  (ข่าว COVID-19 ) Healthserv.net Img2 size: 960x642 px


ปัจจุบันพบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัด สุราษฎร์ธานีมีแนวโน้มสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมีแนวโน้ม ที่ดีขึ้นตามลำดับ ประกอบกับรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายเพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเฉพาะพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว จึงมีคำสั่งดังนี้

ข้อ 1 มาตรการการคัดกรองผู้เดินทางเข้าพื้นที่เกาะพะงัน และพื้นที่ เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน
ให้ผู้ที่เดินทางมาจาก
  • จังหวัดพื้นที่ควบคุม สูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ
  • พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ยะลา ระนอง ระยอง ราชบุรี สงขลา และสมุทรสาคร
จะต้อง สแกน QR Code "เกาะพะงัน" หรือ QR Code "SAVE KOH TAO" แล้วแต่กรณีตามราย ละเอียดแนบท้ายคำสั่งนี้ ณ ท่าเทียบเรือทุกแห่ง ก่อนเดินทางเข้า พื้นที่เกาะพะงัน และพื้นที่เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน หรือสถานที่อื่น ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะพะงัน (ศปก. อ.เกาะพะงัน) ประกาศกำหนด พร้อมทั้งกรอกข้อมูลที่ถูกต้อง ตามความเป็นจริงในระบบดังกล่าว เพื่อใช้ยืนยันข้อมูลการเดินทาง ณ จุดตรวจหรือจุดคัดกรอง

เมื่อเดินทางถึงพื้นที่ปลายทาง หมู่บ้าน/ชุมชน หรือสถานที่อื่นใด ให้รีบไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลามาถึง อาทิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ฯลฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับแจ้ง อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) ฯลฯ เพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น และให้ ใช้มาตรการกักกันตัวตลอดระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน หรือจนครบ 14 วันแล้วแต่กรณี ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้ ให้ใช้มาตร การแยกตัว ดังนี้

(1) กรณีมีผลรับรองการตรวจหาเชื้อฯ ได้แก่ บุคคลผู้เดินทางเข้ามา ในพื้นที่เกาะพะงัน และพื้นที่เกาะเต่า ที่มีผลตรวจเชื้อฯ ด้วยวิธี Real-time PCR (RT-PCR) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ซึ่งได้แสดงเอกสารใบรับรองแพทย์หรือเอกสารผลการตรวจเชื้อ ดังกล่าวซึ่งออกโดยโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่กระทรวงสาธารณ สุข รับรองต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ประจำอยู่ ณ จุดตรวจ หรือจุดคัดกรองแล้ว และผลตรวจไม่พบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
 
(2) กรณีได้รับวัคซีน ครบ 2 เข็ม ได้แก่ บุคคลผู้เดินทางเข้ามา ในพื้นที่เกาะพะงัน และพื้นที่เกาะเต่า เป็นผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครบจำนวน 2 เข็มหรือ ครบโดส ตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิดและได้แสดงเอกสารรับรอง ซึ่งออกโดยโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ตาม รูปแบบและวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ประจำอยู่ ณ จุดตรวจหรือจุดคัดกรอง ว่าเป็นผู้ได้รับวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครบจำนวน 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิดแล้วแต่กรณี

ในกรณีที่เจ้าพนักงาน ควบคุมโรคประเมินแล้วเห็นว่าบุคคลที่ได้รับ วัคซีนดังกล่าวข้างต้น ยังมีความเสี่ยงสูงหรือสงสัยว่าอาจติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะสั่งให้บุคคลผู้เดินทางเข้ามา ดังกล่าวทำการตรวจหาเชื้อฯ ตามวิธีการที่เจ้าพนักงานควบคุมโรค กำหนด ก็ได้
 
(3) กรณีเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง และได้รับการตรวจหาเชื้อฯ ณ จุดตรวจ และผลการตรวจไม่พบเชื้อฯ ได้แก่ ในกรณีที่เจ้าพนักงานควบคุม โรคเห็นว่าบุคคลผู้เดินทางเข้าพื้นที่เกาะพะงัน และพื้นที่เกาะเต่า เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคสั่งให้ผู้นั้นทำการตรวจ หาเชื้อฯ ด้วยวิธี Real-time PCR (RT-PCR) หรือ COVID-19 Ag Rapid Test ก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ ซึ่งหากผลการตรวจเชื้อไม่พบว่า มีการติดเชื้อให้สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ได้โดยใช้มาตรการแยกตัว”
 
ข้อ 2 มาตรการสำหรับผู้ประกอบการเรือโดยสารให้ผู้ประกอบการ
เรือโดยสารทุกแห่งเกี่ยวกับการเดินทางเข้าพื้นที่เกาะพะงัน และ พื้นที่เกาะเต่า มีหน้าที่ที่จะต้องแจ้งให้ผู้เดินทางหรือผู้โดยสารเข้ามา ในพื้นที่เกาะพะงัน และพื้นที่เกาะเต่า จะต้องสแกน QR Code "เกาะพะงัน" และ QR Code "SAVE KOH TAO" แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งกรอกข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริงในระบบดังกล่าว และตรวจสอบการปฏิบัติของผู้เดินทางหรือผู้โดยสารก่อนใช้บริการเรือโดยสาร ณ สถานที่ต้นทางและหากผู้ใช้บริการหรือผู้รับบริการ ไม่ทำการสแกน QR Codeและกรอกข้อมูลที่ถูกต้องตามความ เป็นจริงในระบบดังกล่าว โดยไม่มีเหตุอันสมควรให้ผู้ประกอบกิจการ หรือผู้ให้บริการดังกล่าวสามารถปฏิเสธไม่ให้ผู้นั้นรับบริการหรือใช้ บริการดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ เป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 52แห่งพระราช บัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

สสจ สุราษฎร์ธานี
8 มถุนายน 2564
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]