Vaccine Newsตรวจโควิดข่าวโควิด

วัคซีน ไบออนเทค/ไฟเซอร์และแอสตร้าฯ มีประสิทธิภาพสูงกับตัวเดลต้า แต่หลังฉีดครบ 2 โดสเท่านั้น

ผลลัพธ์จาก PHE อังกฤษแสดงชัดว่า การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันตัวเดลต้า จะมีประสิทธิภาพที่ดีมากได้รับครบทั้ง 2 โดส

Update: 23/07/2564 View: 473

วัคซีน Biontech/Pfizer & AstraZeneca มีประสิทธิภาพสูงกับตัวเดลต้า...แต่หลังจากฉีดวัคซีนครบสองโดสเท่านั้น‼

​การศึกษาในวัยรุ่นและผู้ใหญ่มากกว่า 19,000 คน ในประเทศสหราชอาณาจักรเป็นหลักฐานแรกที่น่าเชื่อถือว่า จำเป็นจะต้องฉีดวัคซีนโคโรนาทั้งสองโดส ไม่ว่าจะจาก Biontech หรือ AstraZeneca เพื่อได้รับภูมิคุ้มกันที่ดีต่อตัวเดลต้า ผลลัพธ์จาก Public Health England ของอังกฤษแสดงให้เห็น การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันตัวเดลต้านั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีมากเมื่อผู้คนได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์ทั้ง 2 โดส ​

โดสเดียวป้องกันได้เพียง 1 ใน 3

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อวันพุธ และได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญแล้วนั้นก็ยังบ่งชี้อีกว่า วัคซีนเพียงแค่โดสเดียวไม่ว่าจะของ Biontech หรือ AstraZeneca ช่วยปกป้องผู้คนจากการติดเชื้อและมีอาการได้ประมาณหนึ่งในสามของกรณีติดเชื้อทั้งหมดเท่านั้น Matt Hancock (อดีต) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและกิจการสังคมของอังกฤษในขณะนั้น (ในเดือนพฤษภาคม) ระบุว่า "เป็นที่ชัดเจนว่า เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถป้องกันโควิด-19 และตัวกลายพันธุ์ต่างๆ ได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การให้วัคซีนโดสที่สองมีความสำคัญเพียงใด" ​

เมื่อผู้ป่วยได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว กล่าวคือ ได้รับวัคซีน 2 โดส โดยจะต้องทิ้งระยะเวลาหลังโดสที่สองอย่างน้อยสองสัปดาห์ วัคซีนจากไบออนเทคมีประสิทธิภาพประมาณ 88% ในการป้องกันการมีอาการป่วยของโรคโควิด-19 จากตัวเดลต้า ในขณะที่วัคซีนจากแอสตร้าเซเนกาได้ผลเพียงราวๆ 67% ซึ่งก็เรียกได้ว่า ประสิทธิผลก็เกือบจะดีพอๆ กับการศึกษาทางคลินิกอื่นๆ ที่ดำเนินการก่อนการค้นพบตัวกลายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขบ่งชี้ว่า การติดเชื้อภายหลังได้รับวัคซีน (breakthrough infections) จะพบได้บ่อยขึ้นเล็กน้อยในผู้ที่ได้รับวัคซีนในขณะนี้ เนื่องจากเดลต้ากำลังเป็นตัวไวรัสที่แพร่ระบาดหลักในหลายพื้นที่​

การศึกษานี้เป็นไปได้เนื่องจากอังกฤษมีทะเบียนการฉีดวัคซีนแห่งชาติ และดำเนินการจัดลำดับจีโนมสำหรับการติดเชื้อโคโรนาจำนวนมากขึ้น (ประมาณ 60% เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสถานะการฉีดวัคซีนของผู้ป่วย ผลการทดสอบโคโรนา และการจัดลำดับจีโนมของตัวกลายพันธุ์ ส่งผลให้นักวิจัยสามารถระบุได้ว่า การติดเชื้อเกิดจากตัวไวรัสพันธุ์อัลฟ่าหรือเดลต้า และตัวเดลต้าสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนได้ดีเพียงใด​

​วัคซีนป้องกันป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ดีมาก

นักวิจัยพบว่าวัคซีน Biontech เพียงโดสเดียวสามารถป้องกันอาการป่วยจากเดลต้าได้เพียง 36% ในขณะที่วัคซีนของ AstraZeneca มีประสิทธิภาพ 30% หลังจากได้รับโดสเดียว อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการศึกษาถึงประสิทธิผลของวัคซีนในแง่การป้องกันอาการร้ายแรงและการเสียชีวิตในการศึกษานี้ แต่งานวิจัยอื่นๆ (และข้อมูลของโรงพยาบาล) ชี้ให้เห็นว่า วัคซีนโคโรนายังคงสามารถป้องกันการเสียชีวิต และการป่วยรุนแรงถึงขั้นต้องถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ในระดับที่ดีมาก​
การวิจัยอื่น ๆ ชี้ให้เห็นว่า ตัวเดลต้าสามารถแพร่ระบาดได้มากกว่า และส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะผู้ติดเชื้อมักจะแพร่ไวรัสได้มากขึ้นในระหว่างการเจ็บป่วย ​ นอกจากนี้ก็มีจำนวนผู้คนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนมากขึ้นที่รายงานถึงการป่วยจากโรคนี้ แต่อาการโรคของพวกเขามักจะไม่รุนแรง และมักจะมีอาการต่างๆ ดังนี้ ปวดหัว น้ำมูกไหล ท้องผูก และเจ็บคอ ​
การฉีดวัคซีนสองครั้งช่วยให้ร่างกายมีโอกาสพัฒนาการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อ coronavirus ศาสตราจารย์ Akiko Iwasaki นักภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัย Yale บอกกับ Business Insider ฉบับสหรัฐอเมริกาว่า "นั่นเป็นสาเหตุที่โดสที่สองก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองมากกว่ามาก" “นี่เป็นสัญญาณว่า ระบบภูมิคุ้มกันของคุณกำลังทำงาน เพราะการฉีดวัคซีนโดสที่สองมักจะทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองที่หนักกว่าเดิมมาก เหตุผลก็คือแอนติบอดีและทีเซลล์ที่รู้จักแอนติเจนของไวรัสแล้ว ออกมาโจมตีเซลล์ของร่างกายเอง"​

มาตรการด้านสุขอนามัยยังจำเป็น​

แม้ว่าตอนนี้เดลต้าจะเป็นตัวไวรัสที่แพร่ระบาดเป็นหลัก แต่มาตรการด้านสุขอนามัยตามปกติทั้งหมด เช่น การสวมแมสก์ ​ การรักษาระยะห่าง และการลดการติดต่อทางสังคม ก็ช่วยได้เช่นเดิม Christopher Merry ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการวัดและประเมินผลด้านสุขภาพ กล่าวว่า "แม้แต่หากใช้หน้ากากแค่ในระดับปานกลางร่วมกับการฉีดวัคซีนก็สามารถที่ชะลอตัวเดลต้าลงได้ "

บทสรุป / มุมบ่นของอินทรี 

รู้ว่า เดี๋ยวจะต้องมีลูกเพจถามแน่นอนว่า แล้ว Moderna เอย J&J ล่ะ ผลเป็นอย่างไร ทำไมอังกฤษถึงไม่ออก 2 ตัวนี้ ก็เลยจะบอกว่า มันมีเหตุผลครับ จากข้อมูลทางการของรัฐบาลอังกฤษนั้น จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น มีข้อมูลทางการที่ลงทะเบียนไว้ว่า วัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทคประมาณ 20 ล้านถูกฉีดไปสำหรับโดสแรก และของแอสตร้าเซเนกาอยู่ที่ 24.7 ล้านโดสแรก (รวมแล้วเกือบๆ 45 ล้านโดสสำหรับการฉีดครั้งแรก) และวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทคถูกใช้ไปสำหรับโดสที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 12.1 ล้านโดส และ 22.8 ล้านโดสของ วัคซีน AstraZeneca ในขณะที่พึ่งจะมีการให้วัคซีน Moderna สำหรับโดสแรกไปเพียงประมาณ 1.3 ล้านโดสเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า อังกฤษใช้วัคซีนหลัก คือ AstraZeneca และ Biontech ในภายหลัง ตอนนี้ก็เรียกได้ว่า ราวๆเกือบๆครึ่งต่อครึ่ง เพราะฉะนั้นข้อมูลที่เก็บจึงเป็นแค่ของวัคซีน 2 ตัวนี้ครับ อย่างไรก็ตามโดยทั่วๆไปแล้ว วัคซีน Moderna เค้าก็มีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิผลพอๆกับ Biontech อยู่แล้ว อาจจะอ่อนกว่านิดหน่อย เพราะงั้นก็คงจะพอเดาทิศทางได้ ในส่วนของ J&J ยังไม่มีข้อมูลทางการจากการศึกษาที่ชัดเจนครับ คงต้องรอไปก่อนเช่นเคย  ​ส่วนในเยอรมนีนั้นใช้วัคซีนไบออนเทคเป็นหลักครับ ตกอยู่ที่ราวๆ 70% ของวัคซีนทั้งหมดที่ใช้ในประเทศ  ใครสนใจอยากรู้ว่า ประเทศในยุโรปใช้วัคซีนตัวไหนเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ ดูได้ในแหล่งอ้างอิงนะครับ ทาง Statista เก็บข้อมูลทางการไว้ชัดเจน
จริงๆแล้วข้อมูลนี้ก็ไม่ต่างจากที่ผ่านมามากนัก กล่าวคือ วัคซีนโดสแรกไม่ว่าจะของ Biontech/Pfizer หรือ AZ มีประสิทธิผลต่อเดลต้าต่ำ และอยู่ในระดับพอๆกัน มันจะไปต่างกันชัดเจนก็หลังโดสที่ 2 นี่ล่ะครับ เพราะงั้นใครที่ฉีดไปแค่โดสเดียว ก็ขออย่าให้ชะล่าใจเนอะ ส่วนตัวผมนี่วันนี้แหละครบ 2 อาทิตย์พอดีเป๊ะ หลักได้ Biontech/Pfizer ครบ 2 โดส จนถึงตอนนี้ก็ยังรอดปลอดภัยดีอยู่ ก็ทำอะไรระมัดระวังเช่นเดิม ในเยอรมนีตอนนี้แม้ตัวเลขยังต่ำอยู่ แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 2 เท่าแทบจะทุก 10 วันแล้วนะครับ เพราะงั้นก็ขอให้ระวังกันให้ดีๆ รีบใช้เวลาหน้าร้อนนี้ไปฉีดวัคซีนกันให้ครบถ้วน เข้าหน้าหนาวจะได้สบายใจกันไปหน่อย รักษาสุขภาพกันทุกคนนะครับ 
​อ้างอิง:​
 
​23/07/2021 11:27 (CET) 

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv



https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)