Vaccine Newsตรวจโควิดข่าวโควิด

นิ้วมือชา (Carpal Tunnel Syndrome) อาการที่พบบ่อย และการรักษา

ปัญหาเรื่องมือชา ระหว่างทำงาน หรือในเวลากลางคืน บางท่านก็มีอาการเช่นนี้บ่อยๆ บางครั้งก็ดีขึ้นหรือหายไปเองได้ ถ้ามีอาการเกิดขึ้นบ่อยๆ ปลายนิ้วมือมีอาการชามากขึ้นหรือชาตลอดเวลา หากไม่ได้รับการรักษา จะทำให้กล้ามเนื้อฝ่ามือบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือลีบได้

Update: 21/01/2564 View: 12,656
อาการที่พบบ่อย
  • ชาบริเวณปลายนิ้วอาจจะเป็นนิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้, นิ้วกลาง บางนิ้วหรือทั้ง 3 นิ้ว รวมทั้งนิ้วนางครึ่งนิ้ว
  • อาการชาบางครั้งหายไปได้เอง หรือมีอาการชามากขึ้นตอนกลางคืน
  • ชามากขึ้นเวลาทำงาน หรือชาตลอดเวลา
  • มีอาการกดเจ็บบริเวณฝ่ามือ 
ถ้าท่านมีอาการเช่นนี้ อาจจะเป็นภาวะที่เส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ

โครงสร้างของมือ ที่ทำให้มีอาการชาลักษณะนี้
เส้นประสาทที่มาเลี้ยงฝ่ามือทางด้านฝ่ามือจะมี 2 เส้น คือ
  • เส้นประสาทมีเดียน (Median nerve) เลี้ยงฝ่ามือทางด้านนิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้, นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งนิ้ว
  • เส้นประสาทอัลน่าร์ เลี้ยงฝ่ามือทางด้านนิ้วก้อย และอีกครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง 

ความสำคัญ
เส้นประสาทมีเดียน เข้าไปในฝ่ามือโดยผ่านอุโมงค์ (Carpal tunnel) โดยมีเยื่อพังผืด (Deep tranverse carpal ligament) ขึงระหว่างกระดูกข้อมูล

ในอุโมงค์นี้ นอกจากจะมีเส้นประสาทมีเดียนแล้วยังมีเอ็นที่ทำหน้าที่งอนิ้วอีก 9 เส้น อยู่รวมกัน เส้นประสาทมีเดียนเมื่อคลอดอุโมงค์ข้อมือเข้าไปแล้ว จะไปแยกแขนงไปรับความรู้สึกที่นิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้, นิ้วกลาง ครึ่งนิ้วของนิ้วนางและอีกแขนงหนึ่งจะเลี้ยงกล้ามเนื้อที่เนินฝ่าข้อมือด้านโคนนิ้วหัวแม่มือ (Thenar eminence)


สาเหตุ
  • การใช้งานของข้อมือที่มีการงอข้อมือ, หรือกระดกข้อมือมาก ๆ จะทำให้เยื่อพังผืดไปกดรัดเส้นประสาทมากขึ้น
  • ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่พบภาวะนี้ได้ เช่น โรคเบาหวาน, โรคพิษสุราเรื้อรัง, โรคไทรอยด์ และผู้ป่วยสูงอายุ เป็นภาวะที่อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณส่วนต่าง ๆ ในอุโมงค์นี้น้อยลง เซลล์บางส่วนตาย มีอาการบวมของเอ็นเยื่อหุ้มเอ็นไปกดเส้นประสาทมีเดียนได้มากขึ้น 

ข้อแนะนำ
ถ้ามีอาการชาปลายนิ้ว ลองขยับข้อมือ นิ้วมือเบา ๆ ถ้ามีอาการดีขึ้นหายชาได้ หรือมีอาการชาตอนกลางคืนบางครั้ง อาจจะมีสาเหตุจากการกดทับของเส้นประสาทมีเดียนในระยะแรก ๆ ได้
  • ท่านควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมือที่อยู่ท่าที่ผิดปกติ เช่น ในท่องอข้อมือมาก ๆ การยกของ หรือการกระดกข้อมือมาก ๆ เช่น การยันพื้น, ดันสิ่งของต่าง ๆ
  • การที่ใช้ข้อมือมากเกินไป 
การปวด ขา กลางคืน บางท่านบอกต้องเอาข้อมือวางบนหมอนหรือบางครั้งต้องเอาหนังสือพิมพ์ม้วนผูกติดกับข้อมือให้ข้อมืออยู่ในท่าตรงจะไม่ค่อยชา ก็เป็นวิธีที่ถูกต้อง ข้อมือที่อยู่ในท่าปกติ ไม่หักงอพับไปด้านใดด้านหนึ่ง จะเป็นท่าที่เส้นประสาทถูกกดทับน้อยที่สุด
ถ้าท่านลองแก้ไขด้วยตัวเองไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์

การรักษา
รักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัด
  1. หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวข้อมือมากเกินไป รวมทั้งการรับแรงกระแทก, การสั่นสะเทือน บริเวณข้อมือ
  2. การใส่เครื่องพยุงข้อมือ
  3. การใช้ยา ส่วนใหญ่เป็นยาพวก NSAIDS (Non-steroidal antinflammatory drug)
  4. การฉีดสเตียรอยด์ ในกรณีทานยาแล้วไม่ดีขึ้น และเป็นมาน้อยกว่า 1 ปี ได้ผลดีประมาณ 80% แต่มักจะไม่หายขาด 

การผ่าตัดรักษา
  • ในกรณีที่รักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ได้ผลหรือมีอาการปวด ชา มากขึ้น
  • กรณีที่เป็นนาน หรือไม่ได้รักษา มีกล้ามเนื้อฝ่ามือด้านโคนนิ้วหัวแม่มือลีบ การผ่าตัดช่วยให้อาการชาลดลงแต่กล้ามเนื้อที่ลีบแล้วมักไม่ค่อยดีขึ้น 

วิธีผ่าตัด
  1. วิธีผ่าตัดแบบทั่วไป
    เปิดแผลบริเวณข้อมือ ตัดเยื่อพังผืด บริเวณที่กดรัดเอ็นเส้นประสาทจะทำให้อุโมงค์ขยายออก โดยเฉลี่ยปริมาตรในอุโมงค์จะขยายเพิ่มขึ้น 24% หลังผ่าตัด ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหาปวด ชา และกลับไปใช้มือได้อย่างเดิมเป็นส่วนใหญ่ (กว่าร้อยละ 80-90) 
  2. การผ่าตัดโดยวิธีส่องกล้อง
    ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดบางรายอาจจะมีปัญหาเรื่องเจ็บแผลเป็น บริเวณผ่าตัดทำให้มีการวิวัฒนาการเครื่องมือและเทคนิคการผ่าตัดขึ้นมาเป็นการเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อมือใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัดเข้าไปในช่องอุโมงค์และตัดเฉพาะเยื่อพังผืดจากด้านในอุโมงค์ขึ้นมา โดยไม่ต้องมีแผลบริเวณผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้ช่องในอุโมงค์ขยายขึ้น ผู้ป่วยมีอาการหายปวดชาและเจ็บแผลผ่าตัดน้อย สามารถกลับมาใช้มือได้เร็วขึ้น วิธีนี้ต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาแพง, และความรู้ความชำนาญของแพทย์

โดยน.พ.วีระยุทธ เชาว์ปรีชา 
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำร.พ.วิภาวดี

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv



https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)