Home : ความรู้สุขภาพ

ไข้มาลาเรีย

มาลาเรีย เป็นโรคที่พบเฉพาะในเขตร้อนเท่านั้น   ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของไข้มาลาเรีย อาการที่สำคัญของมาลาเรีย  คือ อาการไข้  ช่วงแรกอาจมีอาการไข้ต่ำ ๆ  ปวดศรีษะ  ปวดเมื่อยตามตัวแต่หลังจากนั้นจะมีไข้สูง  หนาวสั่น  อาจจะมีไข้เป็นพักๆ    อาการไข้มักเกิดหลังรับเชื้อประมาณ  9 -17 วัน  ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าวหลังจากเข้าป่าประมาณ 1-2 สัปดาห์  ควรไปรับการตรวจหาเชื้อมาลาเรียทันที 
Date: 11/06/2563 View: 1,515

โรคไข้มาลาเรีย

มาลาเรีย เป็นโรคที่พบเฉพาะในเขตร้อนเท่านั้น   ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของไข้มาลาเรีย ยุงก้นปล่องทีสำคัญในเมืองไทยมี 2 ชนิด  Anopheles  dirus พบในป่าทึบ  ชอบออกไข่ตามแอ่งน้ำนิ่งขังตามธรรมชาติ เช่น แอ่งหินในป่าทึบ  นิสัยชอบกัดกินเลือดคนมาก  ไม่ชอบกัดสัตว์อื่น  ออกหากินตอนดึกถึงเช้ามืด  แต่ถ้าป่าทึบมากๆ  ก็หากินช่วงกลางวันด้วย    ยุงชนิดนี้เป็นชนิดที่มีความสามารถในการแพร่เชื้อมาลาเรีย  มากกว่ายุงพาหะชนิดอื่นในประเทศไทย  อีกชนิดหนึ่งคือ Anopheles  minimus  พบตามชายป่า  ชอบวางไข่ในลำธารน้ำใสไหลเอื่อยๆ  และกัดคนนอกบ้านโดยเฉพาะตอนหัวค่ำ
  
เชื้อมาลาเรียมีหลายชนิด   ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทยคือ  ชนิด ฟาลซิปารัม ( falciparum ) และไวแวกซ์ (vivax)  ที่พบมากและมีอาการรุนแรง คือ ชนิด ฟาลซิปารัม   อาการที่สำคัญของมาลาเรีย  คือ อาการไข้  ช่วงแรกอาจมีอาการไข้ต่ำ ๆ  ปวดศรีษะ  ปวดเมื่อยตามตัวแต่หลังจากนั้นจะมีไข้สูง  หนาวสั่น  อาจจะมีไข้เป็นพักๆ    อาการไข้มักเกิดหลังรับเชื้อประมาณ  9 -17 วัน  ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าวหลังจากเข้าป่าประมาณ 1-2 สัปดาห์  ควรไปรับการตรวจหาเชื้อมาลาเรียทันที   อาการมาลาเรียฟาลซิปารัมที่เป็นรุนแรง ได้แก่  เหลือง  ปอดบวมน้ำ  ไตวายและมาลาเรียขึ้นสมอง  ซึ่งจะมาด้วยอาการชักหรือหมดสติ  หากมีอาการแทรกซ้อนดังกล่าวเกิดขึ้น  โอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตก็มีสูง

การวินิจฉัยที่ใช้กันทั่วไป   โดยการเจาะเลือดและย้อมดูเชื้อมาลาเรียด้วยกล้องจุลทรรศน์  เมื่อพบว่าเป็นมาลาเรียแล้ว  แนะนำให้นอนโรงพยาบาล  โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเป็นมาลาเรียมาก่อน  เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการรุนแรง  และต้องให้ยาฉีดทางหลอดเลือดดำ  เพราะส่วนใหญ่มักจะกินไม่ได้  คลื่นไส้  อาเจียน  การให้ยาต้านมาลาเรียที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปในการรักษามาลาเรียชนิดฟาลซิปารัม  คือควินินร่วมกับเตตร้าชัยคลิน  นอกจากนั้น  ยังมียากลุ่มใหม่ที่ใช้ได้ผลดีเช่น อาร์ทีซูเนทและอาร์ทีมีเทอร์  จำเป็นต้องได้รับยาจนครบเพื่อป้องกันการดื้อยาได้  ส่วนมาลาเรีย  ชนิดไวแวกซ์  อาการไม่รุนแรงและไม่มีโรคแทรกซ้อนมาก  การรักษาจะใข้ยากินคลอโรควินร่วมกับยาไพรมาควิน  ซึ่งจะต้องกินจนครบ  2  สัปดาห์   เพราะเชื้อชนิดนี้หลบซ่อนในตับและออกมาทำให้เป็นไข้มาลาเรียอีกได้  นอกจากนี้ยังต้องระวังอาการแทรกซ้อนต่างๆที่สำคัญ คือ  ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ  หรือเกิดภาวะดีซ่านตาเหลือง  หรือในเด็กอาจต้องเจาะเลือดวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ  เพื่อให้น้ำตาลได้ทัน  ถ้าเกิดภาวะไตวายร่วมกันก็ต้องล้างไต  หากมาลาเรียขึ้นสมองก็อาจต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและและให้ยากันชัก  ซึ่งโรคแทรกซ้อนเหล่านี้  เมื่อผู้ป่วยหายจากมาลาเรียก็จะกลับคืนปกติ

การป้องกันไข้มาลาเรีย   

ทำได้โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปในป่าที่มียุงก้นปล่องอาศัยอยู่  รวมทั้งแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อมาลาเรียตามป่าเขา ตามแนวชายแดนป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด  ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีดำหรือสีคล้ำเพราะยุงชอบแสงสลัวๆ  หลีกเลี่ยงการพักแรมในป่าทึบ  ถ้าจำเป็นควรนอนในมุ้งในเต้นท์ที่กันยุงได้หรือห้องที่มีมุ้งลวด  การใช้ยาทาป้องกันยุงที่นิยมใช้ คือ N,N-diethyl-toluamide (DEET)  มีฤทธิ์อยู่ได้ 4-6 ชั่วโมง  โดยต้องทาให้ทั่วบริเวณที่อยู่นอกผ้า  ส่วนยาพ่นไล่ยุงและจุดรมควัน ประกอบกับ Pyrethrum  ใช้ไล่ยุงได้ดีแต่ออกฤทธิ์ไม่นานสำหรับยาที่กินป้องกันมาลาเรีย  ปัจจุบันนี้ไม่แนะนำให้กินยาป้องกันมาลาเรีย  เนื่องจากเชื้อดื้อยามากและทำให้เข้าใจผิดว่ากินยาแล้วจะไม่เป็น   นอกจากนั้นถ้าเป็นมาลาเรียขึ้นมาจริง ๆ  ก็อาจตรวจเลือดไม่พบเชื้อ  เมื่อตรวจพบอีกทีก็มีอาการมากแล้ว  

ข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]