โรคทางระบบทางเดินอาหารที่มักพบบ่อยๆ

Jun 11, 2020 391

ตอน โรคทางระบบทางเดินอาหารที่มักพบบ่อยๆ
โดยวิทยากร คุณรุ่งอรุณ ทาบุญราญ พยาบาลศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร
รพ.วิภาวดี

 Happy & Healthy ขสทบ. FM 102 

วันเสาร์ที่  15 กันยายน  2555

                                   ตอน โรคทางระบบทางเดินอาหารที่มักพบบ่อยๆ

         โดย  คุณรุ่งอรุณ  ทาบุญราญ  พยาบาลวิชาชีพ ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร รพ.วิภาวดี

 

DJ :        โรคยอดฮิตที่คนไข้จะมาพบแพทย์ที่ด้วยโรคระบบทางเดินอาหารมีโรคอะไรบ้างคะ?

รุ่งอรุณในช่วงนี้เลยก็จะเป็นโรคท้องเสีย  อาหารเป็นพิษ  กระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งจะเป็นโรคที่มากับฤดูกาลค่ะ
 

DJ :        โรคกรดไหลย้อนล่ะคะ  ถือว่าเป็นโรคยอดฮิตด้วยหรือเปล่า?

รุ่งอรุณใช่ค่ะ  โรคนี้เป็นกันเยอะมาก  เพราะด้วยเวลาที่เร่งรีบประกอบกับพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร  เลยทำให้เป็นโรคนี้กันค่อนข้างมาก
 

DJ :        อย่างโรคท้องเสียนี้  เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมในการกินใช่ไหมคะ?

รุ่งอรุณใช่คะ  ถือว่าเป็นโรคระบาดในช่วงนี้  พอๆกับ โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่เลยที่เดียว
 

DJ :        อาการของคนไข้ท้องเสียส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์  จะมีอาการอย่างไรคะ?

รุ่งอรุณอาการส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น ประเภทค่ะ  1.  ประเภทท้องเสียธรรมดา  อาการจะไม่รุนแรงมาก  สามารถทานน้ำและเกลือแร่บรรเทาอาการได้ 2.  ท้องเสียที่เกิดจากการได้รับสารพิษ  มักจะเป็นหลังจากการรับประทานอาหารไป 2-4 ชม. และมักจะมีไข้ด้วย  3. ท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อ  ส่วนใหญ่จะมีไข้สูง เชื้อที่ว่านี้ คือ เชื้ออะมีบา ที่เราเคยได้ยินกัน  หรือบางรายอาจจะถ่ายแล้วมีเลือดปนเปื้อนออกมาด้วย  สำหรับผู้ที่เป็นอาการดังกล่าวข้อ และ ควรจะมาพบแพทย์ดีที่สุด ต้องบอกก่อนว่าอาการท้องเสียนี้ คือ ผู้ที่ถ่ายเหลวมากกว่า ครั้งขึ้นไป  ถึงจะเรียกว่า ท้องเสียนะคะ

 

DJ :        ในขณะที่ต้องเสีย  ห้ามรับประทานอาหารประเภทอะไรคะ?

รุ่งอรุณห้ามรับประทานอาหารพวกผักและผลไม้  เพราะจะทำให้ถ่ายมากขึ้น และควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เช่น โจ้ก หรือข้าวต้มก็ได้  เพราะถ้าทานอาหารที่ไม่สะอาด ก็อาจจะทำให้ได้รับเชื้อเพิ่มเข้าไปอีกค่ะ
 

DJ :       บางทีที่เราท้องเสียมักจะมีอาการปวดท้องบิดๆร่วมด้วย  อาการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากอะไรคะ?

รุ่งอรุณอาการท้องเสียธรรมดา  จะมีคลื่นไส้ อาเจียนเท่านั้น  แต่ถ้ามีอาการปวดท้องแบบบิดๆ แสดงว่ามีการติดเชื้ออะมีบาอย่างที่กล่าวไปข้างต้น  แนะนำว่าควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อทางอุจจาระ  และสำหรับคุณผู้ฟังที่ฟังแล้วอาจจะมีอาการอยู่ก็สามารถเก็บอุจจาระมาตรวจที่รพ.ได้ แต่การเก็บอุจจาระต้องไม่เกิน  ชม.นะคะ  

 

DJ :        และสำหรับผู้ที่ชอบทานสังสรรค์มื้อเย็นล่ะคะ  และพอตกดึกๆจะมีอาการ  แบบนี้จะมีวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไรบ้างคะ?

รุ่งอรุณคือถ้ามีลักษณะของอาหารเป็นพิษ  ปวดท้อง จุกเสียด  เราสามารถรับประทานยาลดกรด  หรือยาช่วยย่อยได้  พวกยาลดกรด  หรือ Air-X ในกรณีที่เป็นไม่มากนะคะ  แต่ถ้าเป็นมากๆควรที่จะรีบมาพบแพทย์ค่ะ
 

DJ :      จริงๆแล้ว โรคกรดไหลย้อนเกิดจากสาเหตุอะไรคะ?

รุ่งอรุณเกิดจากพฤติกรรมของตัวเราเองค่ะ  60% จะเป็นในกลุ่มคนที่มีน้ำหนักเยอะๆ  ชอบทานอาหารรสจัด ของมันๆทอดๆ  ช็อคโกแลต  ดื่มเหล้า  สูบบุหรี่  พฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้นจะทำให้กรดไหลย้อนมาที่หลอดอาหารและเกิดแผลบริเวณนั้น  ทำให้มีอาการ เจ็บคอ  กลืนลำบาก แสบบริเวณหน้าอก  แน่นหน้าอก  คล้ายคนเป็นโรคหัวใจได้
 

 DJ :   โรคกรดไหลย้อนนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ใช่ไหมคะ?

รุ่งอรุณใช่ค่ะคือมันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนเรา  การทานยาช่วยให้ดีขึ้นแต่ถ้าเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมันก็กลับมาเป็นได้อีก  เหมือนแผลที่มันเป็นแล้วยังไม่หาย  พอมีอะไรมากระตุ้นแผลนั้นก็กำเริบได้อีก 
 

DJ :   ขอย้อนกลับมาที่โรคท้องเสียนิดหนึ่งนะคะ  อยากทราบว่าเด็กกับผู้ใหญ่ใครมีอาการท้องเสียมากกว่ากันคะ?

รุ่งอรุณถ้าเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า ปี และผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 60 ปี  กลุ่มนี้จะมีภูมิต้านทานต่ำ  ก็จะทำให้มีอาการได้ง่ายกว่าคนปกติค่ะ 
 

DJ :   แล้วพวกอาหารริมทางล่ะคะ  เราจะมีวิธีเลือกรับประทานอย่างไรบ้างคะ?

รุ่งอรุณก็เลือกร้านที่ดูว่าสะอาดทั้งอาหารและตัวพ่อค้าแม่ค้า  รวมถึงดูความสะอาดของสถานที่ด้วย  เพราะถ้าพ่อค้าแม่ค้าดูแลเรื่องความสะอาดของตัวเอง  อาหารของพวกเค้าก็น่าที่จะสะอาดปลอดภัยด้วยค่ะ
 

DJ :   ในฐานะที่คุณรุ่งอรุณ  เป็นพยาบาลที่ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร  มีวิธีดูแลเรื่องอาหารการกินของตัวเองอย่างไรบ้างคะ?

รุ่งอรุณโดยส่วนตัวก็จะพยายามทานอาหารให้ตรงเวลา  โดยเฉพาะมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญมาก  รวมถึงเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆด้วยค่ะ
 

DJ :   บางทีอาชีพพยาบาลก็เลิกงานดึก  แบบนี้จะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรบ้างคะ?

รุ่งอรุณก็จะต้องเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย  และต้องทานก่อนนอนประมาณ ชม. เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นกรดไหลย้อน

 

DJ :   ถ้าพูดถึงการย่อยอาหาร  อยากทราบว่าการย่อยอาหารของคนเราเวลากลางวันกับกลางคืน  ตอนไหนที่ร่างกายของเราย่อยอาหารได้ดีที่สุดคะ?

รุ่งอรุณเพราะร่างกายของเราจะมีนาฬิกาชีวิตอยู่แล้ว อย่างเช่น ประมาณตี ระบบย่อยอาหารของเราก็จะทำงานแล้ว ถ้าเราตื่นมาช่วงนั้นก็สามารถทานอะไรรองท้องไปก่อนได้ และควรที่จะทานอาหารให้ตรงเวลา และในช่วงหลังจาก ทุ่มไปแล้ว  การย่อยอาหารของคนเราก็จะทำงานได้น้อยลง  เพราะฉะนั้นเราไม่ควรทานอะไรที่ย่อยยาก  แต่ถ้าต้องไปสังสรรค์มื้อเย็น กลับมาถึงก็ไม่ควรที่จะนอนเลย เพราะอาจจะทำให้เป็นกรดไหลย้อนได้
 

DJ :   อย่างกับสโลแกน  กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ยังใช้ได้สำหรับโรคระบบทางเดินอาหารใช่ไหมคะ?

รุ่งอรุณใช่ค่ะ  และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ  การออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย  เพราะถ้าร่างกายของเราแข็งแรงก็ไม่สารถมีโรคอะไรมาทำร้ายเราได้ค่ะ
 

DJ :   พูดถึงโรคระบบทางเดินอาหารมีโรคไหนที่อันตรายร้ายแรงถึงชีวิตบ้างไหมคะคะ?

รุ่งอรุณจริงๆแล้วโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารดูเหมือนเล็กน้อยก็จริง  แต่ถ้าเราไม่ดูแลรักษา  อย่างเช่น  เมื่อเราท้องเสียถ่ายเป็น 10ครั้งแล้ว แต่ก็คิดว่าตัวเองไหวไม่มาพบแพทย์  ก็อาจจะทำให้เกิดอาการช็อคหมดสติ เสียชีวิตได้  หรือโรคกรดไหลย้อนที่เราอาจเป็นมานานแล้วไม่ได้รับการรักษาเลยก็อาจจะทำให้เกิดแผลขึ้นและก็อาจรุกรามกลายเป็นเนื้อร้ายได้ค่ะ
 

DJ :     อย่างกับการส่องกล้อง  คนปกติทั่วไปสามารถมาส่องกล้องเพื่อดูความผิดปกติได้ไหมคะ?

รุ่งอรุณได้ค่ะ  เพราะการส่องกล้องเป็นวิธีการตรวจของแพทย์  เพื่อตรวจหาความผิดปกติ  ของกระเพาะอาหาร  ลำไส้เล็ก  ลำไส้ใหญ่  วิธีการตรวจด้วยการส่องกล้องนี้ทำได้ไม่ยากค่ะ  แค่งดน้ำงดอาหารมา ชม. 
 

DJ :     เจ็บไหมคะ  เวลาส่องกล้อง?

รุ่งอรุณไม่เจ็บค่ะ  คือคุณหมอจะฉีดยานอนหลับให้ในขณะที่ส่องกล้อง  ตื่นขึ้นมาก็เสร็จแล้วค่ะ  แต่ก็อาจจะมีอาการเจ็บคอบ้างนิดหน่อยค่ะ  
 

DJ :     โรคระบบทางเดินอาหารเป็นโรคที่เราทุกคนเป็นกันบ่อยๆ ใกล้ตัวมากๆ  วันนี้ได้รับความรู้มากๆเลยจากวิทยากรของเรา ต้องขอขอบคุณวิทยากรของเราในวันนี้ด้วยค่ะ  ขอบคุณค่ะ 

 

 

 

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลบุรีรัมย์
โรงพยาบาลบุรีรัมย์
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com