มะเร็งเต้านม

Jan 23, 2021 578

มะเร็งเต้านม

โดยทั่วไปบรรดาหญิงสาวทั้งหลายมักมาโรงพยาบาลด้วยก้อนในเต้านม ซึ่งก้อนในเต้านมที่มีลักษณะบ่งชี้ไปในทางไม่ดี จะมีลักษณะดังนี้
  1. โตเร็ว
  2. แข็ง ขอบไม่ชัด
  3. ติดแน่นกับเนื้อเยื่อรอบข้าง
  4. ที่ใกล้เต้านมบริเวณดังกล่าวบุ๋มลงไป หรือผิวหนังมีลักษณะคล้ายผิวส้ม
  5. หัวนมบุ๋มลงไป
  6. มีเลือดออกทางหัวนม
  7. มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้โตร่วมด้วย
นอกจากนี้อาจมาโรงพยาบาลด้วย มีน้ำคล้ายเลือดไหลออกทางหัวนม แต่พบน้อยกว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นมะเร็งเต้านม 
  • การตรวจที่ดีที่สุดคือ ตรวจด้วยตัวเอง โดยอาจทำขณะอาบน้ำหรือก่อนนอน โดยวิธีการ คือ ยกแขนข้างเดียวกับเต้านมที่ต้องการตรวจขึ้น เอามือไว้หลังท้ายทอย และใช้ฝ่ามือของอีกข้างค่อยๆ คลึงเบาๆ ไปให้รอบเต้านม ไม่ใช่บีบเต้านม สังเกตหน้ากระจกว่า เต้านม 2 ข้างยังเท่ากันดีหรือเปล่า
  • ผู้หญิงที่มีอายุประมาณ 35 ปี ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายรวมทั้งทำ Mammogram เป็นการ X-ray เพื่อ Check เต้านม ทำปีละครั้งและทำเรื่อยๆ ทุกปี แค่นี้ก็พอแล้วครับ ถ้ามีอะไรที่สงสัยว่าผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ทันที
มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดชนิดหนึ่งในผู้หญิง และเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของผู้หญิง อัตราเฉลี่ยของผู้หญิงที่เป็น พบประมาณ 1 ใน 9 ของผู้หญิงทั้งหมด
 
สาเหตุของมะเร็งเต้านม
มีหลายปัจจัยที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม คือ
  1. พันธุกรรม เชื่อว่า การเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 30% สัมพันธ์กับประวัติครอบครัว หรือยีน
  2. อาหาร พบว่า การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาจเพิ่มอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมได้(รายงานของ National Cancer Institute)
  3. Hormone พบว่า การใช้ Hormone ในเพศหญิง เช่น การทานยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุยังน้อย ทานเป็นเวลานานๆ อาจเพิ่มอุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งเต้านม การให้ Hormone ทดแทนในหญิงวัยทอง ก็สามารถเพิ่มอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งเต้านม(เล็กน้อย) เช่นเดียวกัน
  4. ความอ้วน พบว่า ผู้หญิงที่อ้วนโดยเฉพาะในช่วงหลังหมดประจำเดือน เพิ่มอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งเต้านมได้ 1.5 – 2.0 เท่า
  5. การให้นมลูก ในอดีตเคยมีรายงานว่า ผู้หญิงที่ให้นมลูกมากกว่า 36 เดือน จะลดการเป็นมะเร็งเต้านม แต่ปัจจุบันทฤษฎีนี้ไม่น่าเชื่อถือแล้ว
  6. การเข้าสู่ระยะหมดประจำเดือน พบว่า การเข้าสู่ระยะหมดประจำเดือนเร็ว เช่น ประจำเดือนหมดตั้งแต่อายุก่อน 45 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าคนที่ประจำเดือนหมดช้า เช่น ประจำเดือนหมด อายุ 55 ปี ถึง 2 เท่า
  7. การมีบุตร พบว่า ในคนที่ไม่มีบุตร มีอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งมากกว่าคนมีบุตร 30-70 % ยิ่งมีบุตรคนแรกขณะอายุน้อย อุบัติการณ์จะยิ่งลดลง แต่ถ้ามีบุตรคนแรกขณะที่อายุมากกว่า 30 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้น
  8. มีเนื้องอกที่อื่น พวกนี้มักมีเรื่องของพันธุกรรมมาเกี่ยวข้อง และโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมก็จะสูงขึ้น
  9. กัมมันตรังสี การโดนรังสีมากๆ จะทำให้อุบัติการณ์สูงขึ้น ตอนที่มีการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ญี่ปุ่น พบว่า คนที่อยู่ที่ญี่ปุ่นใกล้เมืองที่โดนระเบิดปรมาณู เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น แต่สำหรับผลกระทบจากการฉาย X-ray จะพบอุบัติการณ์ที่จะเป็นมะเร็งน้อยกว่า 1 % ดังนั้นคงไม่ต้องกลัวครับ
 
การรักษา
     ปัจจุบันเชื่อว่า มะเร็งเต้านมไม่ใช่โรคที่เป็นเฉพาะที่ แต่เชื่อว่าโรคทั้งระบบของร่างกาย(Systemic Disease) ดังนั้นในการรักษา การผ่าตัดอาจไม่เพียงพอ อาจต้องมีการให้เคมีบำบัด หรือการใช้ Hormone ช่วยในการรักษา
 
การผ่าตัดปัจจุบันที่ทำกันบ่อยๆ มี 2 ชนิด คือ
  1. ตัดเต้านมออกทั้งหมดคือ จะตัดเต้านมข้างที่เป็นมะเร็งออกทั้งหมด รวมทั้งเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกไปด้วย เป็นการผ่าตัดมาตรฐานที่ทำกันอยู่ 
  2. ตัดเต้านมออกบางส่วน จุดประสงค์คือ ต้องการเก็บเต้านมไว้ เพื่อความสวยงาม โดยอาจต้องตัดออกไปให้กว้างขึ้นกว่าบริเวณที่ก้อนเนื้องอกอยู่ แต่ว่าการผ่าตัดชนิดนี้ ไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วยทุกคน จะสามารถทำได้ในกรณีที่
    - ก้อนมะเร็งไม่ใหญ่มาก
    - ยังคลำไม่พบต่อมน้ำเหลืองโตที่รักแร้
    - ก้อนมะเร็งไม่ได้อยู่ตรงกลางหรือใกล้หัวนม
    การผ่าแล้วเต้านมที่เหลือต้องดูสวย เพราะจุดประสงค์คือ ความสวยงามด้วยนั่นคือ ถ้าเอาเนื้องอกออกแล้วเต้านมผิดรูปมาก ไม่สวย ไม่ควรทำวิธีนี้
 
การผ่าตัดแบบไม่ตัดเต้านมออกทั้งหมด ผู้ป่วยต้องได้รับการฉายแสงรักษาที่บริเวณเต้านมที่เหลือ

ส่วนเรื่องเคมีบำบัด การใช้ Hormone คงต้องดูระยะของโรค และชนิดของ Cell ซึ่งการผ่าตัดทั้ง 2 ชนิด ก็ยังต้องการรักษาต่อเหมือนกัน

สรุป การเอาเต้านมออกหมด ไม่ต้องฉายแสง แต่ถ้าเก็บเต้านม ต้องฉายแสง
 
การป้องกัน
การป้องกันที่สำคัญที่สุดคือ การค้นหาโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เพื่อจะได้รีบรักษาก่อนที่จะลุกลาม
 
ด้วยความปรารถนาดีจาก รพ.วิภาวดี
 
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com