คำถามที่พบบ่อยเรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009

Jun 11, 2020 536

เราต้องการเผยแพรความรู้สุขภาพ เรื่องเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ 2009 ให้มากที่สุด จึงนำข้อเขียนเกี่ยวกับ คำถามที่พบบ่อยเรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009
โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน มาเผยแพร่กัน อ่านได้เลยค่ะ ตรงใจมากๆ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009
ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์  เหมะจุฑา
ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน


fmedthm@gmail.com
www.cueid.org

1. ทำไมต้องระวังไข้หวัดใหญ่ 2009

• ไข้หวัดใหญ่ 2009 ติดต่อง่าย เร็ว ดี เก่งมาก อาจจะเก่งกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
• ไข้หวัดใหญ่ 2009 โจมตีทุกกลุ่มอายุ ไม่เฉพาะเด็กต่ำกว่า ขวบหรือคนแก่อายุมากกว่า 65ปี หรือกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด หลอดลมอ่อนแอ ความดันเลือดสูง เบาหวาน ไตไม่ดี เป็นต้น แต่ยังติดได้ดีในเด็กโต วัยรุ่น จนถึงผู้ใหญ่ที่แข็งแรง 20-50ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัวด้วย
แม้ไม่ได้ให้ตระหนก แต่ต้องเข้าใจ และร่วมกันป้องกัน

2. จริงหรือไม่ที่ไข้หวัดใหญ่ 2009 จะเกิดโรคที่รุนแรงเฉพาะในคนที่มีโรคประจำตัว

 ไม่จริง รายงานการวิเคราะห์ไข้หวัดใหญ่ 2009 จากประเทศเม็กซิโกในช่วงหนึ่งเดือนของการระบาด พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของคนไข้ที่มีอาการรุนแรง ไม่มีโรคประจำตัวทั้งสิ้น และเกิดปอดบวมต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจนถึงเสียชีวิต

3. การรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด มีประโยชน์หรือไม่

ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เพราะไข้หวัดใหญ่ 2009 มีอาการตั้งแต่ อาการ ไอ จาม ครั่นเนื้อ ครั่นตัว โดยไม่มีไข้ก็ได้ ซึ่งการแยกโรคในสภาพที่มีทรัพยากรจำกัด ไม่สามารถทำได้ทันการ จีงอาจไม่เกิดประโยชน์และสิ้นเปลือง การเฝ้าดูสถานการณ์ต้องดูที่ผู้ป่วยที่มาด้วยอาการไข้หวัดใหญ่จริง ๆ และเริ่มมีอาการมากขึ้นจากไข้หวัดธรรมดา เช่น ปวดเมื่อยทั้งเนื้อ ทั้งตัว หลังจาก 2-3 วันยังมีไข้สูงขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการของระบบอื่นร่วมด้วย เช่น อาเจียน ท้องเสีย หรืออาการทางสมอง เช่น ซึม นอนมากขึ้น ปวดศีรษะ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ อาจดำเนินรุนแรงขึ้น จนมีปอดบวม หายใจไม่ได้ จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิต จึงควรเป็นกลุ่มที่ต้องแยกและติดตามรายงาน

4. การเฝ้าดูสถานการณ์ของผู้ป่วยอาการมากขึ้นเช่นนี้มีประโยชน์อะไร

 มีประโยชน์ในการดูความเก่งกาจของไวรัสในการยกระดับความรุนแรง และแนวโน้มที่จะระบาดเป็นระลอกสอง เช่นในอดีต ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ลามโลกปี 1918(H1N1) ปี 1957(H2N2) 1968(H3N2) ซึ่งในระลอกสอง อาจพบความรุนแรงมากขึ้นจากอัตราเสียชีวิต 5-15% กลายเป็น 60-80% ทั้งนี้โดยเทียบอัตราการตายในกลุ่มที่เริ่มมีอาการรุนแรง ไม่ใช่นับรวมผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยเข้าไปด้วย นอกจากนั้น การติดตามจำนวนของผู้ป่วยในแต่ละวันที่มีอาการมากแม้ไม่ถึงขนาดปอดบวมหรือต้องใส่เครื่องช่วยหายใจก็จะช่วยทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ดีขึ้น

ประโยชน์ที่จะได้อีกประการหนึ่งคือการปรับตัวของโรงพยาบาลในการเตรียมพร้อมรองรับการรักษาพยาบาลผู้ป่วย การเตรียมยา จัดสถานที่อุปกรณ์ และบุคลากรในการดูแลผู้ป่วย

5. การปิดโรงเรียน ปิดสถานที่ทำงานที่มีคนติดเชื้อ มีประโยชน์หรือไม่

 มีประโยชน์ เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ 2009 มีความสามารถสูงในการแพร่จาก 1คน ไปยังอีก 2-3 คน และคนที่ได้รับเชื้อยังแพร่ให้ผู้อื่นได้ในช่วง 2-3วันแรกที่ยังไม่แสดงอาการ ดังนั้น แม้ดูอาการปกติก็ยังสามารถถ่ายทอดเชื้อได้ เพราะฉะนั้น เมื่อปิดโรงเรียน ที่ทำงาน นักเรียน คนในที่ทำงานนั้น ๆ ต้องอยู่บ้านโดยเคร่งครัด อยู่บ้านเป็นสัดส่วน อย่างน้อย 7วัน จนแน่ใจ ไม่ใช่ใช้ช่วงเวลานั้นไปเที่ยว เพราะมีโอกาสแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัวสูง

6. มาตรการที่ต้องพิจารณาในสถานการณ์ปัจจุบัน ควรเป็นอย่างไร

สร้างความชัดเจนในประเด็นต่าง ๆ ที่จะสื่อถึงประชาชน ในการขอความร่วมมือ ไปจนถึงการกำหนดมาตรการภาคบังคับ

• ต้องกันผู้มีโอกาสแพร่เชื้อ ไม่ให้มีโอกาสแพร่ไปสู่ผู้อื่น คนที่มีอาการ ไอ จาม น้ำมูกไหล หวัดแบบไหนก็ตาม ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องอยู่บ้าน ในบ้านต้องจัดสัดส่วนแยกเท่าที่จะทำได้ ทุกคนในบ้านต้องใส่หน้ากาก ล้างมือแบบถูกต้องเป็นประจำ แยกถ้วยชามแก้วน้ำ ใช้ช้อนกลาง และเฝ้าดูอาการ หากอาการมากขึ้นต้องนำส่งโรงพยาบาล

• เมื่อหยุดงาน หยุดเรียน ปิดสถานที่มีการระบาดตามระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น วัน ซึ่งนับรวมระยะที่คนที่ติดเชื้อจะสามารถแพร่ให้คนอื่นได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการจนมีอาการแล้ว (แต่ถ้ามีอาการแทรกเช่นปอดบวมระยะแพร่เชื้อก็จะนานกว่านั้น)  ที่สำคัญ ต้องอยู่บ้าน กำชับที่การหยุดนั้น ให้คนหยุดอยู่บ้าน ไม่ใช่ไปดูหนัง เดินช้อปปิ้ง เพราะระยะแพร่อาจเริ่มก่อนมีอาการได้อย่างน้อยหนึ่งวัน

• การล้างมือ ถ้าไม่มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ใช้น้ำและสบู่ได้ เชื้อที่อยู่ในละอองฝอยจากการไอจามสามารถอยู่บนพื้นผิวเครื่องใช้ได้นานถึง 2ชั่วโมง ผู้สัมผัสจะมี โอกาสติดเพิ่ม หากใช้มือที่สกปรกจับต้องหน้าตา จมูกปาก ต้องลดนิสัยใช้มือจับต้องจมูกปาก

ประเด็นสำคัญคือความตระหนักต่อความรับผิดชอบของตนเองต่อสังคม ซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่อย่างน้อยต้องสื่อสาร และต้องมีความชัดเจนถึงการปฏิบัติจริง และสร้างโอกาสในวิกฤตินี้ให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพ สร้างเกราะป้องกันตนเองและชุมชนในอนาคต ที่ยังจะมีโรคติดต่ออุบัติใหม่ใด ๆ มาอีกก็ตาม

7. อาการสำคัญของไข้หวัดใหญ่ 2009

อาการมีได้ทั้งระบบทางเดินหายใจแบบน้อย ๆ ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ไม่มีไข้ก็ได้จนถึงเหนื่อยหอบหายใจเร็ว และปอดบวม แต่อาจพบอาการแบบอื่น ๆ โดยไม่มีไอหรือน้ำมูกไหล แต่ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีกล้ามเนื้ออักเสบ ที่พบบ่อย ปวดกระดูกร่วมกับไข้หรือมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ความดันต่ำ หน้ามืด หรือมีแต่ อาการทางสมอง ซึม ไม่รู้ตัวก็ได้

8. ใครที่ควรต้องตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009

เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ในขฌะนี้ส่วนใหญ่หายเองได้ และทรัพยากรที่จำกัดในการตรวจ ดังนั้นการส่งตรวจมากเกินไป จะไม่เป็นประโยชน์ดังกล่าว ที่สำคัญอาจทำให้มีผลการรายงานในรายที่จำเป็นเพื่อการรักษาหรือป้องกันเสียโอกาสส่งผลตรวจได้เร็วพอ จึงมีการคัดกรองส่งตรวจในรายที่จำเป็น น่าจะได้แก่กลุ่มต่อไปนี้

• ผู้มีโรคประจำตัว โรคปอด หลอดลม เบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคไต อัมพฤกษ์ ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ที่มีอาการทุกระดับ ไม่จำกัดความรุนแรง 

• เด็กอายุต่ำกว่า 5ปี และผู้ใหญ่อายุมากกว่า 65ปี ไม่จำกัดความรุนแรง

• เด็กอายุมากกว่า 5ปี และผู้ใหญ่อายุน้อยกว่า 65ปี เฉพาะที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น

• แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางสาธารณสุข ไม่จำกัดความรุนแรง เพราะจะเป็นตัวการแพร่เชื้อแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ในการระบาดที่เม็กซิโก พบว่า ในโรงพยาบาลโรคปอดแห่งหนึ่งในเดือนแรก มีหมอ พยาบาลติดเชื้อถึง 22 ราย

การตรวจไม่ควรเจาะจงเฉพาะไข้หวัดใหญ่ 2009 ต้องแยกว่า ผู้ป่วยมีอาการจาก แบคทีเรีย ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไข้หวัดนกหรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการให้ยา Tamiflu และประเมินสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009ลามประเทศ

9. ยา Tami flu จ ะให้บุคคลใดบ้าง

ผู้มีอาการน้อยจนเหมือนหวัดธรรมดา เช่น ไข้ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ไม่ต้องใช้ยา แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้น คือไข้สูงไม่ลด พาราเซตามอล เอาไม่อยู่ รายละเอียดในข้อ3. จึงจำเป็นต้องได้ยา

การให้ยาโดยไม่จำกัด นอกจากจะมีผลข้างเคียง ซึ่งมีอันตราย เช่น มีอารมณ์ผิดปกติจนถึงฆ่าตัวตาย เป็นต้น ที่สำคัญคือยังทำให้เชื้อดื้อยาเร็วขึ้น หากมีการระบาดจริง และรุนแรง จะเป็นปัญหาอย่างมาก 

10. ถ้าไม่มีเงินซื้อหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ จะทำอย่างไร

การใช้ผ้าเช็ดหน้า กระดาษทิชชู่ ปิดปาก จมูก เมื่อมีอาการหวัดอย่างเคร่งครัด ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ เป็นทางออกที่ดี ไม่ต้องสิ้นเปลืองเพิ่ม ไวรัสจะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับละอองฝอยซึ่งทั่วไปมีขนาดมากกว่า 8ไมครอน และการปิดปากด้วยผ้าหรือกระดาษสามารถลดการแพร่ได้ระดับหนึ่ง ที่สำคัญอีกประการคือต้องพยายามละเว้นนิสัยเอามือที่ไม่ได้ล้าง และสัมผัสโต๊ะ ลูกบิดหรือเครื่องใช้ที่มีเชื้อไปป้ายตา จมูก ปาก จนทำให้ติดเชื้อได้

11. การอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ปลอดภัยหรือไม่

มีการศึกษาพบว่าถ้าเครื่องปรับอากาศมีการหมุนเวียนจากอากาศภายนอก 100% มีโอกาสติดเชื้อเพียง 1.8% ถ้าใช้อากาศภายนอก 30-70%มีโอกาสติดเชื้อสูงขึ้นเป็น 13-16%

12. ใครควรได้รับวัคซีน

อีกไม่นานคงมีวัคซีนออกมาจากหลายแหล่ง คงเป็นคำถาม ที่ตอบไม่ได้หมด เพราะยังมีข้อมูลต่าง ๆไม่เพียงพอ

ที่ชัดเจนผู้ที่ต้องได้รับก่อนน่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางสาธารณสุขในโรงพยาบาลที่มีโอกาสสัมผัส ติดและแพร่ไปยังผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่เข้ามารับบริการ
อยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอันตรายที่รุนแรงได้ นอกจากนั้นลำดับตามความเสี่ยงเท่าที่มีข้อมูล เพราะการผลิตเพื่อรองรับทั่วโลก ซึ่งถ้าประมาณตามตัวเลขที่น่าจะเป็น แค่ประเทศไทยก็ต้องฉีดกันครึ่งประเทศ  ความเป็นไปได้และความสมเหตุสมผลยังไม่พอ รวมทั้งผลข้างเคียงจากวัคซีนเองที่น่าจะยังไม่มีข้อสรุป จึงพึงสังวรณ์ไว้ก่อน ไม่ใช่แย่งกันฉีดแบบไร้เหตุผล

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลขอนแก่น
ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โรงพยาบาลขอนแก่น...
กลุ่มเสี่ยง ฟรี ไม่เสี่ยงอยากตรวจ 3,500
โรงพยาบาลขอนแก่น
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com