Home : ความรู้สุขภาพ

โรคหัวใจขาดเลือด

อ่านคำถอดเทป จากการสัมภาษณ์แพทย์ ช่วง Health Talk ในรายการ Happy&Healthy ทางสถานีวิทยุ ขสทบ. FM.102 MHZ 9.00-10.00 น.ดำเนินรายการโดย ปัทมพร บุพพะกสิกร และทีมงาน

หัวข้อ โรคหัวใจขาดเลือด

วิทยากร นพ.โชคชัย สุวรรณกิจบริหาร

ศัลยแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
Date: 11/06/2563 View: 442

อ่านคำถอดเทป จากการสัมภาษณ์แพทย์ ช่วง Health Talk ในรายการ Happy&Healthy ทางสถานีวิทยุ ขสทบ. FM.102 MHZ 9.00-10.00 น.ดำเนินรายการโดย ปัทมพร บุพพะกสิกร และทีมงาน

หัวข้อ โรคหัวใจขาดเลือด

วิทยากร นพ.โชคชัย สุวรรณกิจบริหาร  

ศัลยแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด 

ออกอากาศเมื่อ วันที่ 15 สิงหาคม พ..2552

 

DJ: ศัลยแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ภารกิจหลัก คืออะไร?

นพ.โชคชัย: คือ การรักษาหัวใจและหลอดเลือดโดยการใช้มีด ภารกิจหลักๆหรือหน้าที่คือ 
1.การดูแลรักษาภาวะการผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดที่จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด 
2.ภาวะความผิดปกติของปอดและอวัยวะภายในช่องอกเฉพาะภายใน โรคที่พบในปัจจุบันที่ต้องรับการรักษาคือ ความผิดปกติของหัวใจที่เกิดจากภาวะหัวใจขาดเลือด การรักษาไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนจำเป็นต้องมีการรักษาโดยการผ่าตัดบายพาส วิวัฒนาการใหม่ในปัจจุบันที่ดีขึ้น ทำให้การรักษาไม่ยุ่งยาก ก่อนการรักษาเริ่มจากผู้ที่รู้ตัวมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็น หรือรู้ตัวว่าเป็นโรคหัวใจ ต้องรู้จักการรักษาโดยหลีกเลี่ยงการใช้มีด

 

DJ: สถิติการเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดสูงหรือไม่?

นพ.โชคชัย: พบว่าสูง สาเหตุเกิดจาก 
1. อุบัติเหตุ แต่ถ้าไม่นับรวมอุบัติเหตุ โรคมะเร็งถือได้ว่าเป็นอันดับหนึ่ง                       
2.ภาวะการผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด

 

DJ: ปัจจุบันพบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดพบในบุคคลที่มีอายุน้อยใช่หรือไม่?

นพ.โชคชัยใช่ เนื่องจากปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลง การดำเนินชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น การรับประทานอาหารมีการเปลี่ยนแปลง อายุคนไข้ที่พบมีความผิดปกติน้อยลง คือ 20 ปี

 

DJ: เมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดการรักษาโดยหลีกเลี่ยงการผ่าตัด คือการรักษาแบบประคับประคองใช่หรือไม่ อย่างไร?

นพ.โชคชัย: ใช่ โดยธรรมชาติโรคหัวใจและหลอดเลือด 1ใน 3 ไม่แสดงอาการ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1 กลุ่มผู้มีอาการถือได้ว่าโชคดีเพราะทราบถึงความผิดปกติ อาการที่แสดงออกบอกได้ว่าอาการหนักมากหรือน้อย ทราบการวินิจฉัยรักษา        2.กลุ่มที่ไม่แสดงอาการถือได้ว่าอันตราย

 

DJ: กลุ่มที่ไม่แสดงอาการเมื่อแสดงอาการออกมา อาการที่พบเป็นอย่างไร?

นพ.โชคชัย: พบว่าอาการอยู่ในขั้นรุนแรง อาการหนักผิดปกติ รักษาไม่หาย

 

DJ: ลักษณะอาการที่นำมาซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่?

นพ.โชคชัย: ภาวะหัวใจขาดเลือด อาการที่แสดงออกควบคู่กัน เช่น เจ็บแน่นหน้าอก เวลาออกกำลังกายเกิดอาการแน่นหน้าอกด้านซ้าย ร้าวไปกราม เหนื่อยง่าย ใจสั่น เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของหัวใจ อาการที่แสดงอออกขณะพัก ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือไม่มีกิจกรรมใดๆ แต่ยังเกิดอาการผิดปกติของหัวใจ บ่งบอกได้ว่าหัวใจขาดเลือด หัวใจตีบอย่างรุนแรง

 

DJ: 1ใน 3 ไม่แสดงอาการ ไม่ทราบว่าเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถตรวจสุขภาพเพื่อตรวจหาโรคนี้ได้อย่างไร?

นพ.โชคชัย: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ รู้มากย่อมพบความผิดปกติได้ง่าย ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด พบว่า 
1.เพศชาย เพศหญิง โดยปกติเพศชายมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศหญิง เพศหญิงมีโอกาสเป็นมากในช่วงใกล้ประจำเดือนหมด ซึ่งเกิดเนื่องจากความผิดปกติของฮอร์โมน 
2. ประวัติทางพันธุกรรม 
3. น้ำหนัก ความอ้วน ไขมันเกาะตามร่างกายหัวใจรวมทั่งการสูบบุรี่ซึ่งทำให้หลอดเลือดหัวใจกรอบผิดปกติควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยตั้งแต่อายุ 35 ปี เมื่อตรวจไม่พบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงของการเกิดโรค และสมควรตรวจสุขภาพในอีกกี่ปี

 

DJ: การตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานทั่วไป พบว่า เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรตรวจสุขภาพในด้านใดเพิ่มเติม?

นพ.โชคชัย: การตรวจโรคหัวใจและหลอดเลือด เมื่อตรวจไม่พบความผิดปกติแต่ยังมีโอกาสเกิดโรคได้เนื่องจากเครื่องมือไม่สามารถตรวจพบซึ่งเป็นการมตรวจโรคพื้นฐานได้แก่ การตรวจหลักฐานความผิดปกติของร่างกาย การเอ็กซเรย์ดูเงาหัวใจ เงาปอด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และภาวะผิดปกติหัวใจเบื้องต้น 

 

DJ: โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆรองจากโรคมะเร็ง คุณหมอได้กล่าวไว้ว่า คนที่มีความรู้สามารถดูแลและป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจาก 1ใน 3 จากผู้ไม่ทราบมาก่อนมีอาการรุนแรงและจากการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย น้ำหนักตัว รวมถึงโรคอื่นๆเช่น ความดันโลหิตสูง เรื่องของเพศช่วงอายุต้นๆเพศชายจะมีความเสี่ยมากกว่าเพศหญิง ส่วนในช่วงหมดประจำเดือนเพศหญิงจะมีความเสี่ยงมากกว่าเพศชาย การตรวจสุขภาพประจำปีทำให้เราทราบว่าเรามีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่ การตรวจครั้งแรกอยู่ในเกณฑ์อายุ 35 ปี

 

นพ.โชคชัย: การตรวจด้วยไฟฟ้าหัวใจปกติหรือมีอาการที่น่าสงสัย ยังมีการตรวจด้วยวิธีอื่นๆ เช่น วิธีวิ่งสายพานดูความผิดปกติของหัวใจ ความแตกต่างของไฟฟ้าหัวใจ คือการทดสอบในขณะคนไข้นอน การทดสอบไฟฟ้าคือในขณะที่ร่างกายพัก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดขึ้นในขณะที่พัก เลือดไหลไปเลี้ยงหัวใจพอ แต่ไม่แน่ใจ การกระตุ้นให้หัวใจต้องการเลือดมากขึ้นโดยการออกกำลังกาย ดูว่าเลือดสามารถไหลผ่านหลอดเลือดได้ดีมากน้อยขนาดไหน คือการวิ่งสายพาน ถ้าเลือดสามารถไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีแสดงว่าหัวใจปกติแต่ถ้าหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ต้องการเลือดมากขึ้นเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้ก็จะแสดงความผิดปกติขึ้น คือ แน่หน้าอกหรือแสดงจากไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ การultrasound เป็นการดูรูปร่าง โครงสร้างภายในหัวใจ ลิ้นหัวใจ  จังหวะความสม่ำเสมอการบีบของหัวใจ

 

DJ: กลุ่มบุคคล 1ใน 3 ที่ไม่แสดงอาการเลย พบว่าเกิดอาการฉับพลัน ควรเร่งการรักษาหรือไม่?

นพ.โชคชัย: จำเป็นต้องเร่งการรักษา เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอก บางคนอาจเกิดภาวะช็อก การรักษาจึงจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อรับการวินิจฉัยโรค

 

DJ: เวลาที่ใช้ในการเข้าถึงโรงพยาบาล เมื่อเกิดอาการแน่นหน้าอก ควรใช้เวลาเท่าไหร่?

นพ.โชคชัย: เวลาไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจน เมื่อมีอาการผิดปกติหรือเจ็บแน่นหน้าอกควรรีบพบแพทย์ หรือถ้ามียาอม อมใต้ลิ้นก็จะทำให้อาการดีขึ้น

 

DJ: การรักษาโดยการทำBy pass หรือการทำศัลยกรรมผ่าตัด เป็นวิธีสุดท้ายในการรักษาโรคหลอดเลือดและหัวใจหรือไม่?

นพ.โชคชัย: การักษามี 2 ถึง 3 วิธี คือ 1.การรักษาทั่วไปคือ รับประทานยา 2.การขยายหลอดเลือด ส่วนหลอดเลือดที่ตีบมากการขยายด้วยบอลลูนอาจไม่ดีพอ การทำผ่าตัด By pass จึงเป็นวิธีที่จำเป็น ภาพรวมในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังรักษาด้วยการทานยา เช่น แอสไพริน ยาลดความดัน ยาลดไขมัน ซึ่งทำให้ความผิดปกติไม่สามารถเกิดขึ้นได้ บางรายเกิดความผิดปกติหลอดเลือดหัวใจตีบการทำบอลลูนเป็นวิธีที่รวดเร็วคนไข้สามารถกลับบ้านได้เร็ว บางรายหลอดเลือดหัวใจตีบมากในตำแหน่งที่สำคัญ มีความเสี่ยงสูงการททำบอลลูนอาจเกิดโอกาสความผิดปกติได้ง่าย การผ่าตัดจำเป็นต้องมีการพูดคุย ปรึกษาถึงความจะเป็นในการผ่าตัด อัตราเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ถ้าอาการยังไม่ปกติ ยังเกิดภาวะหัวใจวายการรักษาด้วยวิธีสุดท้ายคือการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายปอดหัวใจ และการรักษาโดยการใช้เสตมเซลล์ซึ่งเป็นวิธีที่ยากสำหรับคนไทยและยังไม่เป็นมาตรฐาน

 

 

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]