ตอน วันเบาหวานโลก วิทยากร พญ.อุษณา ลุวีระ

Jun 11, 2020 525

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2553
วิทยากร พญ.อุษณา ลุวีระ อายุรแพทย์โรคไต รพ.วิภาวดี
เรื่อง โรคไตในเบาหวาน
เรื่อง วินัยในการออกกำลังกาย
ช่วง Health Talk ในรายการ Happy & Healthy FM.102 MHZ.
วันเสาร์เวลา 09.00-10.00 น. โดย ปัทมพร บุพพะกสิกร

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2553 ตอน : วันเบาหวานโลก วิทยากร พญ.อุษณา ลุวีระ

วิทยากร พญ.อุษณา ลุวีระ อายุรแพทย์โรคไต รพ.วิภาวดี
เรื่อง โรคไตในเบาหวาน
เรื่อง วินัยในการออกกำลังกาย
ช่วง Health Talk ในรายการ Happy & Healthy FM.102 MHZ. 
วันเสาร์เวลา 09.00-10.00 น. โดย ปัทมพร บุพพะกสิกร 

คุณสามารถ Download ได้ที่นี่


DJ : คุณหมอคะ จริงๆวันเบาหวานโลกเขามีการรณรงค์เรื่องอะไรกันบ้างคะ
พญ.อุษณา : รณรงค์ให้คุมเบาหวานให้ได้ และสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานก็ให้ค้นหาว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานรึเปล่า

DJ : ค้นหานี้มีวิธีอย่างไรบ้างคะ เรื่องของเบาหวาน
พญ.อุษณา : อย่างถ้าเรามีความเสี่ยง เช่น สูงอายุ อ้วน หรือ ญาติพี่น้องเป็นเบาหวาน หรือเราชอบรับประทานอาหารหวานๆ หรือเป็นโรคตับอ่อนอักเสบแบบนี้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องค้นหา

DJ : สมมติว่าเราไม่เคยควรตรวจร่างกายมากก่อน หรือระดับน้ำตาลในเลือดมาก่อน ก็ควรไปตรวจร่างกายใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ

DJ : แล้วเบาหวานเกี่ยวกับโรคไตอย่างไรคะ
พญ.อุษณา : โรคเบาหวานทำให้เกิดสิ่งผิดปกติทางเส้นเลือดทั่วร่างกาย มีทั้งเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดเล็ก และเส้นเลือดที่เกี่ยวกับไต ก็คือ เส้นเลือดเล็กค่ะซึ่งเกิดจากเส้นเลือดเล็กจะหนาตัวแล้วก็แข็งตัว และสุดท้ายก็มีผลทำให้ไตไม่ทำงานเพราะกลุ่มหลอดเลือดฝอยเล็กๆเกิดการอุดตันไปค่ะ 

DJ : ไม่ไปหล่อเลี้ยงไต ใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ

DJ : แล้วโรคเบาหวานนอกจากทำให้เกิดโรคไตแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอื่นๆอีก มีโรคอะไรบ้างคะ
พญ.อุษณา : หลายโรคนะคะ ที่เหมือนๆกับโรคไตก็คือ โรคที่เกี่ยวกับตา คือเส้นเลือดเล็กๆก็จะถูกอุดตัน และสุดท้ายก็จะทำให้เกิดการส่งผลผิดปกติที่ตา คือ มีเลือดออกที่จอรับภาพ แล้วอาจส่งผลทำให้ตาบอดได้ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่เป็นโรคไตและเบาหวานนี้จึงต้องตรวจตา อีกโรคหนึ่งที่เกิดจากเส้นเลือดเล็กเหมือนกันก็คือ ระบบประสาทซึ่งเกิดจากหลอดเลือดเล็กที่เลี้ยงเส้นประสาทอุดตันไปด้วย ก็จะทำให้เกิดอาการชาปลายมือปลายเท้าแบบนี้ค่ะ 

DJ : อันนี้เป็นหลอดเลือดเล็กนะคะ
พญ.อุษณา : ถ้าเป็นหลอดเลือดใหญ่ก็จะเป็นหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองซึ่งจะเกิดการอุดตันได้ ถ้าหัวใจเกิดภาวะการขาดเลือดเลี้ยงที่หัวใจหรือว่าสมองก็จะเกิดหลอดเลือดตีบในสมองทำให้เป็นอัมพฤต อัมพาตได้ ที่นี้ก็ยังมีอันหนึ่งคือเส้นเลือดที่ขา อาจจะอุดตันทำให้ต้องตัดขาหรือเป็นแผลแล้วไม่หาย ประมาณนี้คะ 

DJ : คุณหมอคะ กรณีนี้ก็พบบ่อยเหมือนกันนะคะ กับพวกที่เป็นแผลเรื้อรังเกี่ยวกับโรคเบาหวาน
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ ซึ่งอันนี้ก็จะทราบได้เหมือนกัน โดยการที่เวลาเดินมากแล้วปวดขา ซึ่งก็พอจะทราบได้ว่าหลอดเลือดที่ขามันแคบไปหรืออุดตันค่ะ 

DJ : ค่ะ ก็จะเห็นว่าเบาหวานเป็นภัยเงียบเหมือนกันนะคะ จริงๆแล้วอาการของโรคเบาหวานจะมีอาการอย่างไรบ้างคะ
พญ.อุษณา : ช่วงที่เป็นแรกๆจะไม่มีอาการอะไร แต่ถ้าเป็นจนน้ำตาลสูงเกินไปก็จะมีอาการหิวน้ำ ดื่มน้ำเก่ง หิวแต่น้ำ แต่น้ำหนักลด นั่นก็เป็นเพราะว่าเสียน้ำตาลไปทางปัสสาวะหรือที่ชาวบ้านดูกันง่ายๆ ก็คือปัสสาวะแล้วมดขึ้น 

DJ : กลุ่มผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานนี้ กลางคืนก็จะตื่นมาปัสสาวะบ่อยๆใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ค่ะ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมากและกระหายน้ำ

DJ : คุณหมอคะ แล้วอย่างนี้ก่อนที่จะเป็นน้ำตาลในเลือดสูงก็จะมีอาการก่อนใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารมากๆ อย่างบางคนกระหายน้ำก็ไปดื่มน้ำอัดลมซึ่งมีน้ำตาล 10-15% ถ้าดื่มมากไปน้ำตาลก็จะสูงและถ้าเป็นพวกนี้อาจถึงขั้นโคม่าเลยนะคะ

DJ : คุณหมอคะ ตอนนี้ระดับน้ำตาลในเลือดเท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่าสูงล่ะคะ
พญ.อุษณา : ถ้ายังไม่รับประทานอาหารก็ไม่เกิน 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น แต่ถ้ารับประทานอาหารมาแล้วชั่วโมงกว่าหรือมากกว่า ชั่วโมง ค่าน้ำตาลเกิน 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ก็ถือว่าเป็นเบาหวานค่ะ แต่พวกที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน แล้วรับประทานอาหารแล้วไม่ควรเกิน 140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น และใครอยู่ระหว่าง 140-200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น นี่ก็เป็นการเตือนว่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานแล้ว 

DJ : น้ำตาลในเลือดถ้าเกิน 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ก็ถือว่ามีความเสี่ยงแล้วใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ ก่อนรับประทานอาหารถ้าเกิน 100-110 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ก็ถือว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานแล้วค่ะ

DJ : คุณหมอคะ คนที่เป็นโรคไตแล้วไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมีบ้างไหมคะ
พญ.อุษณา : มีค่ะ

DJ : อันนี้จะรู้ได้จากการเจาะเลือดใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ส่วนใหญ่ก็จะรู้ได้จากการเจาะเลือด เพราะว่าถ้าเป็นโรคไตก็จะเป็นเยอะ แต่ถ้าเราตรวจปัสสาวะพบความผิดปกติ ก็เป็นข้อบ่งชี้ว่าเป็นโรคไตได้คะ 

DJ : อ้อ แล้วคนที่เป็นเบาหวานนี้จะมีซักกี่เปอร์เซ็นที่จะเป็นโรคไตวายด้วย แล้วคนที่ไม่เป็นโรคไตมันขึ้นอยู่กับอะไรบ้างคะ
พญ.อุษณา : คือโรคเบาหวานมี ชนิดใหญ่ คือ ชนิดที่ พบมากในเด็ก จะเสี่ยงประมาณ 30% ที่เป็นนาน 15-20 ปี ก็จะเป็นโรคไต แต่ถ้าเป็นเบาหวานชนิดที่ ที่เป็นผู้ใหญ่และเกิดจากกรรมพันธุ์ก็จะเสี่ยงประมาณ 40% แต่ถ้าเราตรวจให้ละเอียดก็จะมากกว่านั้น คืออาจเป็นโรคไตในระยะแรกก็เลยไม่ทราบกัน 

DJ : คุณหมอคะ ถ้าเราควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดี โอกาสที่จะเป็นไตวายจะน้อยลงไหมคะ
พญ.อุษณา : มันมี ปัจจัยนะคะ ที่จะควบคุมไม่ให้เบาหวานเป็นโรคไตได้เร็วขึ้น คือ มันอาจจะคุมไม่ได้ 100% แต่มันจะช่วยชะลอขั้นที่ คือ คุมน้ำตาลให้ดีให้น้ำตาลสะสมไม่เกิน 7.1% ขั้นที่ คือต้องควบคุมความดันไม่ให้เกิน 130/80 ขั้นที่ ให้ไขมันในหลอดเลือด LDL ซึ่งเป็นไขมันไม่ดีนั้นต่ำกว่า 100 และถ้าควบคุม อย่างนี้ได้ก็จะช่วยชะลอความเสี่ยงของโรคไตได้

DJ : ค่ะ มีค่าวัดที่ชัดเจนแบบนี้คุณผู้ฟังที่ฟังอยู่ ก็สามารถที่จะควบคุมเลย เพื่อชะลอความเสี่ยงของโรคไตไปได้ คุณหมอคะ สำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว แล้วเป็นโรคไตขึ้นมาจะเริ่มต้นจากขั้นปกติหรือเปล่าคะ ที่ไตเสื่อมได้คะ
พญ.อุษณา : คือถ้าเราทราบว่าเราเป็นเบาหวาน เราก็ต้องเริ่มระมัดระวังไตแล้ว แต่ถ้าเป็นเบาหวานชนิดที่ เราก็มักจะไม่ทราบหรอกค่ะว่าเราเป็นเบาหวาน เพราะส่วนใหญ่ 50 % จะไม่รู้ตัวว่าเป็น แต่ถ้าทราบว่าตัวเองเป็นเบาหวานก็ ต้องระวังแล้วว่าเป็นที่ไตหรือเปล่า โดยการตรวจปัสสาวะ ซึ่งเป็นการตรวจไข่ขาวในปัสสาวะ ซึ่งถ้าพบก็แสดง ว่าไตเริ่มโดนเบาหวานคุกคามแล้ว แต่ถ้าเป็นแล้ว คือจะมีไข่ขาว 300 มิลลิกรัม ซึ่งถ้าเราเป็นระยะนี้แล้วคุม ให้ดีทั้ง อย่างข้างต้น ก็จะทำให้ไตกลับมาเป็นปกติได้ และถ้าเกินจากนี้ก็คือ เมื่อมีโปรตีนมากกว่า 300มิลลิกรัมต่อวันแล้ว แสดงว่าไตก็จะไม่สามารถกลับไปเป็นปกติได้ แต่เราก็สามารถชะลอไม่ให้ไตมันเสื่อมได้ค่ะ 

DJ : ก็ดูแลไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับดูแลโรคเบาหวาน ใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ พร้อมๆกับดูแลโรคอื่นๆ อย่างเรื่องตาอันนี้สำคัญ อย่างเช่น ผู้ที่เป็นโรคไตแล้วต้องฟอกเลือดประมาณ 25% จะตาบอดค่ะ น่ากลัวมาก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเบาหวานแล้วยังไม่โดนไต ก็อาจต้องตรวจตาปีละครั้ง แต่ถ้าโดนไตแล้วก็อาจต้องตรวจบ่อยกว่านั้น คือ อาจจะ เดือนครั้งก็ได้ 

DJ : รู้สึกว่าน่ากลัวนะคะสำหรับผู้เป็นเบาหวานแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองทั้ง วิธีค่ะ ทีนี้เรื่องของไตถ้าเกิดเป็นระยะที่ อย่าง ที่คุณหมอพูดคือไตมันไม่ดีแล้ว เราจะมีวิธีควบคุมโดยวิธีอะไรบ้างคะ
พญ.อุษณา : นอกจากต้องควบคุมทั้ง อย่างแล้ว ก็อาจจะต้องระมัดระวังอาหาร คือ ต้องลดอาหารพวกโปรตีนลง คือ อวัยวะที่ขับถ่ายของเสียของโปรตีน จะทำงานหนัก แล้วก็จะทำให้ไตเสียเร็วขึ้น นอกจากนั้นยังต้องพยายามหลีกเลี่ยงยาที่เป็นพิษกับไต เช่น ยาพวกปวดข้อทั้งหลาย เพราะในพวกผู้สูงอายุที่เป็นโรคเกาท์ ถ้าทานยาพวกปวดข้อมากๆก็จะทำให้ไตเสีย อันที่จริงแล้ว คือ แค่ทานยาพวกนี้แค่ 3-4 เม็ด ก็จะทำให้ไตเสียแล้วค่ะ 

DJ : แล้วถ้ามีความจำเป็นจะต้องทานยาล่ะคะ คุณหมอ 
พญ.อุษณา : ยาแก้ปวดทานได้ เช่น พาราเซตามอล ซึ่งตัวนี้จะเป็นพิษต่อตับถ้ารับประทานเยอะเกินไป แต่ไม่ค่อย เป็นพิษต่อไตค่ะ 

DJ : ก็คือว่า สมมุติว่า ถ้าโปรตีนในปัสสาวะออกมาเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ต้องดูแลตัวเองแบบนี้เพื่อที่จะสามารถดูแลตัวเองไปได้ใช่ไหมคะ 
พญ.อุษณา : ก็ต้องรวมถึงลดอาหารเค็มด้วย ที่อยากเน้นมากที่สุดก็คือ บุหรี่ เพราะบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดเสีย หลอดเลือดใหญ่และหลอดเลือดเล็ก ทีนี้นอกจากจะทำให้หัวใจแย่แล้ว สมองแย่แล้ว ไตก็ยังแย่ไปด้วย เพราะฉะนั้นคนที่เป็น โรคเบาหวานควรงดบุหรี่โดยเด็ดขาด 

DJ : โดยเฉพาะผู้ที่มีกรรมพันธุ์ เป็นเบาหวานก็ยิ่งเสี่ยงใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ แล้วอีกอันหนึ่งคนที่เป็นโรคไต แม้ไม่ได้เป็นเบาหวานก็เสี่ยงต่อโรคหัวใจ หรือแม้แต่เป็นเบาหวานก็เสี่ยงต่อโรคหัวใจมากขึ้นจะเห็นว่า ถ้าเราสูบบุหรี่ก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหมอก็เข้าใจว่าบุหรี่มันเลิกยาก อย่างแรกคือ เด็กไม่ควรที่จะสูบบุหรี่ แต่ก็น่ายินดีที่ผู้ชายไทยสูบบุหรี่น้อยกว่าชาติอื่นๆ แต่ตอนนี้เรากำลังรณรงค์ไม่ให้ผู้หญิงไทยสูบบุหรี่ 

DJ : ขอนอกเรื่องนิดหนึ่งนะคะ เมื่อพูดถึงการสูบบุหรี่แล้วในเรื่องของ Seconary Smoker มันมีผลมากน้อยเพียงใดคะ
พญ.อุษณา : มันมีผลต่อปอด คือมันเข้าไปในปอดโดยตรง นอกจากปอดก็เป็นอวัยวะเกี่ยวกับการหายใจที่เสี่ยงจะทำให้เกิดมะเร็ง แล้วมะเร็งปอดก็เกิดจากการสูบบุหรี่นะคะ นอกจากนั้นก็เป็นพวกหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ซึ่งโรคนี้ตอนหนุ่มๆอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่พออายุมากบวกกับอากาศไม่ดีในกรุงเทพ ก็จะทำให้เกิด โรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งทรมานมาก 

DJ : คุณหมออาจจะเห็นคนไข้มาเยอะ ก็ทำให้เห็นโรคที่มันเกี่ยวพันกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตโรคไต มันมักจะมาด้วยกัน คุณหมอก็เลยไม่อยากคนไข้เพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง โดยการสูบบุหรี่อีก แล้วมีคนไข้บ้างไหมคะ ที่พอทราบข้อมูลแล้วงดบุหรี่ได้ค่ะ
พญ.อุษณา : เขาก็พยายามนะคะ แต่ก็ต้องบอกว่าบางครั้งบุหรี่มันแก้เครียดได้ อีกโรคที่เป็นโรคใหญ่เลยและเป็นกันทั่วโลกในประเทศที่พัฒนาแล้วก็คือ โรคอ้วน โดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุง คือพุงจะใหญ่กว่าส่วนอื่น แต่ถ้าเป็นอ้วนที่สะโพกอันนี้ก็ไม่เกี่ยวเท่าไหร่ แต่พวกอ้วนลงพุงนี้เสี่ยงเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูงบวกกับมีไขมันในเลือดสูงอยู่แล้วด้วย พวกนี้จะมีไขมันดีต่ำ (HDL ต่ำ) 

DJ : ถึงแม้ว่า ผอมก็ตาม ถ้ามีพุงโตก็ถือว่าเสี่ยงใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ค่ะ ในผู้หญิงวัดรอบเอวแล้วไม่ควรเกิน 80 ซม. และผู้ชายก็ไม่ควรเกิน 90 ซม. โรคนี้คือถ้าใครเป็นควรพยายามลด การออกกำลังกายและงดอาหารก็ช่วยได้แล้ว โดยเฉพาะถ้าเราอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป ก็เสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนลงพุงด้วยค่ะ 

DJ : เพราะการเผาผลาญจะน้อยกว่าพวกเด็กๆใช่ไหมคะคุณหมอ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ การเผาผลาญน้อยลง และที่เค้าให้ อ. คือ อาหาร อากาศ แล้วก็ออกกำลังกาย อันนี้สำคัญ มากๆค่ะ

DJ : เรื่องความเค็มหน่อยค่ะ วัฒนธรรมของคนไทยในการรับประทานอาหารพวก Fast Food และส่วนใหญ่อาหารพวกนี้มักจะเค็มกันหมดใช่ไหมคะ คุณหมอ 
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป อย่างเช่น เนื้อสัตว์ที่ทำแห้งหรือถนอมอาหาร หรือ เบคอน อันนี้ก็เค็ม และวิธีที่จะหลีกเลี่ยงอาหารเค็ม ก็คือ อย่าทานอาหารสำเร็จรูป ให้ทานอาหารที่สดๆ แล้วเราก็เติมรสที่พอดีๆ หรือถ้าจำเป็นอยากทาน เราก็อาจจะใช้วิธีการจิ้ม เช่น จิ้มน้ำปลาหรือซีอิ้ว ซึ่งความเค็มก็จะไม่ได้เยอะเท่าไหร่ 

DJ : วิธีจิ้มก็เป็นวิธีที่ดีนะคะ เพราะของที่เขาหมักมันจะซึมเข้าไป ใช่ไหมคะ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ พวกปลาเค็ม ไข่เค็ม ควรงดหมด แต่ว่าควรทานอาหารสดๆที่ทำแล้วจิ้มน้ำปลาหรือซีอิ้ว มันก็อร่อยหรือกรณีที่อยากปรุงรสอื่นๆ เช่น รสเปรี้ยว รสเผ็ด ก็สามารถใส่เข้าไปได้อันนี้ก็จะทำให้อาหารมีรสชาด แต่ก็ไม่เพิ่มเกลือเท่าไหร่

DJ : อย่างเกลือวันหนึ่ง เขาให้ทานปริมาณซักเท่าไหร่คะ
พญ.อุษณา : ไม่เกิน กรัม คือ ครึ่งช้อนชา ค่ะ

DJ : ก็นับว่าน้อยนะคะ คือ ถ้าครึ่งช้อนชาและถ้าเรานับอาหารทั้งหลายมารวมๆกัน ก็นับว่าจะพอดีแล้ว นะคะ
พญ.อุษณา : ใช่ค่ะ คือ ต้องไม่เติมอะไรเลย ในกรณีที่อาหารปรุงมาแล้ว 

DJ : แล้วผลไม้ที่เป็นพริกกับเกลือล่ะคะ
พญ.อุษณา : ก็ยิ่งแย่เลยค่ะ

DJ : ใช่ค่ะ เพราะเห็นบางคนทานพริกกับเกลือ มาจิ้มๆกัน ก็อร่อยดีค่ะ คุณหมอคะ ใกล้ถึงช่วงสุดท้าย แล้วค่ะ อยากให้คุณหมอแนะนำกับคุณผู้ฟัง ในเรื่องของการดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคไตในเบาหวาน หน่อยค่ะ 
พญ.อุษณา : คือ เราต้องดูแลตัวเองว่า เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือเปล่า และถ้าเสี่ยงก็ต้องไปเจาะเลือดดู ควร ควบคุมน้ำหนัก พวกอาหารหวาน ผลไม้หวานๆด้วยนะคะ ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็น เบาหวานหรือเป็นช้าลง แต่สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแล้วก็ต้องระมัดระวังว่าจะเป็นโรคไตหรือเปล่า โดยการคุมน้ำตาลให้ดี คุมความดันให้ดี และตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะปีละครั้งก็ได้ และถ้าพบว่ามันผิดปกติ เราก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น สมมุติว่าเราระวังแล้ว แต่เรายังมีปัสสาวะในโปรตีนเยอะ แล้วไตก็เริ่มเสื่อมลงแล้วก็ลดอาหารโปรตีนและอาหารเค็ม โดยเฉพาะความดันโลหิตสูงนี้ เพราะโรคเบาหวานและโรคความดันจะเป็นโรคฝาแฝดกัน และถ้าเมื่อไหร่ที่เป็นก็จะทำให้ไตหรืออวัยวะอื่นๆ เสื่อมเร็วขึ้น เราต้องควบคุมความดันให้ดี การวัดความดันเองได้ เป็นสิ่งที่ควรจะทำในคนไข้ที่เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง เพราะจะทำให้เราสามารถควบคุมได้ตลอดเวลา 

DJ : ต้องขอขอบพระคุณ คุณหมอมากๆเลยนะคะ เป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ จริงๆแล้วโรคทุก โรค ก็เป็นที่ตัวเรานั่นแหละที่สามารถดูแลและป้องกันตัวเองได้มากกว่าใครเลยค่ะ ต้องขอบพระคุณ คุณหมอมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลขอนแก่น
ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โรงพยาบาลขอนแก่น...
กลุ่มเสี่ยง ฟรี ไม่เสี่ยงอยากตรวจ 3,500
โรงพยาบาลขอนแก่น
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com