รังสีกับมนุษยชาติ

Jun 11, 2020 918

รังสี ! มีอันตรายหรือไม่?

การใช้รังสีทางการแพทย์ดำเนินมาไม่ต่ำกว่า 100 ปี ทั้งในด้านการวินิจฉัยโรคและรักษาโรค โดยเริ่มจากการใช้เครื่องมือและวิธีการง่ายๆ จนปัจจุบันมีการใช้เทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้น เป็นที่ยอมรับว่ารังสีมีประโยชน์มหาศาล  แต่ก็มีโทษต่อมนุษย์อย่างมากด้วย ในการใช้รังสี ทางการแพทย์ ได้ถือหลักว่ารังสีให้ประโยชน์แก่มนุษย์คุ้มค่ากว่าความเสี่ยงจากอันตรายของรังสี

รังสีกับมนุษยชาติ 

   มนุษย์มีโอกาสรับรังสีในสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา ทั้งจากธรรมชาติ และจากสิ่งประดิษฐ์ รังสีในธรรมชาติแบ่งได้เป็น

-ภายนอกร่างกาย ได้แก่ รังสีคอสมิก รังสีจากพื้นดิน 

-ภายในร่างกาย ได้แก่ อาหาร อากาศ เป็นต้น

    จากการประเมินผลของสตีเฟน เอ. แม็กไกวร์ (Stephen A. mcGuire) และ  แครอล เอ. พีบอดี (Carol A. Peabody) แห่งสหรัฐอเมริกา ใน ค.ศ. 1982 มนุษย์คนหนึ่งจะได้รับรังสี โดยเฉลี่ยประมาณ 179.3 มิลลิเร็มต่อปี แบ่งได้เป็นรังสีจากธรรมชาติ 83 มิลลิเร็มต่อปี และจากสิ่งประดิษฐ์ ประมาณ 96.3 มิลลิเรมต่อปี
      แหล่งรังสี                          อัตราที่ได้รับ(มิลลิเร็มต่อปี)

    -รังสีคอสมิก                                               28

   -วัสดุก่อสร้าง                                                4

   -ร่างกายมนุษย์                                          25        

   -พื้นดิน                                                     25

รังสีจากธรรมชาติ         รวม        ประมาณ 100 มิลลิเร็มต่อปี

   -การแพทย์                                               90

  -ฝุ่นจากระเบิดนิวเคลียร์                                5

    -โรงไฟฟ้านิวเคลียร์                                   0.3

    -เครื่องอุปโภค (ส่วนใหญ่จาก TV.สี)             1

รังสีจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์  รวมประมาณ 100 มิลลิเร็มต่อปี



รังสี ! มีอันตรายหรือไม่?

การใช้รังสีทางการแพทย์ดำเนินมาไม่ต่ำกว่า100 ปี ทั้งในด้านการวินิจฉัยโรคและรักษาโรค โดยเริ่มจากการใช้เครื่องมือและวิธีการง่ายๆ จนปัจจุบันมีการใช้เทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้น เป็นที่ยอมรับว่ารังสีมีประโยชน์มหาศาล  แต่ก็มีโทษต่อมนุษย์อย่างมากด้วย ในการใช้รังสี ทางการแพทย์ ได้ถือหลักว่ารังสีให้ประโยชน์แก่มนุษย์คุ้มค่ากว่าความเสี่ยงจากอันตรายของรังสี 

การใช้รังสีทางการแพทย์เป็นประโยชน์ไหม?

  มีประโยชน์แน่นอน เป็นที่ทราบกันว่า วิทยาการทางรังสีแบ่งได้เป็น 3 สาขา
  -  รังสีวิทยาวินิจฉัย ที่ทันสมัยใช้วิเคราะห์โรคต่างๆ ได้รวดเร็ว ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีการตรวจคัดแยกโรค เช่น  มะเร็งเต้านมโดยแมมโมแกรม และรังสีร่วมรักษาซึ่งได้รับการพัฒนามาภายใน 10-20 ปี นี่เอง
-  เวชศาสตร์นิวเคลียร์ มีการใช้สารกัมมันตรังสี สารเภสัชรังสีในการวินิจฉัย และรักษาโรคอย่างกว้างขวาง จาก ภาพการกระจายของสารรังสี หรือการนับวัดจากผู้ป่วยเพื่อศึกษาการทำงานของอวัยวะ เช่น ต่อมธัยรอยด์ เป็นต้น  นอกจากนี้เวชศาสตร์นิวเคลียร์ยังเป็นประโยชน์ ด้านการติดตามการดำเนินของโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น มีการศึกษาพบว่า มีความคุ้มทุนสูง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
   -  รังสีรักษา การรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสี เทคนิคการรักษาที่สลับซับซ้อนด้วยเครื่องมือที่มีความก้าวหน้า ทำให้มี  ความถูกต้องแม่นยำมีประสิทธิภาพ ผลข้างเคียงเกิดขึ้นน้อยลง การใช้รังสีอย่างพอเหมาะช่วยผู้ป่วยนับล้าน ๆ คนให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นในแต่ละปีในบางกรณีมีการใช้รังสีเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดลง ผู้ป่วยไม่ต้องทนทุกทรมาน      จึงเห็นได้ว่าการใช้รังสีเป็นวิธีการพื้นฐานในการวินิจฉัยและรักษาโรคที่มีการเปรียบเปรยว่า สถาบันทางการแพทย์ที่ทันสมัย แต่ไม่ใช้รังสี เสมือนเป็นการดำเนินการไม่ครบวงจร

  การใช้รังสีทางการแพทย์มีความเสี่ยงไหม?

  มีบ้างแต่ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีในการวินิจฉัยโรค ปริมาณรังสีจะน้อยเมื่อเทียบกับการใช้รังสีในการรักษา  โรค การใช้รังสีการศึกษาปริมาณต่ำเกินไปอาจเป็นผลเสียในการวินิจฉัยโรค เช่น อ่านผลไม่ได้ หรือไม่ถูกต้องแม่นยำ เป็นต้น หรืออาจทำให้การรักษาไม่ เป็นผลก็ได้และประสบการณ์จะช่วยให้ใช้ประโยชน์จากรังสีได้สูงสุด และลดความ เสี่ยงลง การใช้รังสีในการวินิจฉัยโรคบางประเภท ใช้ปริมาณรังสีสูง เช่น การวินิจฉัยโรคในระบบช่องท้อง โดย เครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ แต่ข้อมูลสถิติทางการแพทย์ แสดงว่าความเสี่ยงจากรังสีที่ทำให้เกิดการตายเนื่องจากโรคมะเร็งมีประมาณ 1 ใน 2,000 คน หรือ 0.05%  ในขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยอื่นมีถึง 1 ใน 4 หรือ 25%
มนุษย์ได้รับรังสีจากแหล่งกำเนิดทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวหรือ?
ไม่ใช่แหล่งกำเนิดรังสีแบ่งเป็นแหล่งใหญ่ได้ 2 แหล่ง คือ จากธรรมชาติ เช่น รังสีคอสมิคจากอวกาศ รังสีจากพื้นโลกและ มนุษย์สร้างขึ้น รังสีจากแพทย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรังสีที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งรวมถึงรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงงาน อุตสาหกรรม เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู เป็นต้น (เพิ่มชนิดของรังสีที่ใช้ทางการแพทย์)     ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า รังสีมีอันตรายแต่มนุษย์นำประโยชน์ของรังสีมาใช้ทางการแพทย์ ดังนั้นบุคลากรทางการ    แพทย์ นักรังสีเทคนิค นักฟิสิกส์ ตลอดจนประชาชนทั่วไป จำเป็นต้องรู้จักวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสี โดย
        1. ลดเวลาในการสัมผัสรังสี นั้นคือ ใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการสัมผัสรังสี เช่น เอกซเรย์
        2. ใช้วัสดุกำบังรังสี เช่น เสื้อตะกั่วกำแพงกำบังรังสี
       3. บุคคลซึ่งไม่เกี่ยวข้องพยายามอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดรังสีให้มากที่สุด
       4. บุคลากรทางการแพทย์มีเครื่องวัดปริมาณรังสีติดตัว มีเครื่องตรวจวัดรังสีประจำห้อง

ชนิดของรังสีที่ใช้ทางการแพทย์

        1. รังสีเอกซ์ เป็นรังสีที่มนุษย์ทำขึ้น รังสีเอกซ์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นพวกเดียวกับคลื่นแสง แต่มีความถี่สูงจึงมีพลังงาน   สูงสามารถทะลุผ่านวัตถุต่างๆ ได้ รังสีเอกซ์พลังงานช่วงกิโลอิเล็กตรอนโวลท์ใช้ในการวินิจฉัยโรค รังสีเอกซ์ขนาดพลังงาน

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com