เตือนอีก 2 วันเตรียมรับฝุ่นระลอกใหม่ [Thai PBS]

Dec 01, 2020 373

นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า วันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) จะมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น "หว่ามก๋อ" ที่อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้อากาศมีการไหลเวียนและลอยตัวดีขึ้น แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ฝุ่น PM 2.5 อาจจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะด้านตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือ และสภาพอุตุนิยมวิทยาช่วยให้ฝุ่นไม่กระจายตัว

ส่วนภาคกลางและตะวันตกค่าฝุ่น PM2.5 ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แม้จะมีการเผาพื้นที่เกษตรและพบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี และอ่างทอง จึงเกิดการสะสมของฝุ่นในบางพื้นที่ ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี และขอนแก่นจนเกิดการสะสมตัวของฝุ่น

โดยจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) จะมีฝนตกลงมาช่วยให้ค่าฝุ่นลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยจากสภาพอากาศยังคงเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการที่ควบคุมได้ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์แทน เช่น การเผาในที่โล่ง การกำหนดการเข้าออกในเขตเมืองของรถบรรทุกเป็นวันคู่วันคี่ ทำงานที่บ้านเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

 ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ คพ.คาดการณ์ช่วงวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ค่าฝุ่นPM 2.5 จะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะด้านตะวันตกเฉียงใต้ของ กทม. จ.สมุทรปราการ นนทบุรี เตรียมชงเสนอครม.พรุ่งนี้ (17 พ.ย.) 12 แผนรับมือฝุ่นปีนี้ตั้งเป้าลด 20% พร้อมทีมสื่อสารฝุ่น
 
วันนี้ (16 พ.ย.2563) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)เผยถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เริ่มเกินมาตรฐานในเขตกทม.และปริมณฑล พบค่าความเข้มข้นในระดับประมาณ 72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพราะมีมวลอากาศเย็นจากจีนลงมาทำให้สภาพอากาศปิด แต่หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ยังถือว่าค่าความเข้มข้นน้อยกว่า ซึ่งการแจ้งเตือนในขั้นตอนนี้ยังดำเนินการผ่านทางแอปพลิเคชัน air4thai แต่หลังจากนี้ถ้าฝุ่นเกินมาตรฐานจุดจะยกระดับการแจ้งเตือนประชาชน นอกจากนี้จะต้องพยากรณ์ล่วงหน้า 3 วัน เพื่อให้ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเตรียมตัวในการป้องกัน คาดว่าจะเริ่มใช้วันที่ 1 ธ.ค.นี้ 
 
 
 
 
นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับการเปิดศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ภายใต้บอร์ดสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในช่องทางบูรณการประสานงานกับทุกหน่วยงานในระดับต่าง และการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องกับประชาชนในรูปแบบของ One Voice One Team ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) นอกจากนี้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)จะเตรียมลงพื้นที่วันที่ 19-21 พ.ย.นี้ พื้นที่จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ซึ่งจะเริ่ม Kick Off ในระดับพื้นที่ 
 
“ปีนี้ตั้งเป้าที่จะลดปัญหาอย่างน้อยให้ได้ 20% ถือเป็นความท้าทายในการทำงานแก้ปัญหาฝุ่น และหมอกควันภาคเหนือ โดยจะอุดจุดอ่อนของปีก่อนเพราะถึงจะมีแผน มีวอร์รูมระดับจังหวัด แต่แผนกลับทำงานไม่ถึงท้องถิ่น ทำให้เกิดปัญหามาก”
อ่านข่าวเพิ่ม 19 จุด! ฝุ่นพิษต้นฤดูหนักสุด "มหาชัย-ถนนกาญจนาภิเษก"
 
เตือน 2 วันเตรียมรับมือฝุ่นระลอกใหม่
นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า วันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) จะมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น "หว่ามก๋อ" ที่อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้อากาศมีการไหลเวียนและลอยตัวดีขึ้น แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ฝุ่น PM 2.5 อาจจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะด้านตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือ และสภาพอุตุนิยมวิทยาช่วยให้ฝุ่นไม่กระจายตัว 
 
 
ส่วนภาคกลางและตะวันตกค่าฝุ่น PM2.5 ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แม้จะมีการเผาพื้นที่เกษตรและพบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี และอ่างทอง จึงเกิดการสะสมของฝุ่นในบางพื้นที่ ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี และขอนแก่นจนเกิดการสะสมตัวของฝุ่น
 
โดยจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) จะมีฝนตกลงมาช่วยให้ค่าฝุ่นลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยจากสภาพอากาศยังคงเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการที่ควบคุมได้ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์แทน เช่น การเผาในที่โล่ง การกำหนดการเข้าออกในเขตเมืองของรถบรรทุกเป็นวันคู่วันคี่ ทำงานที่บ้านเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
 
“ภายใน 2 วันข้างหน้านี้คาดการณ์ว่าในหลายพื้นที่ค่าความเขมข้นฝุ่น PM2.5 จะกลับมามีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง”
 
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง
โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง
โรงพยาบาลคามิลเลียน
โรงพยาบาลคามิลเลียน
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com