สัมภาษณ์ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ได้รับการบำบัดไตด้วยการล้างช่องท้อง

Jun 11, 2020 546

อ่านคำถอดเทป สัมภาษณ์ช่วง Health Talk
รายการ Happy & Healthy ขสทบ. FM 102 MHZ.
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2555 เวลา 09.00-10.00 น.
โดย ปัทมพร บุพพะกสิกร
วิทยากร คุณนงลักษณ์ ไชยศรีสวัสดิ์ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะ
สุดท้าย ที่ได้รับการบำบัดไตด้วยการล้างช่องท้อง
เรื่อง การล้างไตทางช่องท้อง ในผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย

สัมภาษณ์ช่วง Health Talk รายการ Happy & Healthy
ขสทบ.      FM 102 MHZ.

วันเสาร์ที่   19  พฤษภาคม   2555   เวลา  09.00-10.00  น.

โดย          ปัทมพร  บุพพะกสิกร  

วิทยากร   คุณนงลักษณ์  ไชยศรีสวัสดิ์  ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
              ที่ได้รับการบำบัดไตด้วยการล้างช่องท้อง

เรื่อง        การล้างไตทางช่องท้อง ในผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย

 

DJ :  ช่วง Health Talk วันนี้เราได้รับเกียรติจากคุณนงลักษณ์ ไชยศรีสวัสดิ์ ผู้ป่วยโรคไต จะเล่าถึงประสบการณ์ เรื่อง ล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเอง  เพื่อให้กำลังใจ ผู้ป่วยโรคไตวาย ให้มีกำลังใจต่อสู้ต่อไป  รวมถึงวิธีการสร้างกำลังใจให้กับตัวเองในการต่อสู้กับโรคไตด้วยค่ะ 
สวัสดีค่ะคุณนงลักษณ์ 

คุณนงลักษณ์   : สวัสดีค่ะ

DJ :  ปัจจุบัน คุณนงลักษณ์อายุเท่าไหร่  และเป็นโรคไตมากี่ปีแล้วคะ  ?

คุณนงลักษณ์   : อายุ  47 ปีค่ะ และดิฉันก็ป่วยเป็นโรคไตมา 14  ปีแล้วค่ะ 

DJ : ก่อนหน้านี้คุณนงลักษณ์ มีอาชีพอะไรคะ   ?

คุณนงลักษณ์เกษตรกรรมค่ะ  เป็นฟาล์มเลี้ยงไก่  และเก็บไข่ไปส่งขายที่ต่างๆ มีลูกชาย คน  เลยทำให้ต้องดูแลลูกๆและไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียนด้วย    

DJ : เรื่องการรับประทานอาหารของคุณนงลักษณ์ล่ะคะ เป็นอย่างไร?

คุณนงลักษณ์:  ส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารนอกบ้าน  เพราะไม่ค่อยมีเวลา  แต่บางทีมื้อเย็นก็ทำอาหารรับประทานเอง หรือซื้อเข้ามาทานบ้างค่ะ

DJ : แล้วทราบตอนไหนคะว่า  ป่วยเป็นโรคไต  ?

คุณนงลักษณ์ : มีช่วงหนึ่งค่ะ  เพลียมากๆๆ  ทั้งๆที่นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ แต่ก็ยังรู้สึกเพลีย  และเป็นลมบ่อยๆ รวมถึงทานอาหารไม่ได้ด้วย  เลยตัดสินใจมาพบคุณหมอ  ซึ่งหลังจากตรวจร่างกายแล้วคุณหมอก็บอกว่าดิฉันเป็นไตวายระยะสุดท้ายแล้วนะ  ซึ่งตอนนั้นไม่เข้าใจว่าไตวายคืออะไร  และการรักษาเป็นอย่างไร

DJ : คุณหมอแนะนำวิธีการรักษาอย่างไรบ้างคะ?

คุณนงลักษณ์ : แนะนำให้ปลูกถ่ายไต  ซึ่งต้องหาไตที่เข้ากับเราได้  และต้องฟอกไต  ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร ที่สำคัญคือต้องรักษาตัวไปตลอดชีวิต  
DJ : ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าต้องฟอกไต รู้สึกอย่างไรบ้างคะ ?

คุณนงลักษณ์ :  ความรู้สึกแรกคือ  เรายังไม่มีเงินพอที่จะฟอกไต เลยขอทานยาอย่างเดียวไปก่อน  ซึ่งพอทานยาไปประมาณ ปี  ก็มีอาการของน้ำท่วมปอดหลายครั้ง  และต้องใส่ท่อช่วยหายใจซึ่งทรมานมาก จุดเปลี่ยนที่ทำให้ดิฉันกลับใจมารักษาจริงจังคือ ทุกครั้งที่อาการโคม่า เมื่อเห็นสายตาของลูกๆที่มีแต่ความกังวลห่วงใยดิฉันเลยตัดสินใจฟอกไต  และทำให้ต้องขายทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีเพื่อรักษาตัวเอง เพราะสมบัติต่างๆ เราสามารถหาทดแทนได้ภายหลัง  ดิฉันไม่รู้จะหวงทรัพย์สินเงินทองไปทำไม  ในเมื่อร่างกายป่วยจะแย่อยู่แล้ว 

DJ : ช่วงแรกรักษาตัวอย่างไรคะ  (หลังจากทานยามาเกือบปี) ?

คุณนงลักษณ์   :ก่อนตัดสินใจรักษา ดิฉันทรมานมาก   ตัวบวม  นอนราบก็ไม่ได้  หายใจก็ไม่สะดวก น้ำลายก็เป็นเลือด   หลังตัดสินใจแล้ว ดิฉันทำการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมที่ต้องไปทำที่โรงพยาบาล

DJ : เปลี่ยนมาเป็นการรักษาแบบ ล้างช่องท้อง ได้อย่างไรคะ  ?

คุณนงลักษณ์  :   ด้วยความที่ฟอกไตจากเครื่องค่าใช้จ่ายแพงมาก ( 10 ปีก่อน)   ฟอกครั้งละประมาณ 4,000 กว่าบาท บวกกับ  ต้องเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกกว่า 100 กิโลเมตร  จึงทำให้ฟอกได้แค่อาทิตย์ละครั้ง /เดือน และมีค่าใช้จ่ายมากถึง 20,000 กว่าบาท/เดือนทีเดียว  ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ  เลยทำให้ล้างของเสียได้ไม่หมด   ซึ่งตอนนั้นสภาพจิตใจแย่มาก และต้องควบคุมเรื่องอาหารการกิน ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ ส่งผลให้ของเสียมีมากขึ้น   แต่ต่อมาทราบข่าวว่า  รัฐบาลมีบัตรทอง 30 บาท ในการรักษาโรคไต ด้วยวิธีล้างไตทางช่องท้อง ต้องผ่าตัดใส่ท่อไว้ทางช่องท้อง  ดิฉันก็รีบไปลงทะเบียน พอถึงคิวที่จะต้องผ่าตัด (สิทธิ์บัตรทอง) ทำให้ทราบว่า การผ่าตัดไม่ได้น่ากลัว      และพักฟื้นไม่นาน  แต่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด  ที่สำคัญคือ มีท่อฝังอยู่ที่ท้องด้วย  ยิ่งทำให้เราต้องดูแลความสะอาดและปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้น   แต่พวกญาติๆดิฉันก็กังวลในเรื่องของการติดเชื้อ   แต่ดิฉันก็ไม่มีทางเลือก 

DJ : สายที่ฝังท้องที่ผ่าตัดเข้าไป เหมือนกับอวัยวะอย่างหนึ่งของเรา  และต้องใช้ล้างไตทุก ๆ ชม. ในช่วงแรก รู้สึกลำบากมากไหมคะ?

คุณนงลักษณ์  :   ก็กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก   เพราะต้องล้างไตทุก ชม.  ซึ่งก็ต้องใช้การปรับตัว และต้องทำใจอยู่กับมันให้ได้     วัน ต้องล้างไต รอบ  แต่ก็ถือว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

DJ : ในการล้างไตแต่ละรอบ  ต้อง ใช้เวลานานแค่ไหนคะ ?

คุณนงลักษณ์   :   ประมาณรอบละ 30 นาที  แต่ต้องมีการเตรียมอุปกรณ์และฆ่าเชื้อด้วย    ส่วนการเอาน้ำยาเข้า-ออกอีกประมาณไม่เกิน 10 นาที  นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ  ร่วมด้วย  เช่น  หากรู้สึกเหนื่อยมาก หรือท่อในท้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ก็จะใช้เวลานานกว่านั้น  เป็นต้น 

DJ : ช่วงที่ล้างไต   มีการติดเชื้อบ้างไหมคะ?

คุณนงลักษณ์  :   ช่วงแรก ๆ ก็จะมีการติดเชื้อบ้าง  จากการยกของหนัก และอุ้มเด็กบ้าง ซึ่งน้ำยาก็จะออกมาเป็นเลือด  แต่ดิฉันก็โทรไปปรึกษาคุณหมอ และปฏิบัติตามที่คุณหมอสั่ง   รวมถึงรีบเดินทางเข้าไปที่โรงพยาบาลทันที      เพื่อเอาน้ำยาถุงสุดท้ายที่ล้างไปตรวจเพาะเชื้อ ทำให้ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลประมาณวัน  เพื่อดูการติดเชื้อ  และคุณหมอก็จะอนุญาตให้กลับบ้านไป อาทิตย์  แต่ต้องเอาน้ำยามาพบคุณหมอ เพื่อดูว่ามีการติดเชื้ออยู่อีกหรือไม่  และถ้าทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้นค่ะ

DJ : ทุกวันนี้  มีการดำเนินชีวิตอย่างไรบ้างคะ  ?

คุณนงลักษณ์   :   ก็มีความสุขมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนน้ำยาทางช่องท้อง  ทำให้เราผิวไม่คล้ำ  ผมก็ไม่ร่วง ไม่ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล  และที่สำคัญ ไม่ต้องดูแลเรื่องอาหารมากเหมือนกับการ ฟอกไตด้วยเครื่องรวมถึงได้ทำงานที่ชอบ  ซึ่งดิฉันชอบทำงานฝีมือ พวกพวงกุญแจ อยู่กับบ้าน  เพราะเป็นการช่วยหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัวด้วย  ที่สำคัญไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย   ซึ่งตอนนี้ เดือน  จึงจะไปพบคุณหมอ ครั้ง 

 DJ : ทราบว่าคุณนงลักษณ์ ได้ทำงานเป็นจิตอาสา เพื่อช่วยเหลือสังคมด้วย อยากทราบว่าทำอะไรบ้างคะ  ?

คุณนงลักษณ์    :  ไปเยี่ยมเพื่อนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง   ไปให้กำลังใจพวกเขาให้ต่อสู้ชีวิต    บ้างก็ไปช่วยงานมูลนิธิเด็ก ด้วยการสอนงานฝีมือที่ทำอยู่ รวมถึงไปสอนเด็กที่สมาธิสั้น ในการร้อยลูกปัด   ถึง ไม่มีเงินไปช่วยพวกเค้า  แต่อย่างน้อย ก็ได้ไปช่วยดูแลพวกเด็กเหล่านี้บ้าง   ดิฉันเชื่อว่า คนเราทุกคนมีหัวใจด้านซ้ายเหมือนกัน  แต่ที่มีไม่น้อยกว่าคนทั้งโลก ก็คือ  กำลังใจที่จะให้คนอื่น ค่ะ

DJ :  อยากให้คุณนงลักษณ์ฝากแง่คิดและกำลังใจ สำหรับผู้ป่วยหน่อยค่ะ?

คุณนงลักษณ์   :  อย่าท้อนะคะ   เพราะเราจะเป็นกำลังใจให้เสมอ    และอย่าคิดว่าตัวเองเป็นผู้ป่วย   ควรหาอะไรทำ ถ้าไม่เกินกำลังของเรา ยิ่งถ้าทำแล้วสร้างรายได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก    และการล้างไตทางช่องท้อง ไม่ได้น่ากลัวเลย   ที่สำคัญอยากให้คุณอดทนเพื่อคนที่คุณรัก   และอยากให้คุณมีพลังในการต่อสู้ต่อไป รวมถึงยังมีหน่วยงานต่างๆ ที่พร้อมจะช่วยเหลือคุณ   อย่าท้อ   เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกค่ะ

DJ :  กำลังใจเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆค่ะ หลังจากได้พูดคุยกับ คุณนงลักษณ์ในวันนี้  คงทำให้ผู้ป่วยโรคไต  หลายๆท่านมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคต่อไปนะคะ  ขอให้อดทนเพื่อคนที่คุณรัก  และเพื่อคนที่รักคุณค่ะ 

 

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com