วัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส

Jun 11, 2020 844

วัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส

 วัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส

 

 โรคนิวโมคอคคัส (Pneumococcus)

โรคนิวโมคอคคัลเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อสเตรปโตคอคคัสนิวโมนิอิ(Streptococcus pneumoniae) ถึงแม้เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคปอดบวมซึ่งนำไปสู่การเจ็บป่วยและตายเป็นจำนวนมากทั่วโลก แต่ก็เป็นโรคหนึ่งที่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

เชื้อแบคทีเรียนี้พบได้ทุกหนทุกแห่ง มักพบอาศัยอยู่ในโพรงจมูกและลำคอของคนที่เป็นพาหะ โดยไม่มีอาการอะไร เชื้อกระจายไปสู่บุคคลอื่นโดยการไอ หรือ จาม ทำให้มีละอองเสมหะแพร่กระจายออกไป เชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยการสัมผัสสิ่งปนเปื้อน ซึ่งคล้ายกับการแพร่กระจายของโรคหวัด และไข้หวัดใหญ่

 

 อาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อนิวโมคอคคัส

ถ้าสงสัยว่ามีอาการดังต่อไปนี้ ให้รีบพบแพทย์

โรคปอดบวม จะมีอาการไข้สูง ไอ หายใจเร็ว หอบ อาจมีของอาการไข้หวัดนำมาก่อนหรือไม่ก็ได้

โรคหูชั้นกลางอักเสบ จะมีอาการไข้สูง เจ็บหู งอแง ร้องกวน

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน คอแข็ง ปวดศีรษะ อาเจียน กระวนกระวาย ชัก หรือหมดสติอย่างรวดเร็ว
ผู้ป่วยอาจมีอาการไข้สูง โดยที่มีหรือไม่มีอาการอื่นร่วมด้วยก็ได้ ควรจะรีบพามาพบแพทย์

 

การรักษาโรคนิวโมคอคคัส

การรักษาที่สำคัญที่สุดคือการให้ยาปฏิชีวนะที่สามารถกำจัดเชื้อนิวโมคอคคัสได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีการดื้อต่อยาเพนนิซิลิน ยาปฏิชีวนะสามารถฆ่าเชื้อได้ภายใน 24 ชั่วโมง แต่ในปัจจุบันเชื้อดื้อยาเพนนิซิลินมากขึ้น ทำให้แพทย์ต้องใช้ยากลุ่มใหม่ในการรักษา ความยุ่งยากของการรักษาโรคนี้ยังขึ้นอยู่กับว่า ติดเชื้อบริเวณใด เช่น ติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมอง อาจทำให้มีการทำลายเนื้อสมองร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจมีความพิการเหลืออยู่ในรายที่รอดชีวิต

 

 ทำไมจึงควรได้รับวัคซีน

เนื่องจากการรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะในปัจจุบันซึ่งเป็นเชื้อดื้อยาเพนนิซิลินมากขึ้น ทำให้การรักษาโรคนิวโมคอคคัสยุ่งยาก และซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจทำให้มีความพิการหลงเหลือในรายที่รอดชีวิต ดังนั้นการป้องกันโรคนี้โดยการฉีดวัคซีนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง

 วัคซีนนิวโมคอคคัสโพลีแซคคาไรด์ (pneumococcal polysaccharide vaccine, PPSV23)

วัคซีนนิวโมค็อคคัลโพลีแซคคะไรด์ (PPSV) ป้องกันเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อคคัลได้ 23 ชนิด รวมถึงชนิดที่มักก่อให้เกิดโรคขั้นรุนแรงด้วย

ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงจะสร้างภูมิคุ้มต่อต้านเชื้อส่วนใหญ่หรือทั้งหมดภายหลังรับการฉีดวัคซีนภายใน 2 ถึง 3 สัปดาห์ ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ป่วยเรื้อรังอาจไม่ตอบสนองต่อวัคซีนเท่าที่ควรหรือไม่ตอบสนองเลย
ใครควรได้รับวัคซีน PPSV23

·        ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

·        ผู้ที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 64 ปีซึ่งมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังเช่น:

-                    โรคหัวใจโรคปอดโรคเลือดโรคเบาหวานโรคพิษสุราเรื้อรังโรคตับแข็งมีของเหลวซึมจากสมองหรือไขสันหลัง หรือมีการเปลี่ยนอวัยวะภายในช่องหู

·        ผู้ที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 64 ปี ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ร่างกายลดการต่อต้านกับการติดเชื้อ เช่น:

-                    โรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบเรื้อรังมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือเม็ดเลือดไตวายมะเร็งของเซลล์พลาสม่าโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของไตติดเชื้อเอส ไอ วี หรือ เอดส์ม้ามบกพร่อง หรือ ไม่มีม้ามเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ

·        ผู้ที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 64 ปี ซึ่งรับประทานยาหรือได้รับการบำบัดรักษาที่ทำให้ร่างกายลดการต่อต้านกับการติดเชื้อ เช่นใช้ยาเสตอรอยด์เป็นเวลานานยารักษาเฉพาะโรคมะเร็งรับการฉายแสง

·        ผู้ใหญ่อายุ 19 ถึง 64 ซึ่งสูบบุหรี่เป็นโรคหืด

 ควรฉีด PPSV23 กี่ครั้งและเมื่อไหร่

โดยปกติต้องฉีด PPSV23 เพียงครั้งเดียว แต่ในบางกรณีจำเป็นต้องฉีดครั้งที่สอง

·        ควรฉีดครั้งที่สองให้กับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปที่ได้รับการฉีดครั้งแรกเมื่อบุคคลนั้นมีอายุน้อยกว่า 65 ปี และได้รับการฉีดมานานเกินกว่า 5 ปี

·        ควรฉีดครั้งที่สองให้กับผู้ที่มีอายุ 2 ถึง 64 ปีซึ่งมีม้ามบกพร่องหรือไม่มีม้ามมีโรคเลือดจากโดยกำเนิดมีการติดเชื้อ เอช ไอ วี หรือเอดส์เป็นมะเร็งมะเร็งเม็ดเลือด ต่อมน้ำเหลืองเซลล์พลาสมาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของไตมีการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูกรับยาเพื่อกดภูมิคุ้มกัน (เช่น ใช้คีโมบำบัด หรือใช้ยาเสตอรอยด์เป็นเวลานาน)ควรฉีดวัคซีนครั้งที่สองหลังจากครั้งแรก 5 ปี

 

การดูแลอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

วัคซีนก็เหมือนยารักษาโรคอื่นๆที่อาจเกิดปฏิกิริยาข้างเคียงได้ สำหรับวัคซีนป้องกัน โรคนิวโมค็อคคัlโพลีแซคคkไรด์   อาจมีผลข้างเคียงบ้างเล็กน้อยเช่น  ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด  มีส่วน้อยเพียง 1% ที่อาจมีไข้ หรือ ปวดกล้ามเนื้อ   การดูแลรักษาอาการข้างเคียง หากปวด บวมบริเวณที่ฉีดให้ประคบด้วยผ้าเย็น หากมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ในขนาดที่เหมาะสม หากมีอาการรุนแรง หรือเป็นมาก ควรปรึกษาแพทย์ทันทีและแจ้งอาการให้ทราบโดยละเอียด

 

 การดูแลอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่ควรสังเกตุ                

·        สังเกตุหาอาการผิดปกติต่างๆ ของอาการแพ้อย่างรุนแรง คือ ผื่น หน้าบวม ปากบวม คอบวม หายใจไม่สะดวก หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายใน 2-3 นาที ถึง 1-2 ชั่วโมงหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

·        หากคิดว่าผู้รับวัคซีนเกิดปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงให้นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ภายใน 12 ชมหลังคลอด และให้วัคซีนครั้งที่ 1 พร้อมๆ กันคนละตำแหน่งกับ HBIG วัคซีนครั้งที่ 2 ให้เมื่ออายุ 1-2 เดือน และครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 6 เดือน

 

o   ในกรณีที่ใช้วัคซีนรวมที่มีคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน และวัคซีนตับอักเสบบี สามารถให้ฉีด (หลังจากเข็มแรกเกิดที่อายุ 2, 4, และ 6 เดือนได้

o   ในกรณีเด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 11 ปี สามารถฉีดวัคซีนได้ในเดือนที่ 0, 1, 6 ส่วนเด็กที่อายุ ตั้งแต่ 11-15 ปี  อาจฉีดเพียง 2 ครั้ง ในเดือนที่ 0 และเดือนที่ 4-6 โดยใช้วัคซีนขนาด 1.0 มลเท่าผู้ใหญ่    

·        ผู้ใหญ่

o   บุคคลที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนและมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ดังเช่น

§  ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

§  ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน

§  ผู้ที่ฉีดสารเสพติด

§  ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์มากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป

§  ผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง หรือโรคไตเรื้อรัง

§  ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและมีอายุน้อยกว่า 60 ปี

§  บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งต่างๆ

§  บุคคลในครอบครัวติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

§  ผู้ที่เดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของไวรัสตับอักเสบบี

§  ผู้ติดเชื้อเอดส์

o   สตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงก็สามารถฉีดวัคซีนได้

ใครที่ไม่ควรรับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

·        ผู้ที่เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงเป็นอันตรายแก่ชีวิตต่อวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี หรือส่วนประกอบของวัคซีน

·        ผู้ที่มีอาการป่วย ควรรอจนกว่าหายเป็นปกติก่อนจึงจะฉีดได้

ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์ดังนี้

ถึงแม้อัตราเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงที่เกิดจากวัคซีนเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ให้เฝ้าระวังอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที

·        มีอาการผิดปกติดังนี้ อาการของการแพ้รุนแรง กล่าวคือ หายไจลำบาก หรือหายใจมีเสียงวีด เสียงแหบ ไข้สูง ผื่น หน้าบวม ปากบวม ตัวซีด หรือ หัวใจเต้นเร็วเป็นต้น
                        ด้วยความปรารถนาดี  จาก ศูนย์วัคซีนโรงพยาบาลวิภาวดี

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้
โรงพยาบาลขอนแก่น
ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โรงพยาบาลขอนแก่น...
กลุ่มเสี่ยง ฟรี ไม่เสี่ยงอยากตรวจ 3,500
โรงพยาบาลขอนแก่น
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com