พบเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก สูงขึ้นมากช่วง ตค-พย แนะผู้ปกครองสังเกตอาการใกล้ชิด

Dec 07, 2020 364

ให้สังเกตอาการของเด็ก หากมีไข้สูง ซึม เดินเซ ชักเกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียน ให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติและแจ้งผู้ปกครองมารับกลับบ้านเพื่อดูแลเบื้องต้น

พบเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก สูงขึ้นมากช่วง ตค-พย แนะผู้ปกครองสังเกตอาการใกล้ชิด  (ความรู้สุขภาพ )
พบเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก สูงขึ้นมากช่วง ตค-พย แนะผู้ปกครองสังเกตอาการใกล้ชิด  (ความรู้สุขภาพ )

กรมควบคุมโรค แนะช่วงเปิดเทอมขอให้ผู้ปกครองและสถานศึกษา ระวังเด็กป่วย “โรคมือ เท้า ปาก” เน้นคัดกรองและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

 
              กรมควบคุม แนะช่วงเปิดเทอมขอให้ผู้ปกครองและสถานศึกษา ระวังเด็กป่วย “โรคมือ เท้า ปาก” เน้นคัดกรองและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ข้อมูลปีนี้พบว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้ป่วยรวมกันมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยตลอดทั้งปี แนะให้สังเกตอาการของเด็ก หากมีไข้สูง ซึม เดินเซ ชักเกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียน ให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติและแจ้งผู้ปกครองมารับกลับบ้านเพื่อดูแลเบื้องต้น หากอาการไม่ดีขึ้นให้พาไปพบแพทย์โดยเร็ว และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย สถานศึกษาหมั่นทำความสะอาดของเล่น ของใช้เด็กอย่างสม่ำเสมอ
 
          วันนี้ (4 ธันวาคม 2563) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้สถานศึกษาเริ่มเปิดภาคเรียน อาจมีการทำกิจกรรมรวมกันเป็นกลุ่มมีโอกาสใกล้ชิดกันมาก ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่าย โดยสิ่งที่ผู้ปกครองและครูควรระมัดระวังไม่ให้เด็กป่วย นอกจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) แล้ว ยังมีโรคมือ เท้า ปาก ที่มีแนวโน้มพบอัตราป่วยมากที่สุดในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ดังนั้น สถานศึกษาต้องมีมาตรการคัดกรองและสังเกตอาการของเด็กก่อนเข้าเรียนทุกเช้า เพื่อเฝ้าระวังการป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก และโรคโควิด 19 ด้วย
 
          สถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ในปี 2563 นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 พฤศจิกายน 2563
  • มีรายงานพบผู้ป่วย 27,220 ราย
  • ไม่มีผู้เสียชีวิต
  • โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม-พฤศจิกายน) พบผู้ป่วย 15,613 ราย  คิดเป็นร้อยละ 57 ของผู้ป่วยทั้งหมด
  • กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ แรกเกิด-4 ปี รองลงมาคืออายุ 5 ปี และอายุ 7-9 ปี

โรคมือ เท้า ปาก จะพบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ สามารถติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง โดยเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน
 

               ดังนั้น เมื่อได้รับเชื้อเด็กจะมีอาการไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น มีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชักเกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อโรคมือ เท้า ปากชนิดรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
 
          นายแพทย์โอภาส กล่าวเน้นย้ำผู้ปกครองและสถานศึกษา ให้ดูแลและสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ และขอแนะนำวิธีป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ดังนี้  1.ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของเด็กก่อนมาเรียน ส่วนสถานศึกษามีการคัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียนทุกเช้า  2.ให้เด็กสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อลดการสัมผัส ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น 3.หมั่นทำความสะอาดของใช้ ของเล่นและพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกันเป็นประจำ 4.สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ 70% ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังเล่นของเล่น  5.จัดให้มีพื้นที่ในการเข้าแถวทำกิจกรรมหรือเล่นเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 5-6 คน มีการเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร  และ 6.หากเด็กไม่สบายหรือมีไข้ก่อนมาเรียน ผู้ปกครองควรพาไปพบแพทย์และให้พักอยู่บ้าน ส่วนสถานศึกษาหากพบเด็กป่วยให้แยกออกจากเด็กปกติและแจ้งให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน เพื่อพาไปพบแพทย์โดยเร็ว และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย แยกของใช้ส่วนตัวของเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับเด็กคนอื่นๆ งดไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถป้องกันได้ทั้งโรคมือ เท้า ปาก โรคโควิด 19 และโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจอื่นๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
 
 
วันที่ 4 ธันวาคม 2563
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง
โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง
โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั
โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั
โรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา
โรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com