Home : ความรู้สุขภาพ

โรคช่องไขสันหลังตีบครับ

ความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อกระดูกสันหลัง ทำให้มีลักาณะของพังผืดและกระดูกงอกไปบีบรัดเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยมีอการปวดร้าวลงขา มีอาการชาหรืออ่อนแรง เวลาเดินซึ่งอาการดังกล่าวจะดีขึ้น เมื่อหยุดนั่งพักสักครู่แล้วจะสามารถเดินต่อไปได้อีก เราเรียกโรคนี้ว่า โรคช่องไขสันหลังตีบครับ
Date: 11/06/2563 View: 1,019

 ภาวะช่องไขสันหลังตีบ          

มีคำถามเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยที่ว่า เมื่อเดินไปสักพักแล้วจะมีอการปวดหลังร้าวลงขาและมีอาการชาร่วมด้วย นายแพทย์อนุกูล  ธารางกูรวงศ์  ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ รพ.วิภาวดี กล่าวว่าอาการดังกล่าวพบบ่อยในผู้ที่มีวัยวุฒิขึ้นมาเล็กน้อยหรือเรียกว่า สว.(สูงวัย) คำฮิตของเราในช่วงนี้ โดยปัญหาพื้นฐานมาจาก ความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อกระดูกสันหลัง ทำให้มีลักาณะของพังผืดและกระดูกงอกไปบีบรัดเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยมีอการปวดร้าวลงขา มีอาการชาหรืออ่อนแรง เวลาเดินซึ่งอาการดังกล่าวจะดีขึ้น เมื่อหยุดนั่งพักสักครู่แล้วจะสามารถเดินต่อไปได้อีก  เราเรียกโรคนี้ว่า โรคช่องไขสันหลังตีบครับ

มีปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดโรคช่องไขสันหลังตีบ ?

1.อายุมาก  มีความเสื่อมของกระดูกสันหลังตามวัย

2.กรรมพันธุ์ มีลักษณะช่องไขสันหลังตีบแคบแต่กำเนิด

3.การเสื่อมที่มาจากการเคลื่อนของกระดูกสันหลัง

4.อุบัติเหตุรุนแรง ทำให้กระดูกหักยุบ และไปกดทับไขสันหลัง

5.เนื้องอกหรือมะเร็งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปกดเบียดช่องไขสันหลัง

แต่ที่พบบ่อยก็คือ จากความเสื่อมของกระดูกสันหลังตามวัยนั่นเอง

แล้วการวินิจฉัย ทำอย่างไร ?

การวินิจฉันจะเริ่มตั้งแต่การซักประวัติของอาการตามด้วยการตรวจร่างกาย(ดูความแข็งแรงของกำลังขา,ตรวจรีเฟล็กซ์ Reflex,ตรวจความรู้สึกของเขา,การตรวจชีพจรขา) นอกจากนั้นแล้ว ยังจะต้องอาศัย การถ่ายภาพเอ็กซเรย์ประกอบปัจจุบัน (MRI เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะสามารถจะบอกตำแหน่ง ของพยาธิสภาพได้ แต่คงต้องประกอบกับอาการและการตรวจร่างกายร่วมด้วยเป็นสำคัญ ครับ

ทำไมต้องมีการตรวจชีพจรของขา ?

เพราะการตรวจดู ผิวหนังและชีพจรบริเวณขาจะทำให้แยกโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือดออกไปได้

การรักษาโรคช่องไขสันหลังตีบ  มีวิธีใดบ้าง การรักษาจะแบ่งได้ 2 ส่วนใหญ่ ๆ

1.รักษาแบบไม่ผ่าตัด

2.รักษาแบบผ่าตัด

รักษาแบบไม่ผ่าตัด ต้องประกอบด้วยหลาย ๆ วิธี ร่วมกัน เช่น

1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้งานส่วนของหลั

2.การออกกำลังกาย เช่น การยืดกล้ามเนื้อหลังในท่านอนหงาย ดึงเข่าชิดอกหรือการฝึกกล้ามเนื้อหลัง

3.การใช้ยารับประทาน ลดอาการอักเสบและอาการปวดซึ่งการรับประทานยานาน ๆ ก็จะมีผลเสียเรื่องระคายกระเพาะอาหารและมีผลต่อการทำงานของไตและตับได้

4.การทำกายภาพบำบัด เช่น อัลตร้าซาวน์หรือการดึงหลัง เป็นต้น

5.การฉีดยาสเตียรอยด์ เพื่อลดอาการอักเสบซึ่งถ้ารักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้ว อาการไม่ดีขึ้นจึงจะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด

รักษาแบบไม่ผ่าตัด

จะใช้ในกรณีที่ การรักาแบบแรกไม่ได้ผล ผู้ป่วยยังคงมีอาการปวดหลังและร้าวลงขามาก การดำเนินชีวิตของผู้ป่วยแย่ลง หรือ มีภาวะอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขามัดใหญ่ โดยการผ่าตัดจะเป็นการเลาะส่วนที่เป็นพังผืดและกระดูกงอกที่กดทับเส้นประสาทออกแล้วอาการปวดของผู้ป่วยจะดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่อาจจะยังคงเหลืออาการชาอยู่บ้าง ซึ่งจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลา 4-6 เดือน

โดยทั้งหมดนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยและกำลังใจจากญาติเพื่อให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการรักษาตั้งแต่เบื้องต้น ก็จะทำให้ผลของการรักษาดีขึ้นเป็นลำดับครับ

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับโรคช่องไขสันหลังตีบ

-ผู้ที่มีภาวะอ้วน จะเกิดภาวะกระดูกเสื่อมและนำไปสู่ภาวะช่องไขสันหลังตีบได้มากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติ

-ภาพเอ็กซเรย์ MRI บางส่วนอาจจะไม่สัมพันธ์โดยตรงกับอาการของผู้ป่วยก็ได้

-อาการช่องไขสันหลังตีบ ทำให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมต่าง ๆ ลดลงเกิดภาวะอ้วนได้ง่าย นำไปสู่ภาวะที่ร่างกายอ่อนแอลงมีผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิตและหัวใจ อาจรวมถึงการเกิดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลร่วมด้วย

หวังว่าบทความนี้จะมีส่วนให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงภาวะของโรคช่องไขสันหลังตีบและสามารถนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางการรักษาเบื้องต้นอย่างเหมาะสมต่อไปครับ

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่
โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน...
ราคา 2,600
โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย
แพ็กเกจการฝังเข็มเฉพาะจุด...
ราคา 700
โรงพยาบาลพัทยาอินเตอร์เนชั่นแน
รพ.พัทยาอินเตอร์ฯ บริการตรวจคัดกรอง COVID-19 (scre...
 
สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com