โรคไวรัสเมอร์ส โควี

Jun 11, 2020 513

ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือเมอร์ส–โควี คืออะไร...

 ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือเมอร์สโควี คืออะไร...

จากข้อมูลระบุว่า ไวรัสตัวนี้จัดอยู่กลุ่มโคโรน่าไวรัสเช่นเดียวกับไข้ หวัดซาร์ส แต่ไม่ใช่ตัวเดียวกับซาร์ส ซึ่งโดยปกติไวรัสกลุ่มนี้จะก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินหายใจ มีอาการตั้งแต่ระดับอ่อนๆเป็นไข้หวัดธรรมดา และรุนแรงถึงขั้นหายใจติดขัด ระบบการหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด

จริงๆแล้ว โคโรน่าไวรัส 2012 ที่เรียกว่าเมอร์ส-โควี นี้ไม่ใช่ไวรัสที่เพิ่งค้นพบ เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในคนและสัตว์ แต่มีการพบในคนครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 การแพร่ระบาดของโรคส่วนใหญ่อยู่ในประเทศในแถบตะวันออกกลาง มักพบในกลุ่ม
ผู้เดินทางไปแสวงบุญ ผู้สัมผัสอูฐ หรือดื่มนมอูฐ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยารักษา

ในเดือน พ.ค.2557 ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งยุโรป (European Centre for Disease Prevention and Control) รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันทั้งสิ้น 495 ราย เสียชีวิต 141 ราย ใน 17 ประเทศ ได้แก่ จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ตูนิเซีย อิตาลี โอมาน คูเวต มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กรีซ อียิปต์ สหรัฐอเมริกา และเยเมน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรายงานการพบทั้งผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องเฝ้าระวังเท่านั้น

อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า ขอแนะนำให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปตะวันออกกลาง ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด งดสัมผัสกับอูฐ หรือดื่มนมอูฐดิบ ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ และหากเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ภายใน 14 วัน พบมีอาการป่วย มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ให้ใส่หน้ากากอนามัยและให้รีบพบแพทย์ แจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศทันที เนื่องจากแหล่งแพร่เชื้อไวรัสนี้อยู่ในประเทศตะวันออกกลางเป็นหลัก

สำหรับประเทศไทย ได้มีการเฝ้าระวังโรคนี้ตั้งแต่มีรายงานพบผู้ป่วยในแถบตะวันออกกลางเมื่อปี 2555 จนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีการพบผู้ป่วยในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม จะยังคงมาตรการอย่างต่อเนื่อง 3 เรื่อง คือ

1.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทุกแห่ง เฝ้าระวังผู้ป่วย เน้นกลุ่มที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ไอ ถ่ายเหลว อาเจียน และมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลาง หรือเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศที่พบผู้ป่วย

2.ให้กรมควบคุมโรควางแผนการดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปร่วมพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย จะเริ่มเดินทางช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ จำนวน 10,400 คน และ

3.จัดทำคำแนะนำในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคแก่ประชาชนทั่วไปที่จะเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง

กลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรง ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย ขอให้หลีกเลี่ยงการเที่ยวชมฟาร์ม พื้นที่โรงเก็บผลผลิตทางการเกษตร และตลาดที่มีอูฐอยู่ แต่หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสอูฐ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำนมดิบจากอูฐ ที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ รวมทั้งการกินอาหารที่ไม่สะอาด หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการล้างปอกเปลือก หรือปรุงให้สุก เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนสารคัดหลั่งของสัตว์ได้

ขอแนะนำให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปตะวันออกกลาง ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข งดสัมผัสกับอูฐ หรือดื่มนมอูฐดิบ ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ และหากเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ภายใน 14 วัน พบมีอาการป่วย คือ มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ให้ใส่หน้ากากอนามัยและขอให้รีบพบแพทย์ แจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศทันที เนื่องจากแหล่งแพร่เชื้อไวรัสนี้อยู่ในประเทศตะวันออกกลางเป็นหลัก” อธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำ พร้อมกับบอกว่า เบื้องต้นประเทศไทยจะนำเอางบประมาณ และมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้ออีโบลามาใช้ในการป้องกันโรคเมอร์ส-โควีก่อน

                                  ด้วยความปรารถนาดี จากโรงพยาบาลวิภาวดี

                                      ขอบคุณที่มา http://www.thairath.co.th/

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลบุรีรัมย์
โรงพยาบาลบุรีรัมย์
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com