Home : ความรู้สุขภาพ

กักตัวผู้ป่วยเมอร์สวัย75ที่สถาบันบำราศฯ สธ.ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

กักตัวผู้ป่วยเมอร์สวัย75ที่สถาบันบำราศฯ สธ.ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
Date: 11/06/2563 View: 542

กักตัวผู้ป่วยเมอร์สวัย75ที่สถาบันบำราศฯ สธ.ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันที่ 18 มิ.ย. ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. ในฐานะประธานการแถลงข่าวผลตรวจทางห้องปฏิบัติการโรคโคโรนาไวรัส 2012 หรือโรคเมอร์ส-โควี เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยโรคโคโรนาไวรัส 2012 หรือโรคเมอร์ส-โควี เป็นรายแรกในประเทศไทย เป็นชาวตะวันออกกลางอายุ 75 ปี เดินทางโดยเครื่องบินจากประเทศตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เพื่อรักษาโรคหัวใจ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนเบื้องต้น ซึ่งทางโรงพยาบาลเอกชนมีการตื่นตัวมาก จึงได้ประสานสธ.ล่วงหน้าในการเตรียมการรับสถานการณ์โรคเมอร์สจึงได้แยกผู้ป่วยและใช้มาตรการเหมาะสมเข้มงวด ส่งเสมหะตรวจในห้องปฏิบัติการตามแนวทางพบว่าผลเป็นบวก รวมถึงนำผลตรวจเข้าห้องปฏิบัติการซ้ำอีกครั้ง ทั้งยังส่งผลตรวจไปอีกสองห้องปฏิบัติการ ยืนยันว่าผลเป็นบวก
   “ปัจจุบันอาการผู้ป่วยยังคงทรงตัว โดยขณะเดินทางมาไม่มีไข้ มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่ได้มีไข้ แต่เริ่มมีอาการไอ หอบ ตอนที่เข้าโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และได้รับการรักษาภายในห้องแยกที่สถาบันฯ ซึ่งได้ติดตามโรค และติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง จึงได้ดำเนินการตรวจสอบใกล้ชิดทุกวัน รวมทั้งยังได้ติดตามคนใกล้ชิดทั้งหมด 59 คน ประกอบด้วยครอบครัว 3 คน ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดได้เชิญตัวมาไว้ที่สถาบันบำราศนราดูรแล้ว ส่วนคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่มีรายชื่อ รวมถึงเบอร์ติดต่อ ซึ่งจะสอบถามอาการทุกวันว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะมีการกันผู้ป่วยให้อยู่ในห้องแยกแล้วรวมถึงญาติใกล้ชิดก็ไม่ได้สัมผัสใครโดยตรง
    ทั้งนี้ รมว.สธ.กล่าวอีกว่า ประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ต่างก็มีผู้ป่วยจากต่างประเทศเหมือนกัน แต่ทั้งหมดวินิจฉัยได้เร็ว และไม่ได้มีการระบาดในวงกว้าง เพราะฉะนั้นขออย่าได้ตื่นตระหนก เพราะผู้ป่วยได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วอย่างไรก็ตามขอให้ใช้มาตรการสุขอนามัยดูแลตัวเอง กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว ในช่วงนี้ขอให้อย่าเพิ่งเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาด ทั้งประเทศตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้ สำหรับประชาชนทั่วไปถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่แพร่ระบาด อย่าคลุกคลีในมวลชนหมู่มาก และหากเดินทางกลับใน 14 วัน แล้วพบอาการไข้ ไอ น้ำมูกเจ็บคอ ให้สวมหน้ากาก แล้วพบแพทย์ทันที
     “แม้จะพบผู้ป่วยรายแรก เดินทางเข้ามาในกทม. แต่เขาถูกแยกอยู่แล้ว ญาติใกล้ชิดถูกแยกอยู่แล้ว ได้รักษาตัวในโรงพยาบาลบำราศนราดูรอยู่แล้ว บุคลากรทางการแพทย์ได้รับการป้องกันตัวอย่างดี ขอให้มีความมั่นใจ  และเราได้ให้การรักษาตามแนวทางที่เตรียมไว้ทุกประการ” ศ.นพ.รัชตะกล่าว
     นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีประวัติสัมผัสสัตว์ในตะวันออกลาง สำหรับผู้สัมผัสที่เสี่ยงน้อย และอยู่ห่างๆ จะมีการจดชื่อ โทรถามอาการทุกวัน รวมถึงขอผู้สัมผัสให้หยุดงานซึ่งหลังครบหนึ่งสัปดาห์จะมีเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมบ้าน โดยจะติดตามใกล้ชิดไปสองสัปดาห์ หรือ 14 วัน
     ขณะที่ ศ.นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมรับมือโรคเมอร์สเต็มที่ โดยมีประสบการณ์ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมรับโรคไข้หวัดนก โรคซาร์ส โรคอีโบลา รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ประชุมใกล้ชิดตลอดเวลา สำหรับผู้ป่วยรายนี้ มีการติดตามตั้งแต่สนามบินจนถึงโรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนก็เตรียมพร้อมมาก มีการจับผู้ป่วยเข้าห้องแยก ส่งผลตรวจตามที่ต่างๆ ทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนนำผลตรวจมาประชุมกัน และย้ายผู้ป่วยมาที่สถาบันบำราศนราดูร ในช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา
      “สำหรับโรคนี้มีโอกาสหายได้ แต่อัตราการตายก็สูงเช่นกัน โดยในตะวันออกกลาง ตายได้ถึง 40% แต่เรายืนยัน และมีความมั่นใจมากว่าจะควบคุมไม่ให้โรคนี้ออกจากโรงพยาบาลได้ศ.นพ.ประเสริฐกล่าว
 
                                   ขอบคุณที่มาของข้อมูลhttp://m.posttoday.com/

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com