Home : ความรู้สุขภาพ

การเตรียมตัวสำหรับส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติทางการแพทย์

การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจะได้ผลที่ถูกต้อง และเกิดประโยชน์สูงสุด จะต้องเก็บสิ่งสิ่งตรวจอย่างถูกวิธีและเหมาะสม ดังนั้นการเตรียมตัว และเก็บสิ่งส่งตรวจอย่าถูกวิธี ปริมาณเพียงพอจึงเป็นเรื่องสำคัญ
Date: 11/06/2563 View: 571

 

การเตรียมตัวสำหรับส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติทางการแพทย์        

การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจะได้ผลที่ถูกต้อง  และเกิดประโยชน์สูงสุด  จะต้องเก็บสิ่งสิ่งตรวจอย่างถูกวิธีและเหมาะสม  ดังนั้นการเตรียมตัว  และเก็บสิ่งส่งตรวจอย่าถูกวิธี  ปริมาณเพียงพอจึงเป็นเรื่องสำคัญ

1.การตรวจเลือด

        1.1 การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด  ต้องอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

·        สามารถดื่มน้ำเปล่าได้

·        ห้ามดื่มเครื่องดื่มอื่น ๆ ทุกชนิด

·        การตรวจหาระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม(Hb A1C) ไม่ต้องอดอาหาร

1.2 การตรวจหาระดับไขมันในเลือด ต้องอดอาหารอย่างน้อย 12 ชั่วโมง

·        สามารถดื่มน้ำเปล่าได้

·        ห้ามดื่มเครื่องดื่มอื่น ๆ ทุกชนิด

1.3 ควรสวมเสื้อผ้าที่สามารถพับแขนเสื้อขึ้นได้สะดวกในการเจาะเลือด

**หลังจากเจาะเลือดต้องกดบาดแผล  หรือพับแขนจนเลือดหยุดไหล  หรือประมาณ 5 นาที หากเลือดไม่หยุดไหล  ควรแจ้งเจ้าหน้าที่**

2.การเก็บปัสสาวะ

        การเก็บปัสสาวะ  เก็บได้ตลอดเวลา (Random urine)  เป็นการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ,  การทดสอบการตั้งครรภ์  การตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ  เป็นต้น

        การเก็บปัสสาวะ  มีวิธีการเก็บคือ

·        ทำความสะอาดบริเวณที่ขับถ่ายปัสสาวะ

·        ปัสสาวะส่วนแรกทิ้งไป                    

·        เก็บปัสสาวะส่วนกลางประมาณ 10-30ml. (1/2 กระป๋อง)  ลงในภาชนะที่สะอาด  ปิดฝ่าให้สนิท

·        ส่งเจ้าหน้าที่

*กรณีเก็บมาจากบ้าน  ควรส่งตรวจภายใน 2 ชั่วโมง

**กรณีที่ต้องเพาะเลี้ยงเชื้อ  จะต้องใส่ภาชนะที่ปราศจากเชื้อที่จัดให้

3.การเก็บอุจจาระ  เพื่อตรวจพยาธิ

        เก็บอุจจาระประมาณ 1 ช้อน  ใส่ในกระป๋อง

·        โดยเลือกส่วนที่ผิดปกติ  เช่น มีมูกเลือด หรือบริเวณที่สงสัยว่ามีพยาธิ  โดยหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนปัสสาวะ

·        กรณีถ่ายอุจจาระเหลวให้เทบางส่วนใส่ภาชนะ  ปิดฝาให้สนิท

*กรณีเก็บมาจากบ้าน  และอุจจาระมีลักษณะอ่อนจนถึงแข็ง ไม่เหลว สามารถส่งภายใน 2 ชั่วโมง

4.การเก็บเสมหะ

·        ควรเก็บในตอนเช้า  หลังจากตื่นนอนใหม่ ๆ

·        บ้วนปากหลาย ๆ ครั้ง  ด้วยน้ำธรรมดา  ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปาก

·        หายใจลึก ๆ แล้วไอออกมา  เพื่อให้ได้เสมหะแล้วบ้วนลงกระป๋อง  ควรตรวจดุให้แน่ใจว่าเป็นเสมหะ  ไม่ใช่น้ำลาย  โดยเสมหะควรมีลักษณะเป็นเมือก  เหนียว  ขุ่นข้น  มีสีเหลือง  สีเขียว  หรือสีแดงปน  ปิดฝาให้สนิท

·        นำส่งเจ้าหน้าที่

*กรณีเก็บเสมหะจากบ้าน  ควรส่งตรวจภายใน 2 ชั่วโมง  ถ้าไม่สามารถนำส่งให้ได้เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ

  2-8 องศาเซลเซียส  ไม่เกิน  24 ชั่วโมง

**กรณีเก็บเสมหะเพื่อตรวจเชื้อวัณโรค  3 วัน  สามารถเก็บทั้ง 3 กระป๋อง  โดยเก็บไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-8  

   องศาเซลเซียส  แล้วนำส่งพร้อมกัน  แต่ไม่ควรนานเกิน 7 วัน

***หมายเหตุ : ในการนำส่งตัวอย่าง  จะต้องมีการบ่งชี้  ชื่อ-สกุล  และ Hospital No. ให้ชัดเจน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหมู่เลือด

        หมู่โลหิต  หรือ กรุ๊ปเลือด (Blood Group)   คือการจำแนกโลหิตเป็นหมวดหมู่   ปัจจุบันหมู่โลหิตสามารถจำแนกได้มากกว่า  20 ระบบ  ระบบหมู่โลหิตที่สำคัญ  ได้แก่  หมู่โลหิตระบบ ABO และ  ระบบ  Rh  โดยจำแนกตามแอนติเจน (Antigen) บนเม็ดเลือดแดงที่มีอยู่

        ระบบการจำแนกหมู่โลหิตในระบบ ABO จะมี Antigen เป็นตัวจำแนกหมู่โลหิต  คือ Antigen-A และ Antigen-B เป็นตัวกำหนด  กล่าวคือ

        หมู่โลหิต A  คือ หมู่โลหิตที่มี  Antigen-A อยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดง  และมี Antibody-B อยู่ในต่อมน้ำเหลือง

        หมู่โลหิต B  คือ หมู่โลหิตที่มี  Antigen-B อยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดง  และมี Antibody-A       

อยู่ในต่อมน้ำเหลือง

        หมู่โลหิต O  คือ หมู่โลหิตที่ไม่มีมี  Antigen-A และ  Antigen-B อยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดง  แต่มี Antibody-A และ Antibody-B   อยู่ในต่อมน้ำเหลือง

        หมู่โลหิต AB  คือ หมู่โลหิตที่ไม่มีมี  Antigen-A และ  Antigen-B อยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดง  แต่ไม่มี Antibody-A และ Antibody-B   อยู่ในต่อมน้ำเหลือง

สถิติหมู่โลหิตของคนไทย

        หมู่โลหิต O 38%

        หมู่โลหิต B  34%

        หมู่โลหิต A  21%      

        หมู่โลหิต AB 7%

การจำแนกหมู่โลหิตระบบ Rh

        จะมีสารโปรตีนที่ฉาบอยู่บนผิวของเม็ดโลหิตแดง  ซึ่งเรียกว่า Antigen-เป็นตัวจำแนก  ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 หมู่ คือ

        1.หมู่โลหิต Rh บวก (Rh positive) คือ หมู่โลหิตที่มี Antigen-D อยู่ที่ผิวของเม็ดโลหิตแดง  ในคนไทยมีหมู่โลหิต Rh บวก ประมาณ 99.7%

        2.หมู่โลหิต Rh ลบ (Rh negative) คือ หมู่โลหิตที่ไม่มี Antigen-D อยู่ที่ผิวของเม็ดโลหิตแดง  ในคนไทยพบว่ามีหมู่โลหิตนี้เพียง 0.3หรือ 1,000 คน  จะพบเพียง 3 คนเท่านั้น

 

       

 

 

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
ตรวจโควิด โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช...
 
สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]