Vaccine Newsตรวจโควิดข่าวโควิด

กทม.ประกาศผ่อนปรน 13 สถานที่ ให้เปิดบริการได้ตั้งแต่ 22 ม.ค.64

Update: 22/01/2564 View: 710
ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงวันนี้ (21 มค 64)  เกี่ยวกับการผ่อนปรน 13 สถานที่ได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.เป็นต้นไป ดังนี้
  1. สถานที่เล่นตู้เกม
    ต้องมีมาตรการในการทําความสะอาดจุดที่ต้องสัมผัสบ่อย ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา
  2. ร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ต
    ต้องมีมาตรการในการทําความสะอาดที่ต้องสัมผัสบ่อย ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา
  3. สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ
    ต้องลดเวลาในการทํากิจกรรม หลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสกัน
  4. สนามแข่งขันทุกประเภท
    ยกเว้น สนามมวย สนามม้า ห้ามมีผู้นั่งชมและปฏิบัติตามมาตรการ
  5. สถานที่ให้บริการห้องจัดเลี้ยง ที่จัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน
    • หากมีจํานวนคน ไม่เกิน 300 คน สามารถจัดได้ โดยไม่ต้องมีมาตรการ
    • แต่หากมีจำนวนคนเกิน 300 คน ต้องยื่นขออนุญาตจากสํานักอนามัย กทม.
  6. สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง
    ควบคุมจํานวนผู้ใช้บริการห้ามไม่ให้แออัด
  7. สถานเสริมความงาม ที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นคลินิกเวชกรรม
    สถานที่สักหรือเจาะผิวหนัง ทําความสะอาดที่ต้องสัมผัสบ่อย ผู้ให้บริการ/ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากตลอดเวลา จํากัดจํานวนผู้ใช้บริการ
    *เดิมได้มีการผ่อนปรนไปรอบที่แล้ว คือแบบที่มีหมอ  แต่คราวนี้ต่างกัน เป็นแบบไม่มีหมอ สามารถเปิดได้นั่นเอง
  8. สถานที่ออกกําลังกาย ฟิตเนส
    ไม่ให้มีเทรนเนอร์หรือผู้ฝึกสอน งดเว้นการอบตัว การอบไอน้ำแบบรวม เว้นระยะห่างระหว่างเครื่องออกกําลังกายอย่างน้อย 2 เมตร
  9. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า
    ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการสวมหน้ากากตลอดเวลา
    * ไม่รวมถึงสถานที่ประกอบกิจการอาบน้ำ อาบอบนวด
  10. สนามฝึกซ้อมมวย โรงยิม หรือค่ายมวย
    เปิดได้เฉพาะเพื่อการฝึกซ้อม การชกลม โดยไม่มีคู่ชก การชกมวยแบบล่อเป้า ห้ามจัดให้มีการแข่งขันและไม่มีผู้ชม
  11. สนานที่เล่นโบว์ลิ่ง สเก็ต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่นๆ ในทํานองเดียวกัน
    ห้ามจัดให้มีการแข่งขัน และห้ามมีผู้ชม
  12. สถาบันลีลาศ หรือสอนลีลาศ
    ห้ามจัดให้มีการประกวดแข่งขัน และห้ามมีผู้ชม
  13. โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้หรือยิม
    ห้ามไม่ให้มีการแข่งขัน และห้ามมีผู้ชม
 
โดยข้อยกเว้นของทั้ง 13 สถานที่นี้ ผู้ประกอบกิจการต้องไปศึกษาในรายละเอียดที่กทม.จะออกประกาศอีกครั้ง
ส่วนอีก 13 สถานที่ที่ยังต้องปิด ต่อไป ดังนี้
  1. สถานบริการผับบาร์ สถานบันเทิงและสถานประกอบการใดที่ให้บริการลักษณะเดียวกัน
  2. สนามเด็กเล่น เครื่องสำหรับเด็กในตลาด ตลาดน้ำ ตลาดนัด
  3. สนามมวย
  4. โต๊ะสนุ๊ก บิลเลียด
  5. สนามม้า
  6. สนามชนไก่ และสนามซ้อมชนไก่
  7. สนามชนโค สนามปลากัด หรือสนามแข่งขันอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน
  8. สถานรับเลี้ยงเด็ก ยกเว้นที่มีการรับไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ
  9. สถานประกอบการอาบน้ำ
  10. สถานประกอบกิจการ อาบอบนวด
  11. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน
  12. สวนน้ำ สวนสนุก
  13. อาคารสถานที่ โรงเรียน สถาบันกวดวิชา และสถาบันการศึกษาทุกประเภท
สถานที่ทั้ง 13 สถานที่ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคแนบท้ายโดยเคร่งครัดดังนี้
  • บริการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือการคัดกรองอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ
  • ให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า
  • อำนวยความสะดวกในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมิให้แออัด
  • จัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
  • จัดให้มีการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการทำกิจกรรมรวมทั้งระหว่างและภายหลังการทำกิจกรรมด้วย
  • ให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าและออกจากสถานที่และเพิ่มมาตรการการใช้แอปพลิเคช่ันที่ทางราชการกำหนด 
หากพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 1 มกราคม 2564 หรือประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 4 มกราคม 2564 หรือประกาศกรุงเทพมหานครฉบับนี้ ให้ปิดสถานที่ที่ฝ่าฝืนเป็นเวลา 14 วัน โดยให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อแจ้งเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ให้ปิดสถานที่ดังกล่าว
 
ผู้ฝ่าฝื่นไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv



https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)