รูปแบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

Jan 29, 2021 199

หลายประเทศได้มีการขับเคลื่อนนโยบายการใช้กัญชาทางการแพทย์ในรูปแบบและทิศทางที่หลากหลาย ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่เริ่มเข้าสู่ยุคการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายในช่วงปีที่ผ่านมา

ศึกษารูปแบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ (Medical Cannabis) ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

1. อุรุกวัย

ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุญาตให้มีการจำหน่ายกัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์รวมถึงการใช้ในอุตสาหกรรม และสันทนาการได้อย่างถูกกฎหมาย
 
โดยในกฎหมายอนุญาตสิทธิการจำหน่ายนี้ให้เฉพาะร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น ปัจจุบันประเทศอุรุกวัยมีร้านขายยาที่สามารถจำหน่ายกัญชาได้เพียง 17 ร้าน โดยผู้ซื้อจำเป็นต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานรัฐก่อนและต้องมาต่อคิวซื้อที่ร้านเอง ไม่สามารถซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ได้ นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้สามารถซื้อได้เพียงคนละ 10 กรัมต่อสัปดาห์เท่านั้น และมีการจำกัดระดับความแรงของกัญชา โดยปริมาณสาร THC ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทจะต้องสมดุลกับปริมาณสาร CBD กัญชาที่จำหน่ายตามร้านขายยาในอุรุกวัย จะมีความเข้มข้น 4 ระดับให้เลือกใช้ ราคาจำหน่ายถูกควบคุมโดยกฎหมายอยู่ที่ประมาณ 5 ปอนด์ (ประมาณ 210 บาท) ต่อยูนิต
 
รัฐบาลอุรุกวัย ไฟเขียวให้ภาคเอกชนสามารถปลูกและผลิตสาร THC เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เยอรมนี และประเทศอื่นๆ ในยุโรป
 

2. สหราชอาณาจักร

ปรับปรุงกฎหมาย the Misuse of Drugs Regulations 2001 เพื่ออนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติทะเบียนตำรับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 โดยกฎหมายใหม่จะไม่จำกัดข้อบ่งใช้สำหรับการรักษา และแพทย์ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้ ทั้งนี้การตัดสินใจสั่งจ่ายยากัญชาที่ยังไม่ได้รับอนุมัติทะเบียนตำรับเหล่านี้จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (GP) และให้พิจารณาสั่งจ่ายเป็นรายกรณี เฉพาะเมื่อผู้ป่วยในกลุ่มที่ไม่ได้รับผลการรักษาที่น่าพอใจจากการใช้ผลิตภัณฑ์ยาอื่นๆ ที่ผ่านการอนุมัติทะเบียนแล้วเท่านั้น
 

3. เนเธอแลนด์

มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาได้ในสถานที่ที่รัฐอนุญาต และให้มีการซื้อขายกัญชาได้จากสถานที่ที่ได้รับอนุญาตและภายในปริมาณที่กำหนดตามกฎหมาย ทั้งในรูปแบบสันทนาการและการใช้กัญชาในทางการแพทย์ โดยกฎหมายกำหนดให้สามารถจำหน่ายและเสพกัญชาได้ เฉพาะที่ Coffee Shops ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากเทศบาลท้องถิ่นโดยมีการควบคุมกัญชาให้มีปริมาณสาร THC ไม่เกินที่กำหนด รวมถึงห้ามจำหน่ายกัญชาให้กับเด็กและเยาวชนโดยเด็ดขาด รวมถึงควบคุมไม่ให้มีการโฆษณาเกี่ยวกับกัญชาด้วย สำหรับการใช้กัญชาทางการแพทย์ ร้านขายยาสามารถจำหน่ายได้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น
 

4. สเปน

อนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้กัญชาได้ในพื้นที่ส่วนตัว
 

5. เลโซโท

เป็นประเทศแรกในทวีปแอฟริกาที่อนุญาตให้มีการเพาะปลูกกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย

6. อิตาลี

ออกกฎหมายให้สามารถใช้กัญชาทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยได้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยในช่วงแรกนำเข้ากัญชาจากประเทศเนเธอแลนด์ ต่อมาจึงกำหนดให้กองทัพรับหน้าที่ปลูกและผลิตกัญชา โดยประชาชนสามารถซื้อกัญชาและผลิตภัณฑ์กัญชาตามใบสั่งแพทย์ได้จากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต
 

7. แคนาดา

อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยได้ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1999 และอนุญาตให้มีการเสพเพื่อสันทนาการได้ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018 สำหรับการใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ผู้ป่วยต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ และสามารถหาซื้อกัญชาทางการแพทย์ได้จากร้านขายยาที่มีใบอนุญาตจำหน่ายเท่านั้น สำหรับการใช้ในเชิงสันทนาการ อนุญาตให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถครอบครองกัญชาในที่สาธารณะในปริมาณไม่เกิน 30 กรัม (ของกัญชาแห้ง) หรือรูปแบบอื่นๆ ที่เทียบเท่ากัน
 
ร้านที่ได้รับอนุญาตสามารถจำหน่ายกัญชาทั้งแบบแห้งหรือสด และน้ำมันกัญชา ในปริมาณที่ไม่เกิน 30 กรัม ให้แก่บุคคลอื่นที่อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ได้ นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถปลูกกัญชาไว้ใช้เอง โดยใช้เมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้าที่ได้รับอนุญาตแล้ว และปลูกได้ไม่เกิน 4 ต้นต่อครอบครัว โดยต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐ อีกทั้งยังสามารถใช้กัญชาเป็นส่วนประกอบของอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางได้ โดยต้องมีปริมาณสาร THC ไม่เกินที่กำหนด
 

8. สหรัฐอเมริกา

อนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้แล้ว 33 รัฐ จากทั้งหมด 50 รัฐ โดยแต่ละรัฐจะมีรูปแบบการกำกับดูแลเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ทั้งนี้ในภาพรวมคือ การใช้กัญชาทางการแพทย์ต้องมีใบสั่งแพทย์ และสามารถซื้อกัญชาทางการแพทย์ได้จากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
 

9. เม็กซิโก

ออกกฎหมายเพื่ออนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยได้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2017 ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอร่างกฎหมายที่จะอนุญาตให้กัญชาทางการแพทย์และสันทนาการอย่างถูกกฎหมาย โดยจะเสนอให้มีการอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถครอบครองและซื้อกัญชาจากผู้ค้าปลีกที่ได้รับใบอนุญาต รวมถึงสามารถปลูกกัญชาได้ 4 ต้น
 

10.แอฟริกาใต้

ผ่านกฎหมายให้ผู้ใหญ่สามารถปลูก ครอบครองและใช้กัญชาในพื้นที่ส่วนตัวได้ในปี ค.ศ. 2018
 

11.บราซิล

ออกกฎหมายให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ใน ปี ค.ศ. 2014 โดยจำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์
 

12.เกาหลีใต้

อนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้ แต่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด
 

14.ออสเตรเลีย

ออกกฎหมายให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวด แพทย์สามารถสั่งจ่ายผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติทะเบียนตำรับให้แก่ผู้ป่วยได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดหลายประการ เช่น ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เฉพาะทาง และจะต้องพิสูจน์ว่ายาหรือวิธีการรักษาตามมาตรฐานที่มีอยู่ไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นได้ต้องมีการลงนามร่วมกันของแพทย์และผู้ป่วยเพื่อแสดงถึงการยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้กัญชา ทั้งนี้การสั่งจ่ายกัญชาดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ โดยพิจารณาคำขอสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย ขณะนี้ประเทศออสเตรเลียตั้งเป้าเป็นผู้นำในการส่งออกสารสกัดกัญชาเพื่อการแพทย์ โดยแก้กฎหมายให้สามารถขายกัญชาไปยังตลาดต่างประเทศได้ (เช่นเดียวกับ แคนาดา เนเธอร์แลนด์ อุรุกวัย และอิสราเอล)
ความเปลี่ยนแปลงเรื่องกัญชาที่เกิดขึ้นรอบโลก
  • จาไมกา และโปรตุเกส การซื้อขายกัญชายังผิดกฎหมายอยู่ แต่การมีกัญชาปริมาณเล็กน้อยในครอบครองไม่ผิดกฎหมาย
  • เลบานอน อยู่ระหว่างพิจารณาการผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ
  • มาเลเซีย มีผู้ถูกตัดสินประหารชีวิต เพราะขายน้ำมันกัญชา
  • นิวซีแลนด์ อยู่ระหว่างเตรียมการจัดทำประชามติเรื่องการใช้กัญชาเพื่อการผ่อนคลายอย่างถูกกฎหมาย ภายใน 3 ปีข้างหน้า
จะเห็นได้ว่าหลายประเทศได้มีการขับเคลื่อนนโยบายการใช้กัญชาทางการแพทย์ในรูปแบบและทิศทางที่หลากหลาย ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่เริ่มเข้าสู่ยุคการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายในช่วงปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการศึกษาวิจัยเพื่อเพิ่มความมั่นใจต่อทั้งประชาชนและวงการสาธารณสุขในการใช้ประโยชน์จากกัญชาในทางการแพทย์อย่างกว้างขวางต่อไป

ข้อมูลจาก สวัสดีคลินิกเวชกรรม 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลเอกชัย
โรงพยาบาลเอกชัย
โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ
โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1
โรงพยาบาลเพชรเวช
โรงพยาบาลเพชรเวช
โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั
โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com