Home : ความรู้สุขภาพ

VITAMIN C

เวลานี้คงเป็นกระแสนิยมเกี่ยวกับผิวขาวใส ชะลอวัย ไม่มีใครไม่รู้จักวิตามินC และคงจำกันได้ว่าวิตามินC มีประโยชน์มากมาย ทั้งรักษาโรคและป้องกันโรค
Date: 11/06/2563 View: 752

VITAMIN C

เวลานี้คงเป็นกระแสนิยมเกี่ยวกับผิวขาวใส ชะลอวัย ไม่มีใครไม่รู้จักวิตามินและคงจำกันได้ว่าวิตามินC มีประโยชน์มากมาย ทั้งรักษาโรคและป้องกันโรค เช่น โรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน แม่แต่รักษาและป้องกันหวัด เรามารู้จักกับวิตามินกันซักเล็กน้อยว่า คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรมีโทษหรือไม่ และการนำมาใช้ในรูปแบบใดบ้าง วิตามินหรือชื่อเต็มๆว่า กรดแอสคอบิค(Ascobic Acid) เป็นวิตามินที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากการทานเข้าไป

วิตามินยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งสามารถป้องกันและรักษาหวัดได้ และยังลดการอักเสบจากการติดเชื้อ

Antioxidant

มีหน้าที่หลักๆ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งจะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากขบวนการสับดาบในร่างกาย หรือจากลมพิษ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่างๆ เสื่อม หรืออาจเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ วิตามินยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วย(Cofactor) ในขบวนการต่างๆ ของร่างกาย เช่น การสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของผิวหนัง และของเส้นเลือดให้แข็งแรงไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี และการหายของแผลต่างๆ ให้เป็นปกติ วิตามินยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งสามารถป้องกันและรักษาหวัดได้ และยังลดอาการอักเสบจากการติดเชื้อ มีรายงานว่าวิตามินสามารถลดระดับคอเลสเตอรอล และคลายเครียด เนื่องจากสามารถเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต ในการสร้างฮอร์โมนต้านความเครียด ความต้องการในแต่ละวัน(Recom-mended Daily Intake) ควรได้รับ 40-90 mg/day โดยคนท้องให้นมลูก สูบบุหรี่ หรือบุคคลที่มีความเครียดทั้งจิตใจและร่างกาย เช่นกำลังป่วยอยู่ ควรได้รับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

VITAMIN C                                 

ปัจจุบันเริ่มมีการใช้ Megadose โดยทานขนาดสูง 2000mg/day ในแง่การรักษามะเร็ง และชะลอวัยแต่เนื่องจาก วิตามินมีความสามารถละลายน้ำได้ดี เมื่อเราทานเข้าไปจะสลายและถูกดูดซึมง่าย และขับถ่ายออกทางปัสสาวะอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ได้ประโยชน์จากการทานขนาดที่สูงไม่มากนักและโอกาสเกิดพิษจากวิตามินก็มีน้อยเช่นกัน ผลข้างเคียงของวิตามินการทานขนาดสูงมากกว่า 1000mg อาจจะทำให้เกิดท้องเสีย และทานตอนท้องว่าง จะเกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร เนื่องจากความเป็นกรด อาจจะเกิดอาการ ท้องอืด เฟ้อ บางครั้งถึงขั้น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว และแน่นอนเนื่องจากวิตามินขับทางปัสสาวะ จึงทำให้ปัสสาวะมีสภาพเป็นกรด ดังนั้น จึงเพิ่มโอกาสเกิดการตกตะกอนของผลึกต่างๆ กลายเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ทานวิตามินพร้อมดื่มน้ำมากๆ

แหล่งของวิตามินC ได้แก่ ผัก ผลไม้ เช่น พลัม อซีโลรา กูสแบรี่ แบลคเคอเรนท์ บลอคเคอรี่ พริกหวาน โขม กะหล่ำดอก ในเนื้อสัตว์ และตับสัตว์ ก็เป็นแหล่งวิตามินเช่นกัน การปรุงอาหารมีความสำคัญต่อคุณค่าวิตามินเพราะจะลดปริมาณวิตามินได้ถึง 60ดังนั้น ไม่ควรปรุงอาหารจนสุกเกินไป การลวกผัก วิตามินจะละลายออกมาอยู่ในน้ำลวกผัก ค่อนข้างสูง เช่นกัน ดีที่สุดคือ ผัก ผลไม้สดที่ไม่สุกเก็บมาใหม่ๆ จะมีปริมาณสูงที่สุด และการเก็บรักษาที่ดีที่สุด คือ แช่เย็น เพราะการอบแห้ง ดอง เชื่อม ทำให้ปริมาณวิตามินลดลงเช่นกัน

การขาดวิตามินC พบในพวกควบคุมอาหารมากๆ มังสวิรัติ สูบบุหรี่ โรคเกี่ยวกับการดูดซึม อาการที่พบคือ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดข้อ เลือดออกตามไรฟัน แผลหายช้าและติดเชื้อง่าย

วิตามินในรูปแบบอาหารเสริม มีทั้งรูปแบบเม็ดอัด แคปซูล ลูกอม ผสมน้ำหวาน-เครื่องดื่ม หรือผงละลายน้ำและมีนำมาทำให้รูปใช้ภายนอก เช่น ซีรั่ม ครีม โลชั่น เพราะเชื่อว่าผิวจะดูไม่เหนื่อยล้า หมองคล้ำ ขาวใส เปร่งปรั่ง ไม่ร่วงโรยก่อนวัย

ถึงตอนนี้คงทราบข้อมูลของวิตามินก็สามารถหาได้จากอาหารทั่วๆไป ซึ่งก็เพียงพอที่ทำให้ไม่เกิดอาการขาดวิตามินแล้ว ส่วนใครจะเสริม ทานเพิ่มเติม หรือทาก็คงต้องพิจารณาเพื่อตัดสินใจ เพราะข้อมูลของบริษัทจะโฆษณาถึงสรรพคุณที่ดีเท่านั้น และจะเป็นความคิดที่ผิดมากถ้าบางคนไม่ยอมทานผัก ผลไม้ แต่ทานอาหารเสริมแทน นอกจากจะไม่ให้ประโยชน์เท่าอาหารจริงๆ แล้วยังเสียเงินโดยใช่เหตุ

 

 

 


แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]