โควิด-19 ป้องกันการกลายพันธุ์ได้ ด้วยใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง การล้างมือและการใช้วัคซีน

Feb 16, 2021 156

ผู้เชี่ยวชาญโรคอุบัติใหม่ฯ เผยโควิด19ป้องกันการกลายพันธุ์ ได้ด้วยใส่หน้ากาก /เว้นระยะห่าง การล้างมือและการใช้วัคซีน


ผู้เชี่ยวชาญโรคอุบัติใหม่ฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ เผยไทยเฝ้าระวังไวรัสโควิด 19 กลายพันธุ์ 3 สายพันธุ์ พบทำให้ติดเชื้อง่าย การตอบสนองต่อวัคซีนลดลง
 
          ผู้เชี่ยวชาญโรคอุบัติใหม่ฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ เผยไทยเฝ้าระวังไวรัสโควิด 19 กลายพันธุ์ 3 สายพันธุ์ พบทำให้ติดเชื้อง่าย การตอบสนองต่อวัคซีนลดลง การป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ คือ การทำให้หยุดระบาด และการยับยั้งไม่ให้ไวรัสอยู่ในคน ด้วยการล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และการใช้วัคซีน
 
          วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2664) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แถลงข่าวถึงการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด 19 ว่า เชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ แต่หากอยู่ในมนุษย์บางคนหรือสัตว์อาจกลายพันธุ์เร็วกว่าปกติ และการระบาดในที่ต่างๆ ทั่วโลกอาจทำให้เกิดสายพันธุ์เฉพาะถิ่นขึ้นมา ซึ่งที่ต้องเฝ้าระวังมี 3 สายพันธุ์ ได้แก่
  1. สายพันธุ์ B.1.1.7 หรือสายพันธุ์อังกฤษ
    ทำให้ไวรัสจับกับเซลล์มนุษย์ได้ดีขึ้น แบ่งตัวได้ดีขึ้น และอาจเพิ่มอัตราการป่วยหรือเสียชีวิตเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น 
  2. สายพันธุ์ B.1.351 หรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้
    ทำให้ไวรัสจับกับเซลล์มนุษย์ได้ดีขึ้น และลดการตอบสนองของวัคซีนหลายชนิด ซึ่งหลายประเทศทดสอบพบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง แต่ยังไม่มีข้อมูลว่ารุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น และ
  3. สายพันธุ์ P.1 หรือสายพันธุ์บราซิล
    คล้ายกับสายพันธุ์แอฟริกาใต้
 
          สำหรับประเทศไทย การระบาดระลอกแรกพบว่า ไวรัสมีการเปลี่ยนสายพันธุ์โดยสามารถตรวจได้หลากหลาย ส่วนระลอกใหม่ขณะนี้ยังเป็นเชื้อจากเมียนมาและยังไม่มีการกลายพันธุ์ ตอนนี้มีการติดตามทุก 2 เดือน ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการระบาดระลอกใหม่เพิ่งเริ่มเมื่อธันวาคม 2563 ยังไม่ยาวนานพอที่จะเห็นการกลายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการเฝ้าระวังในผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแหล่งระบาดของสายพันธุ์แอฟริกาใต้ อังกฤษ และบราซิล เพื่อไม่ให้คนไทยติดเชื้อและเกิดผลกระทบต่อการให้วัคซีน โดยได้หารือการเพิ่มการกักตัวผู้เดินทางมาจากประเทศในทวีปแอฟริกาจาก 14 วัน เป็น 21 วัน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ศบค. ส่วนการรักษาของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดในแต่ละสายพันธุ์ยังไม่มีความแตกต่างกัน
 
           “การป้องกันไม่ให้เชื้อกลายพันธุ์ คือ การทำให้เชื้อไม่เข้าสู่ร่างกาย ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่าง เพื่อยับยั้งกระบวนการไม่ให้ไวรัสอยู่ในคน และการใช้วัคซีน” ผศ.นพ.โอภาสกล่าว 
 
          สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่เดินทางมาจากแทนซาเนีย เอกซเรย์พบว่าปอดอักเสบ จึงย้ายมารักษาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังรับยาต้านไวรัส ขณะนี้คนไข้อาการดีขึ้น การใช้ออกซิเจนเพื่อรักษาลดลง และอาการดีขึ้นเป็นลำดับ
 
รัฐบาลไทย
15 กุมภาพันธ์ 2564
 
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

รพ.มะเร็งอุบลราชธานี
โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ธนบุรี
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ธนบุรี
โรงพยาบาลเวชธานี
โรงพยาบาลเวชธานี
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์
โรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ
โรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ
โรงพยาบาลไทยนครินทร์
โรงพยาบาลไทยนครินทร์
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com