Home : ความรู้สุขภาพ

บัญญัติ 10 ประการ..สำหรับการดูแลสุขภาพเท้า

บัญญัติ 10 ประการ..สำหรับการดูแลสุขภาพเท้า
Date: 11/06/2563 View: 768
 บัญญัติ 10 ประการ..สำหรับการดูแลสุขภาพเท้า

1.ทำความสะอาดเท้า

·         หมั่นล้างเท้าให้สะอาดทุกวันด้วยสบู่อ่อนๆ

·         เช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาดและนุ่ม โดยเฉพาะบริเวณตามซอกนิ้วเท้า เพื่อป้องกันการอับชื้นซึ่งเป็นต้นเหตุของการเป็นเชื้อราที่เท้า

2.ตรวจดูเท้าทุกวันเพื่อค้นหาความผิดปกติ

·         ควรตรวจเท้าทุกวัน เพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น ตาปลาหนังหนาๆ ตุ่มพุพอง รอยแตกของผิวหนัง แผลอักเสบ ปวดบวม แดง จับดูรู้สึกร้อนๆ ผิวคล้ำหรือซีดผิดปกติ เล็บขบ

·         ส่วนบริเวณที่ยากต่อการมองเห็น อาจใช้กระจกช่วยได้

3.ทาโลชั่นที่เท้าทุกวัน

·         ในกรณีที่ผิวแห้งอาจทำให้มีรอยแตก และเกิดการติดเชื้อได้ง่าย จึงควรทาโลชั่นเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นหลังอาบน้ำเช้า-เย็น

·         การทาโลชั่น ควรหยดบนมือ เกลี่ยบางๆ แล้วจึงลูบที่เท้าให้ทั่ว

·         หลีกเลี่ยงการทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเท้า เพื่อป้องกันการหมักหมม ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราได้

·         ถ้าผิวแห้งชื้นมีเหงื่อออกง่ายควรหมั่นเช็ดเท้าให้แห้งและทาแป้งให้ทั่วจะช่วยลดการอับชื้นได้

4.เลือกสวมถุงเท้าที่เหมาะสม

·         ควรสวมถุงเท้าหรือถุงน่องทุกครั้งเมื่อสวมรองเท้า

·         ถุงเท้าที่เลือกควรทำจากใยฝ้ายที่หนาพอควร เนื้อนิ่ม เนื่องจากใยฝ้ายจะช่วยให้การระบายอากาศดีขึ้น ลดการอับชื้นของเท้าได้

·         ควรเปลี่ยนถุงเท้าหรือถุงน่องทุกวัน ไม่ควรใส่ซ้ำ เพื่อไม่ให้หมักหมมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

 5.เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสม

·         ควรสวมรองเท้าตลอดเวลาทั้งใน-นอกบ้าน ห้ามเดินเท้าเปล่า

·         สวมรองเท้าที่ไม่คับหรือหลวมจนเกินไปจะช่วยลดแรงกดใต้ฝ่าเท้าได้ดี โดยเฉพาะรองเท้าที่มีแผ่นรองรับแรงกระแทกภายใน เช่น ร้องเท้ากีฬาต่างๆ

6.ห้ามประคบร้อนหรือแช่เท้าในน้ำ

·         หลีกเลี่ยงการแช่เท้า เพื่อไม่ให้ผิวหนังเปื่อยง่าย

·         พึงระวังในรายที่มีมือและเท้าชา การแช่น้ำอุ่นหรือร้อนจัดเกินไปและประคบร้อนที่เท้า อาจทำให้เกิดการพุพองและติดเชื้อได้ง่าย

7.เมื่อมีบาดแผลให้รีบดูแลรักษา

·         ถ้ามีแผลอักเสบ คือ ปวด บวม แดง จับดูร้อนๆหรือมีหนองควรปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อรับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกไม่ควรรักษาเอง

·         ถ้าแผลยังไม่หายดี อย่าเดินลงน้ำหนักเท้าข้างที่เป็นแผลนั้นไปมา เพราะการเดินจะทำให้เท้ารับน้ำหนักตัวทำให้ปากแผลเปิด แผลจะหายช้า ในนอนพัก หรือนั่งเก้าอี้รถเข็น หรือใช้ไม้พยุงตัว ในกรณีที่ต้องการออกกำลังกาย ใช้การออกกำลังกายด้วยแขน

8.ตัดเล็บอย่างถูกวิธี

·         การตัดเล็บที่ถูกวิธีร่วมกับการใส่รองเท้าให้เหมาะสมจะช่วยลดการเกิดเล็บขบ และแผลที่เท้าได้

·         ควรตัดเล็บหลังจากอาบน้ำเสร็จเพราะน้ำช่วยทำให้เล็บนิ่มขึ้น ทำให้ตัดง่าย

·         กรณีที่มีเล็บขบ ตาปลา หรือหนังเท้าหนาๆ ควรหลีกเลี่ยงการตัดหรือซื้อยามาทาเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

·         ถ้าไม่สามารถตัดเล็บตนเองได้ เช่น อาจมีปัญหาทางสายตามองไม่ชัด ควรให้ญาติช่วยตัดให้ เพื่อป้องกันการเกิดแผลหรือปรึกษาแพทย์ พยาบาล เพื่อรับคำแนะนำ

9.บริหารเท้าทุกวัน

·         การบริหารเท้าเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดไปที่เท้าได้ดี

·         ออกกำลังกาย โดยการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ วันละ 20 30 นาที

 10.งดการสูบบุหรี่

      การป้องกัน

      1.ดูแลรักษาเท้า ตามบัญญัติ 10 ประการ

      2.ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

      3.เลือกรองเท้า และอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม

 

(หมั่นบริหาร10 ท่าดังนี้)

1.กระดกปลายนิ้วเท้า ขึ้น 10 ครั้ง

2.นวดฝ่าเท้า 10 ครั้ง

3.หมุนฝ่าเท้า 10 ครั้ง

4.หมุนส้นเท้า 10 ครั้ง

5.ยืดปลายเท้าขวาชี้ออก 10 ครั้ง

6.ยืดปลายเท้าขวาเข้าหาตัว

7.ยืดปลายนิ้ว 10 นิ้งเข้าหาตัว

8.ยืดปลายเท้า 2 ข้างสลับกัน

9.หมุนเท้าแต่ละข้าง

10พักบริเวณฝ่าเท้าโดยใช้อุ้งเท้าขยำกระดาษเป็นก้อนกลม


ด้วยความปรารถนาดีจาก คลินิกเบาหวาน รพ.วิภาวดี

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]