วัคซีนภูมิแพ้ชนิดเม็ดอมใต้ลิ้น

Apr 12, 2021 206

วัคซีนภูมิแพ้ชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น เป็นการรักษาแบบใหม่ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาวัคซีนแบบฉีดใต้ชั้นผิวหนังแบบเดิม ทำให้ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อย ผลข้างเคียงน้อยและเกิดการแพ้รุนแรงวัคซีนน้อยมาก ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในเด็กและผู้ใหญ่ว่า สามารถลดอาการภูมิแพ้จมูกอักเสบ ภูมิแพ้เยื่อบุตาและโรคหอบหืดที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ได้ และยังสามารถลดการใช้ยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่เดิมได้ด้วย

ปัจจุบันวัคซีนภูมิแพ้มี 2 ชนิด

ชนิดแรก คือ ชนิดฉีดใต้ชั้นผิวหนัง
     ซึ่งผลิตมาจากสารก่อภูมิแพ้ที่มนุษย์แพ้ เช่น ไรฝุ่น เกสรหญ้า แมลงสาบ ขนสุนัข ขนแมว วัคซีนชนิดนี้จะฉีดให้ผู้ป่วยในปริมาณจากน้อยไปมาก ในระยะแรกจะฉีดทุกสัปดาห์ จากนั้นเป็นทุก 1 เดือน เป็นระยะเวลา 3-5 ปี ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพดี แต่ยากในการที่ทำให้ผู้ป่วยมารักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเกิดผลข้างเคียงคือ เจ็บบวมคันบริเวณที่ฉีด และมีรายงานว่ามีการแพ้รุนแรงได้มากกว่า

ชนิดที่สอง คือ วัคซีนชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น
     วัคซีนภูมิแพ้ชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น เป็นการรักษาแบบใหม่ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาวัคซีนแบบฉีดใต้ชั้นผิวหนังแบบเดิม ทำให้ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อย ผลข้างเคียงน้อยและเกิดการแพ้รุนแรงวัคซีนน้อยมาก ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในเด็กและผู้ใหญ่ว่า สามารถลดอาการภูมิแพ้จมูกอักเสบ ภูมิแพ้เยื่อบุตาและโรคหอบหืดที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ได้ และยังสามารถลดการใช้ยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่เดิมได้ด้วย

วัคซีนภูมิแพ้ชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ชนิด ที่ได้ขึ้นทะเบียนยา โดยที่ 3 ชนิดผลิตมาจากเกสรหญ้า ซึ่งเป็นหญ้าที่อยู่ในแถบอเมริกา ยุโรป และ 1 ชนิด ที่สำคัญคือ ผลิตมาจากไรฝุ่นบ้านสองสายพันธุ์ Dermatophagoides pteronysinus และ Dermatophagoides farina ซึ่งผ่านการอนุมัติและขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561 โดยในประเทศไทยนั้นมีการศึกษาพบว่า สารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบและโรคหอบหืดที่พบมากที่สุดคือ ไรฝุ่น จึงได้นำวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้นเข้ามาใช้เพียงชนิดเดียว
 
วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น ใช้กับใครได้บ้าง
1.ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ หรือภูมิแพ้เยื่อบุตา ที่มีอายุ 12-65 ปี และได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าแพ้ไรฝุ่นบ้าน
2.ผู้ป่วยโรคหอบหืด อายุ 18-65 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าแพ้ไรฝุ่นบ้าน


ก่อนที่จะเริ่มวัคซีนต้องทำอย่างไร
พบแพทย์เพื่อทำการตรวจว่าแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดไรฝุ่นหรือไม่ โดยการสะกิดผิว (Skin prick test) หรือตรวจเลือด (Specific IgE) หากพบว่าแพ้ไรฝุ่นจึงจะสามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้
 
ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน
หากใช้วัคซีนต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี หลังจากการหยุดการรักษาแล้ว จะทำให้ควบคุมอาการและสามารถทนต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นได้อย่างน้อย 2-3 ปี แต่ผลระยะยาวนานกว่านี้ต้องมีการศึกษาต่อไป
 
วัคซีนมีวิธีใช้อย่างไร
อมใต้ลิ้น 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ขณะอมวัคซีนจะต้องไม่กลืนนํ้าลายอย่างน้อย 1 นาที ในระหว่างที่รอเม็ดวัคซีนละลาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มอย่างน้อย 5 นาที หลังอมวัคซีน  

การใช้วัคซีนครั้งแรกต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยใช้วัคซีนและสังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่ หากผู้ป่วยไม่มีอาการแพ้รุนแรงสามารถนำวัคซีนกลับไปใช้ต่อเองที่บ้านได้
หากลืมอมวัคซีน สามารถอมวัคซีนทันทีที่นึกได้ในวันนั้น แต่ถ้าอมวัคซีนไม่ทันในวันนั้น สามารถอมต่อในขนาด 1 เม็ด ปกติ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดวัคซีนในวันถัดไป อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยลืมหรือมีความจำเป็นต้องหยุดวัคซีนนานเกิน 7 วัน ต้องกลับไปพบแพทย์และใช้วัคซีนภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการแพ้รุนแรง เช่นเดียวกับการเริ่มใช้วัคซีนครั้งแรก
 
ระยะเวลารักษานานเท่าไร และจะเริ่มเห็นผลเมื่อไร
ใช้ต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลานาน อย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีในการรักษา และจะเริ่มเห็นผลเมื่อระยะเวลาผ่านไป 8-14 สัปดาห์

ผลข้างเคียงสำคัญของวัคซีน
1.รู้สึกคันในปาก ลิ้น ช่องคอ หรือ หู โดยมักมีอาการภายใน 30-60 นาที หลังใช้วัคซีน
2.มีอาการบวมแดง แสบร้อน ริมฝีปาก ลิ้น ช่องคอ
3.รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม หรือชา ภายในช่องปากหรือลิ้น
4.เสียงแหบ ปากแห้ง กลืนลำบาก การรับรสเปลี่ยนไป
5.คันตา รู้สึกไม่สบายในช่องหู จมูก คัดจมูก นํ้ามูกไหล จาม หอบหืด
 
        หากมีอาการเหล่านี้ ให้รอดูอาการ ส่วนใหญ่อาการมักจะหายไปภายใน 2-3 วัน หรือใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้หากมีอาการหอบหืดแย่ลง แพ้รุนแรง กลืนลำบาก หายใจลำบาก เสียงเปลี่ยน รู้สึกจุกแน่นที่คอ บวมบริเวณใบหน้า ช่องปาก หรือมีอาการลมพิษและคันที่ผิวหนัง ต้องหยุดวัคซีน และให้รับประทานยาแก้แพ้ จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที

ใครที่ห้ามใช้วัคซีนชนิดนี้
1.ผู้ป่วยที่เคยแพ้วัคซีนนี้หรือส่วนประกอบในวัคซีนนี้ เช่น เจลาตินจากปลา แมนนิทอล และโซเดียมไฮดรอกไซด์
2.เคยเป็นหอบรุนแรงใน 3 เดือนก่อนหน้านี้
3.กำลังกินยากดภูมิคุ้มกันหรือยารักษามะเร็ง
4.เพิ่งถอนฟัน ผ่าตัดในช่องปาก มีแผลในช่องปาก หรือมีอาการติดเชื้อในปาก
 
สามารถซื้อวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นมาใช้เองได้หรือไม่
       วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดเม็ดอมใต้ลิ้นถูกจัดอยู่ในประเภทยาควบคุมพิเศษ อนุญาตให้ใช้ในสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
การรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดอมใต้ลิ้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจที่มีประสิทธิภาพดีและผลข้างเคียงตํ่า อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีนี้ยังคงต้องรักษาควบคู่ไปกับการใช้ยาเดิมตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่องในระยะแรก แล้วจึงจะสามารถลดยาเดิมลงได้ ทั้งนี้หัวใจสำคัญ ในการรักษาโรคภูมิแพ้ยังคงเป็นการใช้ยาต่อเนื่องควบคู่ไปกับการหลีกเลี่ยงและกำจัดสิ่งก่อภูมิแพ้ ออกกำลังกายสมํ่าเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย

60 หมู่ 6 ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี
ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140
เบอร์โทร 0-2594-0020-65
Call Center 1218
 
 
น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลบุรีรัมย์
โรงพยาบาลบุรีรัมย์
โรงพยาบาลขอนแก่น
ตรวจโควิด-19 โรงพยาบาลขอนแก่น...
กลุ่มเสี่ยง ฟรี ไม่เสี่ยงอยากตรวจ 3,500
โรงพยาบาลขอนแก่น
โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com