จับจริง-ปรับจริง ไม่ใส่หน้ากากอนามัย จังหวัดไหน เช็คด่วน

May 01, 2021 215

อาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กำหนดโทษไว้ สูงสุดเป็นการปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท

จับจริง-ปรับจริง ไม่ใส่หน้ากากอนามัย จังหวัดไหน เช็คด่วน  (ข่าว COVID-19 ) Healthserv.net Img1 size: 800x450 px
ด้วยภาวะการระบาดที่รุนแรงมากขึ้นของโควิดระลอก 3 ทำให้แต่ละจังหวัดจำเป็นต้องงัดมาตรการเข้มข้นออกมาใช้เพื่อควบคุมการระบาดในพื้นที่ มาตรการอันหนึ่งที่ถูกประกาศใช้กันในหลายจังหวัดแล้วขณะนี้ คือคำสั่งให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่อออกจากบ้าน ไปในพื้นที่สาธารณ เช่น ตลาด ตลาดน้ำ ฯลฯ ซึ่งเป็นการอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัด สั่งการบังคับใช้ได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมกำกับพฤติกรรมบุคคล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค  โดยมีการกำหนดโทษไว้ สูงสุดเป็นการปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท 
 
ถึงขณะนี้มีจังหวัดใดที่บังคับใช้หรือออกกฏในการควบคุมลักษณะนี้บ้างมีดังนี้
 
 
 ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก
1.พบเห็นคนไม่สวมหน้ากาก
2.แจ้งตำรวจ หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ (เขต)
กรณีแจ้งเขต เขตต้องดำเนินการแจ้งความต่อตำรวจต่อไป
3.ตำรวจสอบสวน
4.พนักงานสอบสวนนำส่งอัยการ
5.พนักงานอัยการนำส่งศาลพิจารณาเพื่อเปรียบเทียบปรับตามดุลพินิจศาลต่อไป 
จับจริง ปรับจริงแล้ว ไม่สวมหน้ากากอนามัย
ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี พิพากษาปรับ 4,000 บาท วันที่ 21 เมษายน 2564 ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศข่าวศาล จับจริง ปรับจริง โดยวันนี้ พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ได้ยื่นฟ้องผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย (1 รายในพื้นที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี) ตามคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 2323/2564 เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถานหรือสถานที่พำนักของตนในฐานความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราช บัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558โดยศาลมีคำพิพากษาปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 2,000 บาท
ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่ออยู่ในบริเวณตลาด ตลาดนัด และตลาดน้ำทุกแห่ง หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยไม่มีเหตุอันสมควรจะมีความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สั่ง ณ วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564
ย้ำ!! ออกจากบ้าน ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
หากไม่สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เมื่อออกจากเคหสถาน อาจมีความผิดตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามคำสั่งจังหวัดชัยภูมิ ที่ 3161/2564 ลงวันที่ 17 เมษายน 2564
คำสั่งจังหวัดอุดรธานี ที่ 2815/2564 เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
สุราษฎร์ธานี ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ออกจากบ้าน ปรับ ไม่เกิน 20,000บาท มีผลบังคับใช้ 20 เมษายน 2564
ประกาศบังคับใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัย ทุกครั้งเมื่อออกนอกเคหสถาน ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิด ระวางโทษ ถูกจับปรับไม่เกิน 20,000 บาท #Saveyala
 มาตรการป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตาก(เพิ่มเติม) ตามคำสั่งจังหวัดตากที่ 1287/2564 ลงวันที่ 22 เมษายน 2564

ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตากสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน(บ้านเรือนหรือที่อยู่อาศัย) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
คำสั่งจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 1432/2564
เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ข้อ 3.2 ให้บุคคลโดยทั่วไปสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่ออยู่นอกเคหสถานและเข้าไปในสถานที่สาธารณะ เช่น ที่ชุมชน ร้านค้า เว้นแต่ ขณะออกกำลังกาย รับประทานอาหาร หรือมีเหตุอันจำเป็นอื่น

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงคำสั่งให้
  • ประชาขนสวมใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้ง ก่อนออกจากเคหสถาน และทุกครั้งที่อยู่นอกเคหสถาน หรือเมื่อไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก
  • ผู้อยู่ในเคหสถาน/ร้านค้า/สถานที่ ที่ต้องติดต่อกับผู้คนอื่น ต้องสวมใส่หน้ากากทุกครั้ง
  • ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ตามคำสั่งจังหวัดที่ 1496/2563 มีผลตั้งแต่ 5 พ.ค. 2563 และยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันครับ

ชาวจังหวัดตรังร่วมใจ สวมหน้ากากอนามัย

ชาวจังหวัดตรังร่วมใจ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ทุกครั้งที่ออกนอกเคหสถาน
ชาวนราธิวาสออกจากบ้าน อย่าลืม ‼สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
จังหวัดนนทบุรี มีประกาศจังหวัด เรื่อง ขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการพึงปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพราระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ดังนี้
(1) ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในจังหวัดนนทบุรีสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากที่พักหรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะและให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด
จังหวัดลำพูนแจ้งเตือนประชาชน คำสั่งที่ 9/2563 มีผลบังคับใช้อยู่ 
เรื่อง ห้ามมิให้ประชาชนในพื้นที่จ.ลำพูน ออกจากเคหะสถานหรือบริเวณที่พำนักโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า
สั่ง ณ วันที่ 4 เมย 63 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท 
ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558
ออกนอกบ้าน เข้าสถานที่ชุมนุมชน ติดต่อราชการ ผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ไม่สวมหน้ากากอนามัย มีโทษตามกฎหมาย
"ปรับไม่เกิน 20,000 บาท" (ประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่องการป้องกันการระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 4 มกราคม 2564)
ปราจีนบุรี สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า 100 % มีผล 21 เมษายน 2564 (คำสั่ง จังหวัดปราจีนบุรี ที่ 1180/2564) หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตร 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558
ศรีสะเกษ ปรับ 1 แสน ออกจากบ้านไม่สวมหน้ากากอนามัย - คำสั่งจังหวัดศรีสะเกษ ฉบับที่ 14 ลงวันที 20 เมย 64  ฝ่าฝืนมีความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หรือ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำสั่งจังหวัดอุดรธานี คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี มีมติที่ประชุมครั้งที่ 9/2564 วันที่ 22 เมษายน 2564
  1. ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง ตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถานหรือสถานที่พำนักของตน และมีกิจกรรมที่ต้องสัมผัสหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น
  2. ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรรานี สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่มี กิจกรรมที่ต้องส้มพัสหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น
  3. ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ เป็นความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มีผล 23 เมษายน 64 เป็นต้นไป
การปิดบังข้อมูล Timelineเป็นความผิดตามกฎหมาย
  • ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ฐานไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558  ปรับไม่เกิน 20,000




อุบลราชธานีเข้มมาตรการสวมหน้ากากเต็มร้อย เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการต่อไป ตั้งแต่ 1 พค 64 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 
มาตรการกำหนดให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากเคหสถานและต้องติดต่อกับผู้อื่น
หรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณ หรือสถานที่ใดๆ ที่มีคนอื่นอยู่จำนวนมาก 
ทั้งนี้ บุคคลที่อยุ่ในเคหสถาน ร้านค้า หรือสถานที่ใดๆ ที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่น ต้องสวมหน้ากากด้วย 

ฝ่าฝืน/ไม่ปฏิบัติตาม และกระทำการในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และผิดตามมาตรา 18 แห่งพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
สั่ง 23 เมย 64

สุโขทัย

จังหวัดสุโขทัย มีคำสั่งกำหนดมาตรการ ให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เมื่ออยู่นอกบ้าน ตามมาตรการฯ ฉบับที่ 32
เชียงใหม่มีมติ ออกคำสั่งให้ทุกคน ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่อเข้าไปยัง “พื้นที่ไม่ปลอดภัย” เพื่อป้องกันมิให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้โรคแพร่ออกไป จนเกิดการระบาดเป็นวงกว้างในพื้นที่
โดย คำสั่งที่ 43/2564 ได้นิยาม “พื้นที่ไม่ปลอดภัย” หมายถึง พื้นที่ที่มีการพบปะผู้คน หรือ มีการรวมกลุ่มของผู้คน อันได้แก่ ตลาด ห้างสรรพสินค้า ยานพาหนะสาธารณะ อาคารขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ สนามบิน สถานที่ทำงาน และสถานที่สาธารณะต่างๆ
 
ส่วนบทกำหนดโทษ ระบุไว้ว่า “ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ และคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท”
 
โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2564 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ออกประกาศ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าเมื่ออยู่นอกเคหสถาน ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตาม พรบ โรคติดต่อ และ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พรก ฉุกเฉิน มีผลตั้งแต่ 25 เมย 64
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ออกมาตรการ ออกจากบ้านสวมหน้ากาก 100% ฝ่าฝืนจำ 2 ปี ปรับ 40,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรการป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตาก(เพิ่มเติม) ตามคำสั่งจังหวัดตากที่ 1287/2564 ลงวันที่ 22 เมษายน 2564 ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตากสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน(บ้านเรือนหรือที่อยู่อาศัย) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
คำสั่งจังหวัดจันทบุรี 
ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อออกจากเคหสถานอย่างเคร่งครัด
ผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ตั้งแต่ 25 เมย 64 
คำสั่งจว.พัทลุง ฝ่าฝืนมีความผิดปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตั้งแต่ 27 เมย 64 เป็นต้นไป
ไม่สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มีโทษปรับ 6,000-20,000 บาท
ด้วยความปรารถนาดี งานประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลระยอง
น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com