ประวัติหมู่บ้านห้วยต้า
เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2300 กว่าๆบ้านห้วยต้าใต้ บ้านห้วยต้ากลาง บ้านห้วยต้าเหนือ และบ้านหาดลั้ง มาตั้งถิ่นฐานอยู่ไม่ต่ำกว่า 200 ปี มีคนเล่าสืบกับมาว่าบ้านห้วยต้า ชื่อเดิมว่าบ้านห้วยท่า มีคนกลุ่มหนึ่งหลบหนีข้าศึกสงคราม หาบหิ้วของมาอยู่ รอเพื่อหลบหนีมาจากหลายถิ่นฐาน บางคนก็มาจากเวียงจันทร์ก็มี มาตั้งถิ่นฐานสร้างหลักปักแหล่งอยู่ ก็เลยเป็นชื่อบ้านห้วยท่า ภายหลังทางราชการจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นบ้านห้วยต้า
ห้วยต้าเดิมเป็นหมู่บ้านใหญ่ของตำบลท่าแฝก ประกอบด้วยหมู่บ้าน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 8 บ้านห้วยต้าใต้ หมู่ที่ 9 บ้านห้วยต้ากลาง หมู่ที่ 10 บ้านห้วยต้าเหนือ และหมู่ที่ 11 บ้านหาดลั้ง อยู่ใต้สุดติดลำแม่น้ำน่าน มีวัด 3 แห่ง คือ วัดห้วยต้าใต้ วัดหาดลั้ง และวัดห้วยต้าเหนือ ซึ่งวัดห้วยต้าเหนือเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2478
การปกครองมีผู้ใหญ่บ้านทั้งหมด 12 คน จนถึงปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2509 – 2510 มีครัวเรือนอยู่ประมาณ 50 หลังคาเรือน พื้นที่ของหมู่บ้านตั้งอยู่ฝั่งขวาของลำแม่น้ำน่าน 2509 - 2510 เมื่อทางราชการจะสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งจะทำให้หมู่บ้านพื้นที่หมู่บ้านของหมู่ 4 ถูกน้ำท่วม ทางราชการจึงให้ราษฎรอพยพมาอยู่ทางใต้ ราษฎรส่วนใหญ่ยินยอมอพยพ แต่มีราษฎรที่ไม่ยอมอพยพลงมาอยู่ 21 ครัวเรือน ราษฎรที่อยู่อาศัยอยู่เดิม และกลุ่มที่อพยพมาแล้วเห็นว่าเขาอยู่กินได้เลยขึ้นไปอยู่ใหม่ ทำให้ราษฎรเพิ่มขึ้นกลายเป็นหมู่บ้าน ทางราชการจึงได้ประกาศเป็นหมู่บ้านขึ้นในปี พ.ศ. 2516 โดยขึ้นอยู่กับตำบลท่าปลา หมู่ที่ 11 ต.ท่าปลา และในปี พ.ศ. 2521 ได้มีการประกาศตั้งตำบลนางพญาขึ้น บ้านห้วยต้า จึงขึ้นอยู่กับตำบลนางพญา จนถึงปัจจุบัน
ชาติพันธ์ คนไทยเมือง ผลงานหรือรางวัลต่างๆ ที่หมู่บ้านเคยได้รับ หมู่บ้านสีขาว จุดแข็ง/จุดอ่อนของชุมชนของชุมชน จุดแข็ง ทัศนียภาพและภูมิอากาศของชุมชน เหมาะแก่การท่องเที่ยว จุดอ่อน การเดินทางหรือการคมนาคม ยังต้องได้รับการพัฒนา
บ้านห้วยต้า เดิมเป็นหมู่บ้านใหญ่ของตำบลท่าแฝก ประกอบด้วยหมู่บ้าน 3 หมู่บ้าน คือหมู่ 8 บ้านห้วยต้าใต้ หมู่ 9 บ้านห้วยต้ากลาง และหมู่ 10 บ้านห้วยต้าเหนือ พื้นที่ของหมู่บ้านตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำน่าน เมื่อทางราชการจะสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ของทั้ง 3 หมู่บ้านถูกน้ำท่วม ทางราชการจึงได้ให้ราษฎรทั้ง 3 หมู่บ้านอพยพลงมาอยู่ทางตอนใต้ ราษฎรส่วนใหญ่ได้ยินยอมอพยพลงมา แต่มีราษฎรที่ไม่ยอมอพยพลงมาอยู่ 7 ครอบครัว ด้วยกัน เท่าที่สามารถสอบถามได้ คือ ..
• ครอบครัวนายสมบูรณ์ อาภิยะ
• ครอบครัวนายขัน สีดา
• ครอบครัวนายสีวิจัย น้อยขัน
• ครอบครัวนายหลง ไม่ทราบนามสกุล
• ครอบครัวนายใจยะสาร ทะลี
• ครอบครัวนายขันทะ ไม่ทราบนามสกุล
• ครอบครัวนางของ ทะดี
ทั้ง 7 ครอบครัวได้ให้เหตุผลว่า
• เป็นห่วงที่นาและที่ทำกินที่มีอยู่
• ที่ทำกินซึ่งทางราชการจัดสรรให้ไม่มีความอุดมสมบูรณ์
• มีฐานะยากจน เงินที่ได้รับจากค่าเวนคืนที่ดินอื่นๆ ไม่เพียงพอต่อการ ย้ายมาดำรงชีวิตอยู่ในที่ใหม่
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ราษฎรที่เคยอาศัยอยู่เดิมและกลุ่มที่อยากขึ้นไปอยู่ได้อพยพขึ้นไปอยู่ใหม่ ทางราชการได้พยายามห้ามปรามและหามาตรการยับยั้งไม่ให้ราษฎรย้ายกลับขึ้นไปตั้งบ้านเรือนแต่ไม่เป็นผล ทำให้จำนวนราษฎรเพิ่มขึ้นกลายเป็นหมู่บ้าน ทางราชการ จึง ได้ประกาศเป็น หมู่บ้านในปี พ . ศ . 2516 โดยขึ้นกับตำบลท่าปลา ( หมู่ที่ 11 ต . ท่าปลา ) และในปี พ . ศ .2521 ได้มีการประกาศตั้งตำบลนางพญา บ้านห้วยต้า จึงโอนมาขึ้นกับตำบลนางพญาในปัจจุบัน ( สภาวัฒนธรรมอำเภอท่าปลา . 2544)
ลักษณะภูมิประเทศ
บ้านห้วยต้าตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติทั้งหมู่บ้าน ตั้งอยู่ในพิกัด PV 621931 พื้นที่รวมทั้งหมด 57.29 ตารางที่กิโลเมตรสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง มีที่ราบเพียงเล็กน้อยตามริมห้วยและรอบอ่างเก็บน้ำสุริยัน– จันทรา ( อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ) อยู่ห่างจากบ้านน้ำพร้า หมู่ 5 ต . นางพญา ระยะทางประมาณ 15 กม . ( เป็นทางเดินเท้า ) และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าปลาประมาณ 30 กม เดินทางโดยทางเรือเพียงทางเดียว เมื่อขึ้นท่าเทียบเรือบ้านห้วยพื้นที่ จะเป็นไหล่เขาเกือบทั้งหมด จะมีพื้นที่ราบที่ใช้ทำนาอยู่บ้างนอกนั้นจะเป็นเนินเขา ป่าไม้ ( ส่วนใหญ่จะเป็นป่าไผ่ ไม้ใหญ่อื่นๆ ไม่ค่อยมีเนื่องจากถูกตัดไปใช้สอยหมด )
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน (อุทยานแห่งชาติขุนสถาน)
ทิศใต้ ติดต่อกับ อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลท่าแฝก อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ หมู่ที่ 5 ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
ลักษณะภูมิอากาศ
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือนตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 5 เดือน
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม เป็นเวลา 3 เดือน
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ถึง กันยายน เป็นเวลา 4 เดือน
จำนวนประชากร
จากจำนวนประชากรที่ไม่ยอมย้ายลงมาจำนวน 7 ครอบครัว ( ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน ) เมื่อมีการอพยพขึ้นไปอยู่อีกมากขึ้น จำนวนประชากรจึงได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้โดยมีการอพยพขึ้นไปตั้งบ้านเรือน ตั้งแต่ปี พ . ศ .2513 จนกระทั่งปัจจุบัน มีประชากรที่สำรวจ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ได้ดังนี้
• ประชากรรวม 483 คน
• ชาย 264 คน
• หญิง 219 คน
• จำนวนครัวเรือน 187 ครัวเรือน
• จำนวนหลังคาเรือน 166 หลังคาเรือน
****อ้างอิงจากทะเบียนราษฏร์อำเภอท่าปลา ปี 2567
พื้นที่การเกษตร
เนื่องจากบ้านห้วยต้าตั้งอยู่ริมเนินเขา มีน้ำล้อมรอบ ด้านหน้าของหมู่บ้านเป็นอ่างเก็บน้ำด้านหลังเป็นภูเขา และมีป่าไม้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรจึงมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
• พื้นที่ทำนา 53 ไร่
• พื้นที่ทำไร่ถั่วเขียว 35 ไร่
• พื้นที่ทำไร่ข้าวโพด 128 ไร่
• พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองฤดูแล้ง ( หลังฤดูทำนาปี ) 14 ไร่
อาชีพ
ประชาชนบ้านห้วยต้าในระยะแรกจะประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนาและทำไร่ เนื่องจากมีพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้เพียงเล็กน้อย อาชีพหลักคือการทำประมงน้ำจืดแต่ไม่ค่อยมีผู้นิยมทำ ส่วนมากจะเข้าป่าล่าสัตว์บ้าง หาของป่ามาแลกบ้างชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวห้วยต้ามีความยากลำบากมาก ประชาชนส่วนใหญ่เป็นโรคขาดสารอาหาร ขาดเกลือแร่และไอโอดีน ด้วยจากปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จเยี่ยมบ้ายห้วยต้าในปี พ . ศ . 2539 ทางราชการได้เข้าไปส่งเสริมให้ราษฎรบ้านห้วยต้าประกอบอาชีพอื่นๆ เช่น เลี้ยงสัตว์ ทอผ้า แกะสลักและรับจ้างทั่วไปการ
คมนาคม
บ้านห้วยต้า สามารถติดต่อกับหมู่บ้านอื่นๆ และใกล้เคียงได้ 3 ทาง คือ
• ติดต่อกับอำเภอท่าปลาได้โดยการคมนาคมทางเรือเพียงทางเดียวเท่านั้น โดยต้องโดยสารเรือจากหมู่บ้านมาขึ้นที่บ้านท่าเรือ หมู่ 9 ตำบลท่าปลา ระยะเวลาที่เรือโดยสารวิ่งประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วโดยสารรถยนต์รับจ้างมาถึงที่ว่าการอำเภอ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร (ระยะทางรวมโดยประมาณ 25-30 กิโลเมตร)
• ติดต่อกับหมู่บ้านอื่นๆ ในตำบลนางพญา เช่นบ้านท่าเรือหมู่ 6 ติดต่อโดยต้องใช้เรือ เรือโดยสาร ระยะเวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
• ใช้การเดินเท้าเพราะไม่มีเส้นทางคมนาคม อาศัยเส้นทางเดินบนภูเขาซึ่งเป็นป่าทึบเป็นเส้นทางติดต่อระหว่างหมู่ที่ 5 ตำบลพญากับบ้านห้วยต้า ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงกว่าจะถึง ซึ่งไม่เป็นที่นิยม (ระยะทางโดยประมาณ 12 กิโลเมตร)
มีกิจกรรมที่ ดำเนินการ คือ
• โครงการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาที่ 2 กลุ่มสนใจ
• วิชาการทอผ้า จำนวน 2 กลุ่ม
• วิชาการสานกระติ๊บข้าว/จักรสานวัสดุใช้ในครัวเรือน จำนวน 1 กลุ่ม
การศาสนา
ประชาชนบ้านห้วยต้านับถือศาสนาพุทธ มีวัดพุทธศาสนาชื่อ วัดบ้านห้วยต้า จำนวน 1 แห่ง โดยมีพระภิกษุ จำนวน 2 รูปอยู่จำพรรษา ซึ่งในบางเดือน บางปีไม่มีพระอยู่จำพรรษา วัดห้วยต้าเป็นวัดซึ่งสร้างมาพร้อมกับการจัดตั้งหมู่บ้าน แต่เนื่องจากฐานะและความเป็นอยู่ของประชาชนไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นสภาพของวัดจึงไม่ค่อยจะมีความมั่นคงและแข็งแรง และที่สำคัญวัดมีเนื้อที่เพียง 2 ไร่ ดังนั้นการก่อสร้างถาวรวัตถุอื่นๆ จึงทำได้ยาก บางปีไม่มีพระอยู่จำพรรษา
การสาธารณสุข
บ้านห้วยต้าประชาชนมีชีวิตและความเป็นอยู่ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากการคมนาคมติดต่อทำได้เพียงด้านเดียว ทางราชการได้รับจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2539 ก่อสร้างสถานีอนามัยพร้อมทั้งบ้านพักระดับ 3-4 จำนวน 2 หลัง ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ได้จัดสร้างในพื้นที่ของราษฎรบ้านห้วยต้าที่ยินยอมให้ราชการใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 3 ไร่ 2 งาน อยู่ห่างจากท่าเรือบ้านห้วยต้าประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าปลาประมาณ 30 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ประมาณ 70 กิโลเมตร *ใช้การคมนาคมโดยทางเรือเท่านั้น* ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาสร้างถนนตัดผ่าน และการประเมิน EIA
ข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข
• โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1 แห่ง
• เจ้าหน้าที่ประจำ รพ.สต. 4 คน
-ผอ.รพ.สต. 1 คน
-นักวิชาการสาธารณสุข 1 คน
-พยาบาลวิชาชีพ 1 คน
-พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 1 คน
-พนักงานผู้พิการ 1 คน
• อาสาสมัครสาธารณสุข 17 คน ชาย 9 คน หญิง 8 คน
ข้อมูลหมู่บ้าน
• จำนวนหลังคาเรือน 166 หลัง
• จำนวนครอบครัว 187 ครัวเรือน
• จำนวนประชากร ณ 1 ก . ค .67 จากทะเบียนราษฎร์ ชาย 264 คน หญิง 219 คน รวม 483 คน
• จำนวนประชากร ณ 1 ก . ค .67 จากการสำรวจ ชาย 184 คน หญิง 156 คน รวม 340 คน
• จำนวนร้านขายของชำ 4 ร้าน
• จำนวนร้านขายอาหาร (ก๋วยเตี๋ยว,ของทอด,ปิ้ง) 2 ร้าน
• ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง
• โรงเรียนประถมศึกษา(ขยายโอกาส ถึง ม.3) 1 แห่ง
• รพ.สต. 1 แห่ง
• หอกระจายข่าว 1 แห่ง
• ประปาภูเขา 1 แห่ง
• โครงการน้ำดื่มสะอาด ผ่านการรับรองมาตราฐานน้ำดื่ม 3 จุด (จากโครงการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์)
-
เว็บไซต์ รพ.สต.บ้านห้วยต้า