ประวัติโรงพยาบาลสองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
โรงพยาบาลสองพี่น้องได้พัฒนามาจากสถานีอนามัยตำบลสองพี่น้อง ซึ่งสถานีอนามัยแห่งนี้เปิดดำเนินการครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ที่บ้านสามผาน หมู่ที่ ๕ โดยนายชำนาญและนางฉัยยา เทพพิทักษ์ ได้บริจาคที่ดินจำนวน ๑ ไร่ และก่อสร้างด้วยเงินของประชาชนในตำบลสองพี่น้อง
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างสถานีอนามัยใหม่ขึ้นทดแทน พระอธิการฟัก สันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดพิชัยพัฒนาราม (เขาน้อยสามผาน) ได้บริจาคที่ดินซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนสายท่าใหม่-ทุ่งเบญจาตรงข้ามหนองน้ำวัดสามผาน เพิ่มอีกจำนวน ๗ ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินของโยมบิดา คือคุณพ่อสังข์ พูลกะสิ ผู้ตั้งความปรารถนาอยากจะเห็นโรงพยาบาลเกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเอง การก่อสร้างอาคารสถานีอนามัยในคราวนั้นใช้เงินงบประมาณทางราชการจำนวน ๓๘๑,๙๐๐ บาท และจากการบริจาคของศิษยานุศิษย์ของท่านพระอาจารย์อีกจำนวน ๑,๑๗๒,๑๐๐ บาท มีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๓ โดยสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกเสด็จมาเป็นประธาน
ต่อมาท่านพระอาจารย์ฟักพร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ได้แสดงเจตนารมณ์บริจาคเงินก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์เป็นเงินจำนวน ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่และห้องประชุมของสถานีอนามัยตำบลสองพี่น้อง
เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารสถานีอนามัยตำบลสองพี่น้อง (ในนามโรงพยาบาลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี) ซึ่งทางจังหวัดจันทบุรีกำหนดให้สถานีอนามัยแม่ข่าย โดยมีสถานีอนามัยเขาบายศรีและสถานีอนามัยยางระหงเป็นสถานีอนามัยลูกข่าย ปฏิบัติงานกึ่งสถานีอนามัยกึ่งโรงพยาบาล มีแพทย์ตรวจเฉพาะเวลาราชการ ส่วนเจ้าหน้าที่อยู่เวรประจำตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ พระอาจารย์ฟักและศิษยานุศิษย์ได้มอบที่ดินเพิ่มอีกจานวน ๒๖ ไร่ รวมเป็น ๓๓ ไร่เศษ และร่วมบริจาคทรัพย์เพื่อก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในขนาด ๓๐ เตียงเพิ่มเติม เป็นเงินจำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๑๐ เตียง เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๙ และเปิดให้บริการรักษาพยาบาลทั้งในและนอกเวลาราชการ
ปัจจุบันโรงพยาบาลสองพี่น้องให้บริการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพของประชาชนในตำบลสองพี่น้องและตำบลใกล้เคียง ตามวิชาชีพและตามเจตนารมณ์ของท่านเจ้าของที่ดินผู้มีจิตเมตตาบริจาคเพื่อทำประโยชน์ให้แก่สังคมและเพื่อนมนุษย์อย่างสูงสุด และเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณพ่อสังข์ พูลกะสิ ซึ่งท่านได้ถึงแก่กรรมในวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ในวันดังกล่าวของทุกปีโรงพยาบาลสองพี่น้องจะถือเป็นวันสำคัญของโรงพยาบาล และจัดให้มีการทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับผู้มีพระคุณเป็นประจำทุกปี
จากความกตัญญูกตเวทีของพระอาจารย์ฟัก สันติธัมโม ซึ่งพยายามจะสานฝันของโยมบิดาและโยมมารดาที่ปรารถนาจะเห็นประชาชนชาวตำบลสองพี่น้องและตำบลใกล้เคียงมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโรงพยาบาลใกล้บ้านคอยบริการรักษาพยาบาล จึงเป็นที่มาของโรงพยาบาลสองพี่น้องในวันนี้ ซึ่งหลวงปู่เล่าให้ฟังว่า ท่านต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะสำเร็จ
ครั้งแรกจะมอบให้เป็นโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชแต่ไม่สำเร็จตามประสงค์ ต่อมาหลวงปู่ฟักพร้อมด้วยอาจารย์ปรุง โกมารทัต อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ได้ประสานงานเรื่องนี้ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ขณะนั้นคือนายบุญนาค สายสว่าง และนายแพทย์ฉลอง ควรหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี
เมื่อหลวงปู่ไปพบนายแพทย์ฉลองแจ้งความต้องการให้ทราบนายแพทย์ฉลองบอกว่ามีโอกาสเป็นได้ และสั่งให้ลูกน้องไปเอาแบบของโรงพยาบาลวังจันทร์ จังหวัดระยอง มาเป็นต้นแบบ หลวงปู่กับนายช่างของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ ชื่อคุณโอภาส ร่วมกันออกแบบอาคารหลังแรก ชื่อว่า "อาคารประชาน้อมเกล้า" ส่วนระเบียบและขั้นตอนอาศัยหน่วยงานราชการเป็นผู้วางระเบียบให้ ขั้นต้นมีฐานะเป็นสถานีอนามัยแม่ข่ายก่อน ต่อมาจึงยกฐานะเป็นโรงพยาบาลขนาด ๑๐ เตียง
หลวงปู่เล่าต่อว่า ก่อนที่จะเปิดเป็นโรงพยาบาล ๑๐ เตียง คงเนื่องจากเรื่องของกรรม มีคนไม่เข้าใจมากขึ้น มีแต่คนพูดว่าตั้งเป็นโรงพยาบาลไม่ได้แน่นอน เพราะอำเภอท่าใหม่มีโรงพยาบาลอยู่แล้วถึงสองแห่ง คือโรงพยาบาลท่าใหม่และโรงพยาบาลเขาสุกิม แต่หลวงปู่ก็มิได้ลดละความพยายามที่จะสานฝันความตั้งใจของโยมบิดา หลวงปู่และคุณคำนวณ ชโลปถัมภ์ ซึ่งเป็นนักกฎหมาย พร้อมด้วยนายแพทย์ฉลอง ควรหา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ต้องเดินทางไปชี้แจงเหตุผลต่อ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รัฐมนต์รีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นด้วยตัวเอง ในที่สุด ดร.อาทิตย์์จึงได้รับปากกับหลวงปู่ให้เปิดเป็นโรงพยาบาล ๑๐ เตียง
ได้เล่ากับเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ขั้นต้นขอปรารภเหตุอันเป็นก่อนที่จะได้เป็นโรงพยาบาลสักเล็กน้อย ในวันนั้นลิฟท์ก็เสีย ไฟก็ดับ ท่านต้องเดินขึ้นบันได คุณมณีรัตน์เป็นผู้ไปส่งตั้งแต่หกโมงเช้า ไม่ได้ฉันอาหาร ต้องหาผู้ชายมาประคองให้ เดินขึ้นบันไดชั้น ๓ พอไปถึงรัฐมนตรีไม่อยู่ ติดประชุมรอจนถึงเที่ยงจึงได้พบ ส่วนคนขับรถหาที่จอดรถไม่ได้ กระหายน้ำก็กระหาย ต้องขับรถหมุนเวียนอยู่อย่างนั้น ขณะนั้นมีคนสังเกตเห็นหลวงปู่หน้าแดงเพราะความดันโลหิตขึ้นสูงมาก จึงให้คุณมณีรัตน์ไปเอายาลดความดันโลหิตมาให้อมใต้ลิ้น
หลวงปู่และคุณคำนวณรอพบรัฐมนตรีอยู่ที่หน้าห้อง หลวงปู่ส่งคนไปตามผู้ตรวจราชการฯ คือนายแพทย์ฉลอง พอรัฐมนตรีประชุุมเสร็จได้นิมนต์และคณะเข้าไปในห้อง โดยนายแพทย์ฉลองและคุณคำนวณได้ให้ข้อมูล อันเป็นเหตุเป็นผลแก่ท่านรัฐมนตรีต่อหน้าหลวงปู่และท่านรัฐมนตรี ดร.อาทิตย์ก็รับปากว่าจะสั่งการให้เปิดเป็นโรงพยาบาล ๑๐ เตียงได้ -
รพ.สองพี่น้อง