27 กันยายน 2569 เวลา 12:45 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีพื้นที่ประสบภัยอุทกภัย 25 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ รวม 128 อำเภอ 587 ตำบล 2,500 หมู่บ้าน 174,803 ครัวเรือน 545,022 คน และกรุงเทพมหานคร 50 เขต (ข้อมูล ศอ.ปภ. 27 ก.ย. 69 เวลา 06.00 น.)
สถานการณ์น้ำท่วม ในแต่ละจังหวัด
ปริมณฑล
จ.สมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.บางเสาธง อ.บางพลี อ.บางบ่อ อ.พระประแดง อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 32 ตำบล 266 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 124,678 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ปทุมธานี เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองฯ อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา อ.หนองเสือ รวม 31 ตำบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,437 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.นครปฐม เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.พุทธมณฑล อ.กำแพงแสน อ.นครชัยศรี รวม 15 ตำบล 15 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ระดับน้ำทรงตัว
จ.นนทบุรี พื้นที่ประสบภัยครอบคลุม
4 อำเภอ ได้แก่ เมืองนนทบุรี ปากเกร็ด บางใหญ่ และไทรน้อย รวมทั้งสิ้น 35 ตำบล
ภาคกลาง
จ.พิษณุโลก เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ชาติตระการ อ.เนินมะปราง อ.วังทอง อ.นครไทย อ.บางระกำ อ.บางกระทุ่ม รวม 22 ตำบล 86 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 129 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.เพชรบูรณ์ เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ชนแดน อ.บึงสามพัน อ.วิเชียรบุรี อ.ศรีเทพ รวม 8 ตำบล 17 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 79 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.นครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมใน 10 อำเภอ ได้แก่ อ.ไพศาลี อ.ท่าตะโก อ.ตากฟ้า อ.พยุหะคีรี อ.บรรพตพิสัย อ.ลาดยาว อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก รวม 46 ตำบล 210 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 833ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.อุทัยธานี เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สว่างอารมณ์ อ.หนองขาหย่าง อ.เมืองฯ รวม 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.ลพบุรี เกิดน้ำท่วม 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ท่าหลวง อ.พัฒนานิคม อ.โคกสำโรง รวม 20 ตำบล 53 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 516 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.ชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ รวม 8 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 87 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สิงห์บุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี รวม 3 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สุพรรณบุรี เกิดน้ำท่วม 5 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.เมืองฯ อ.ศรีประจันต์ อ.ดอนเจดีย์ รวม 28 ตำบล 173 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,385 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สระบุรี เกิดน้ำท่วม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองแซง อ.มวกเหล็ก อ.เมืองฯ อ.พระพุทธบาท อ.แก่งคอย อ.หนองแค อ.วังม่วง อ.หนองโดน รวม 21 ตำบล 53 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 297 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.บางปะอิน อ.พระนครศรีอยุธยา รวม 85 ตำบล 414 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,971 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.นครนายก เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมือง อ.บ้านนา อ.องครักษ์ รวม 61 ตำบล 190 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,038 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ภาคตะวันออก
จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.นาดี อ.เมืองฯ อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 41 ตำบล 199 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,106 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.พนมสารคาม อ.บางคล้า อ.ท่าตะเกียบ อ.สนามชัยเขต อ.แปลงยาว อ.เมืองฯ อ.บ้านโพธิ์ รวม 30 ตำบล 119 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,200 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.สระแก้ว เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.วัฒนานคร อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง อ.คลองหาด อ.วังน้ำเย็น อ.เขาฉกรรจ์ รวม 27 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,716 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ชลบุรี เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.พนัสนิคม อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ รวม 26 ตำบล 79 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 97 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ระยอง เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ปลวกแดง อ.บ้านค่าย อ.เขาชะเมา อ.นิคม อ.แกลง รวม 5 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 350 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.จันทบุรี เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.แก่งหางแมว อ.โป่งน้ำร้อน อ.นายายอาม อ.เขาคิชฌกูฏ อ.มะขาม อ.ท่าใหม่ อ.ขลุง อ.เมืองฯ รวม 29 ตำบล 153 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 936 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
จ.ตราด เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บ่อไร่ อ.เขาสมิง อ.เมืองฯ รวม 12 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 357 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จ.บุรีรัมย์ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านกรวด อ.ละหานทราย อ.นางรอง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ประโคนชัย อ.โนนดินแดง รวม 16 ตำบล 131 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,150 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ชัยภูมิ เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเกษตรสมบูรณ์ รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ระดับน้ำลดลง
จ.นครราชสีมา เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอปากช่อง รวม 7 ตำบล 15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 166 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.สุรินทร์ เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.พนมดงรัก อ.ปราสาท รวม 9 ตำบล 63 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร เกิดน้ำท่วมใน 50 เขต ประชาชนได้รับผลกระทบ 52,000 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
ด้านการให้ความช่วยเหลือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคีเครือข่าย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเร่งระบายน้ำ การดูแลกลุ่มเปราะบาง การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และการสนับสนุนสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ประสบภัย พร้อมติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม
ขณะเดียวกัน นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. ได้กำชับสำนักงาน ปภ. จังหวัดในพื้นที่ประสบภัย เร่งติดตามและสำรวจความเสียหายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบและเตรียมดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
👍 ข้อมูลสถานการณ์ ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด
ตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์น้ำในแต่ละจังหวัดที่ประสบภัย จาก ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด (pwrc.thaiwater.net) | พิษณุโลก | เพชรบูรณ์ | นครสวรรค์ | อุทัยธานี | ลพบุรี | สิงห์บุรี | ชัยนาท | สุพรรณบุรี | สระบุรี | พระนครศรีอยุธยา | สมุทรปราการ | ปทุมธานี | นครปฐม | นครนายก | ปราจีนบุรี | ฉะเชิงเทรา | สระแก้ว | ชลบุรี | ระยอง | จันทบุรี | ตราด | บุรีรัมย์ | ชัยภูมิ | นครราชสีมา | สุรินทร์ | กรุงเทพมหานคร
และจังหวัดที่คาดจะมีผลกระทบ | กาญจนบุรี | ราชบุรี | เพชรบุรี | ประจวบคีรีขันธ์ | ตากBack to top
29 ก.ย.69 : 18.27 น.กทม. ประกาศปรับลดพื้นที่ที่ยังประสบสาธารณภัย เหลือ 29 เขต
29 ก.ย.69 : 18.27 น. ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง การสิ้นสุดสาธารณภัยในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครยกเว้นพื้นที่เขตคลองสามวา เขตคันนายาว เขตจตุจักร เขตดอนเมือง เขตดินแดง เขตดุสิต เขตทวีวัฒนา เชตทุ่งครุ เขตบางเขน เขตบางกะปี เขตบางชื่อ เขตบางนา เขตบางบอน เขตบางพลัด เขตบึงกุ่ม เขตประเวศ เขตพญาไท เขตพระโขนง เขตมีนบุรี เขตราชเทวี เขตลาดกระบัง เขตวังทองหลาง เขตวัฒนา เขตสวนหลวง เขตสะพานสูง เขตสายไหม เขตหนองจอก
เขตหลักสี่ เขตห้วยขวาง
ตามที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครได้มีประกาศ เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569 เนื่องจากมีฝนตกหนักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัด ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นพื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 นั้น
บัดนี้ สถานการณ์ฝนตกหนักได้ยุติลงแล้ว และจากการตรวจสอบในเชิงพื้นที่พบว่ามีพื้นที่เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ 21 เขต ได้รับผลกระทบปานกลาง 14 เขต และได้รับผลกระทบระดับสูง 15 เขต รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแบบท้ายประกาศนี้ จึงประกาศให้สถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบทั้ง 21 เขต สิ้นสุดลง ยังคงเหลือพื้นที่ประสบสาธารณภัย 29 เขต โดยให้ผู้อำนวยการเขตรับผิดชอบดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และระเบียบกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
Back to top
28 กันยายน : 22.44 น. กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ ประกาศปรับการระบายน้ำเพิ่ม


กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ แจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 8,484 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 96 ของความจุอ่างฯ
จากมติที่ประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ภายใต้การกำกับดูแลของ สทนช. ได้เห็นชอบให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอ่างเพิ่มเติม ดังนี้
วันที่ 29 กันยายน 2569 ปรับการระบายน้ำจาก 15 เป็น 30 ล้าน ลบ.ม./วัน (347 ลบ.ม./วินาที)
วันที่ 30 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 ปรับการระบายน้ำจาก 15 เป็น 42 ล้าน ลบ.ม./วัน (486 ลบ.ม./วินาที)
ทั้งนี้ การระบายน้ำดังกล่าวเป็นไปตามคู่มือการบริหารจัดการน้ำเขื่อนวชิราลงกรณอย่างเคร่งครัด โดย กฟผ. จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
หากมีข้อสอบถามหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ โทร. 0 3459 8031 หรือ 0 3459 9077 ต่อ 3110, 3111 และผ่านแอปพลิเคชัน EGAT One ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Back to top
28 กย : 11.11 น. สังขละบุรี น้ำจ่อทะลักสะพานมอญ-อพยพ 400 ครัวเรือน ไฟฟ้า-สื่อสารล่ม 15 ชม. ถนนสาย 323 รถใหญ่อัมพาต


28 กันยายน 2569 – อำเภอสังขละบุรีเผชิญวิกฤตภัยธรรมชาติขั้นรุนแรง หลังพายุฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเลียพุ่งสูงจนเหลือเพียง 1 เมตรจะเอ่อท่วมสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) ขณะที่ระบบสาธารณูปโภคถูกตัดขาด สัญญาณสื่อสารและไฟฟ้าดับสนิทนานกว่า 15 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หมู่ 2 ตำบลหนองลู แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ระดับน้ำที่เพิ่มสูงและไหลเชี่ยวกราก ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมน้ำและโดยรอบสะพานกว่า 400 ครอบครัว ต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินและอพยพไปพักอาศัยชั่วคราวกับญาติพี่น้องในพื้นที่ปลอดภัย
ผลกระทบจากฝนตกหนักยังทำให้เส้นทางคมนาคมสายหลัก ถนนทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ผิวจราจรชำรุดเป็นหลุมบ่อและมีต้นไม้หักโค่นกีดขวางตลอดเส้นทาง ส่งผลให้การจราจรสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่กลายเป็นอัมพาต ไม่สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ได้ นอกจากนี้ โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรีได้ประกาศแจ้งผู้ปกครอง ขอปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน
ด้านระบบสาธารณูปโภค นายสมเกียรติ เทศัชบุตร ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาทองผาภูมิ เปิดเผยว่า สภาพดินที่อุ้มน้ำและอ่อนตัวทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์สื่อสารในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีไม่สามารถใช้งานได้นานกว่า 15 ชั่วโมง ล่าสุด PEA ได้ประสานขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางกว่า 200 นาย พร้อมเครื่องจักรหนัก เร่งลงพื้นที่กู้ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน ด้านการรักษาความปลอดภัยและช่วยเหลือประชาชน พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป.สภ.สังขละบุรี นำกำลังสายตรวจร่วมกับผู้นำชุมชน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย โดยเฉพาะที่หมู่ 4 ตำบลปรังเผล (บ้านเรดาร์) พบว่ามีน้ำท่วมขังบ้านเรือนที่ปลูกอยู่บริเวณริมตลิ่งจำนวน 11 หลังคาเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง Back to top
28 กย : กรมอุตุ แจ้งเตือน 50 จังหวัดยังคงมีฝนตกหนัก


กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงแจ้งเตือน 50 จังหวัดยังคงมีฝนตกหนักในวันนี้ (28 ก.ย.) พยากรณ์อากาศ 28 กันยายน 2026 ภาคเหนือ มีฝน ร้อยละ 60 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝน ร้อยละ 60 ภาคกลาง มีฝน ร้อยละ 80 ภาคตะวันออก มีฝน ร้อยละ 70 ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝน ร้อยละ 60 ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก), มีฝน ร้อยละ 70 กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝน ร้อยละ 80Back to top
สถานการณ์น้ำท่วม จ.กาญจนบุรี
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดกาญจนบุรี จาก
ศูนย์ข่าว PR
27 กันยายน 2569
7.28 น. กรมอุตุฯ ประกาศพื้นที่จะมีฝนตกหนัก (สีแดง เสี่ยงสูง ปริมาณฝนระดับ 125-250 มม) ใน จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.สุพรรณบุรี จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี
9.18 น. อุทยานแห่งชาติเอราวัณประกาศปิดการท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่เป็นการชั่วคราว วันที่ 27–29 กันยายน 2569 เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เนื่องจากสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก
10.38 อุทยานแห่งชาติไทรโยค และ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ จากเหตุ ฝนตกหนัก ที่อาจก่อให้เกิด น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และกระแสน้ำไหลเชี่ยว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่
16.10 น. กรมอุตุนิยมวิทยา เฝ้าติดตามกลุ่มฝนในพื้นที่กาญจนบุรี พบกลุ่มฝนปกคลุมหลายพื้นที่ของ จ.กาญจนบุรี ได้แก่ อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค อ.เลาขวัญ อ.ห้วยกระเจา อ.บ่อพลอย อ.พนมทวน อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา อ.เมืองกาญจนบุรี ประชาชนในพื้นที่ที่พบกลุ่มฝน ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
17.21 น. โรบินสันไลฟ์สไตล์ กาญจนบุรี ร่วมกับอำเภอเมืองกาญจนบุรี เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และของใช้จำเป็นอื่นๆ ที่บริเวณ Information center ชั้น 1 โรบินสันไลฟ์สไตล์ กาญจนบุรี ระยะเวลา: วันนี้ - 2 ต.ค. 69
18.48 น. สำนักงานชลประทานที่ 13 แจ้งเตือน 3 จังหวัด (กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม) เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่เพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองมากกว่า 1,200 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มระดับน้ำ: พื้นที่ท้ายเขื่อนแม่กลอง อาจมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 2.00 เมตร คำแนะนำ: ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง ควรขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
21.32 น. รายงานน้ำท่วมพื้นที่อำเภอห้วยกระเจา 3 ตำบล 24 หมู่บ้าน น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร 1,560 ไร่ 197 ครัวเรือน
23.37 น.อำเภอทองผาภูมิ ฝนตกหนักทำให้น้ำป่าไหลหลากท่วมบริเวณถนนวงเวียนทองผาภูมิ ไหลเข้าบ้านประชาชนและซุ้มประตูเทศบาลตำบลทองผาภูมิเนื่องจากน้ำไหลระบายไม่ทัน
28 กันยายน 2569
05.34 น. ปภ.กาญจนบุรี เตือนน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก หลังฝนถล่มหนัก บ่อพลอย-ศรีสวัสดิ์ ทะลุ 180 มม.
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ออกประกาศรายงานประจำวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569 แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยขอให้ติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ขณะที่รายงานปริมาณน้ำฝนย้อนหลัง 24 ชั่วโมง (ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุทกศาสตร์แห่งชาติ) พบว่ามีฝนตกสะสมในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในเกณฑ์สูงมาก โดย 10 อันดับสูงสุด มีดังนี้
อ.บ่อพลอย สถานีบ้านโป่งรี ปริมาณน้ำฝน 195.0 มม.
อ.ศรีสวัสดิ์ สถานี TK81 สาขาแก่งแคบ ปริมาณน้ำฝน 180.0 มม.
อ.ไทรโยค สถานีบ้านพุพง ปริมาณน้ำฝน 176.0 มม.
อ.ไทรโยค สถานี MOU240 อช.ไทรโยค ปริมาณน้ำฝน 166.4 มม.
อ.ไทรโยค สถานีบ้านวังน้ำเขียว ปริมาณน้ำฝน 159.5 มม.
อ.ศรีสวัสดิ์ สถานี MOU449 อช.เอราวัณ ปริมาณน้ำฝน 158.3 มม.
อ.เมืองกาญจนบุรี สถานีบ้านทับศิลา ปริมาณน้ำฝน 157.0 มม.
อ.ไทรโยค สถานี MOU452 อช.ไทรโยค (น้ำตกไทรโยคน้อย) ปริมาณน้ำฝน 152.2 มม.
อ.ทองผาภูมิ สถานีบ้านประจำไม้ ปริมาณน้ำฝน 150.5 มม.
อ.ไทรโยค สถานี NTST อบต.ท่าเสา ปริมาณน้ำฝน 147.4 มม.
ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์ (ความจุ 17,745 ล้าน ลบ.ม.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บสุทธิ 15,919.47 ล้าน ลบ.ม. (89.71%) มีน้ำใช้การได้ 5,654.47 ล้าน ลบ.ม. (75.59%) และมีแผนระบายน้ำวันนี้ 3.20 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนวชิราลงกรณ (ความจุ 8,860 ล้าน ลบ.ม.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บสุทธิ 8,138.97 ล้าน ลบ.ม. (91.86%) มีน้ำใช้การได้ 5,126.97 ล้าน ลบ.ม. (87.67%) และมีแผนระบายน้ำวันนี้ 8.02 ล้าน ลบ.ม.
08.50 น. แจ้งเตือนภัย ระวัง
น้ำท่วมถนนในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ น้ำล้นลำห้วย บ้านเกริงกระเวีย ถนนเส้น 323 น้ำล้นท่วมถนนบริเวณวงเวียนทองผาภูมิ น้ำท่วมถนนบริเวณเส้น 323 ช่วงทางเข้าอุทยานไทรโยค
10.22 น.
รายงานน้ำเอ่อท่วมหมู่บ้านมั่นคง ท่ามะกา เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง ตั้งแต่เวลา 02:59 น. 28 ก.ย.69 น้ำได้เอ่อเข้าท่วมหมู่บ้านมั่นคง เขตเทศบาลท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
Back to top
28 ก.ย. : 08.00 น. สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี
งานจราจร สภ.เมืองนนทบุรี รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังตามจุด Black Spot ในพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี วันที่ 28 ก.ย. 2569 ข้อมูลช่วงเวลา 08.00 น. และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องในช่วงสาย จากการตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังในพื้นที่ พบว่า ช่วงเช้ายังคงมีน้ำท่วมขังหลายจุด แต่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงในช่วงสาย โดยเส้นทางยังสามารถสัญจรได้ รายละเอียดดังนี้
1️⃣ ถนนพิบูลสงคราม ช่วงแยกพระราม 5 – แยกพิบูลสงคราม
มีประชาชนนำรถมาจอดบริเวณริมทางเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ไม่กีดขวางการจราจร และในช่วงสายเริ่มมีการเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่แล้ว
2️⃣ จุดกลับรถใต้สะพานพระราม 5
ช่วงเช้ายังมีน้ำท่วมขัง แต่ รถสามารถสัญจรผ่านได้ อยู่ระหว่างติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง
3️⃣ หน้า รพ.สต.ศิริชัย
ช่วงเช้ามีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำลดลงในช่วงสาย ปัจจุบันรถสามารถสัญจรได้ตามปกติ
4️⃣ จุดกลับรถ ร.ร.สตรีนนทบุรี
ช่วงเช้ามีน้ำท่วมขัง และ ระดับน้ำลดลงในช่วงสาย รถยังสามารถสัญจรได้
5️⃣ บริเวณวัดเขมาภิตาราม
ช่วงเช้ายังคงมีน้ำท่วมขัง โดย ระดับน้ำลดลงในช่วงสาย รถยังสามารถสัญจรได้
6️⃣ ซ.พิบูลสงคราม 5 แยก 1
ช่วงเช้ามีน้ำท่วมขังค่อนข้างมาก ต่อมา ระดับน้ำลดลงในช่วงสาย รถยังสามารถสัญจรได้
7️⃣ ซอยนนทบุรี 7
มีน้ำท่วมขัง ภายในซอยเล็กน้อย ส่วนบนถนนหลักไม่มีน้ำท่วมขัง การจราจรสามารถสัญจรได้ตามปกติ
สรุปภาพรวม สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ มีแนวโน้มดีขึ้น ระดับน้ำลดลงหลายจุดในช่วงสาย เส้นทางที่ตรวจสอบ ยังสามารถสัญจรได้ และยังไม่มีจุดที่ต้องปิดการจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างต่อเนื่อง
Back to top
28 กย : 07.26 น. ผู้ว่าราชบุรี แจ้งเตือนท้ายน้ำแม่กลอง เตรียมตัว
28 กย : 07.26 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี แจ้งเตือน ประชาชน ริมแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณใกล้ลำน้ำ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ส่วนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ ขอให้ยกสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินมีค่าขึ้นไว้ในที่สูง ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และสัตว์เลี้ยง รวมทั้งเคลื่อนย้ายยานพาหนะและอุปกรณ์ทางการเกษตรออกจากพื้นที่เสี่ยง หลังชลประทาน รายงานปริมาณน้ำในแม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำไหลรวมลงสู่แม่น้ำแม่กลองในปริมาณมาก อาจมีความจำเป็นต้อง ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองมากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองบริเวณท้ายเขื่อน สูงขึ้นจากระดับปัจจุบันมากกว่า 2.50 เมตรBack to top
27 กย : 17.10 รัฐบาลประกาศวันที่ 28–29 ก.ย. 69 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ


27 กันยายน 2569 เวลา 17:10 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำหนดให้วันจันทร์ที่ 28 และวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน โดยหน่วยงานภาครัฐยังคงต้องเปิดให้บริการประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ตามปกติ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า การกำหนดวันหยุดราชการกรณีพิเศษครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง อย่างไรก็ตาม การให้บริการประชาชนจะต้องดำเนินต่อไป โดยเฉพาะบริการที่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์
สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจในการให้บริการประชาชน มีความจำเป็น หรือมีราชการสำคัญในวันหยุดดังกล่าว ซึ่งได้กำหนดหรือนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว และหากยกเลิกหรือเลื่อนออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและกระทบต่อการให้บริการประชาชน
ส่วนรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้แต่ละแห่งพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมในการกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุด โดยให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณี รวมถึงให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงแรงงาน บริษัทประกันภัย โรงพยาบาล และสถานพยาบาล พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการตามปกติ
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับส่วนราชการที่มีภารกิจด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน และงบประมาณ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 กรมบัญชีกลางรายงานว่า ได้เปิดให้ส่วนราชการสามารถเข้าใช้งานระบบ e-GP และระบบ GFMIS ได้จากทุกที่แล้ว จึงขอให้หัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแลการดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด เพื่อไม่ให้งบประมาณตกพับไป
Back to top
27 กย : 17.04 กทม. เตือนหลีกเลี่ยง 30 ถนน น้ำยังท่วมขัง LINK


27 ก.ย. 69 เวลา 17.00 น. กรุงเทพมหานคร ออกประกาศ เตือนหลีกเลี่ยงถนน 30 เส้นทาง แบ่งตามโซน ดังนี้
โซนเหนือ
1ถ.รามอินทรา
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.รามอินทรา 5 ถึง ซ.รามอินทรา 13/1
2ถ.พหลโยธิน
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.พหลโยธิน 51 ถึง ซ.พหลโยธิน 49/1 · บริเวณใกล้ ถ.ประเสริฐมนูกิจ · บริเวณใกล้ ซ.พหลโยธิน 55
3ถ.เทพรักษ์
ช่วงน้ำท่วม: จาก ถ.พหลโยธิน ถึง ซ.เทพรักษ์ 15
4ถ.วัชรพล
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.วัชรพล 3 · จาก ซ.วัชรพล 2/7 ถึง ถ.เทพรักษ์
5ถ.แจ้งวัฒนะ
ช่วงน้ำท่วม: จาก ถ.รามอินทรา ถึง วงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ · บริเวณใกล้ ซ.แจ้งวัฒนะ 10 แยก 1-1-6 ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยหน้าราชภัฏพระนคร ท่วมสูง 20 ซม. ช่วงตรงข้ามบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ท่วมสูง 5 ซม.
11 ถ.เสนานิคม 1
ช่วงน้ำท่วม: จาก เสนานิคม 1 ซ.20 ถึง ซ.เสนานิคม 1 ซ.28 · บริเวณใกล้ ซ.เสนานิเวศน์ 117/1
12 ถ.วิภาวดีขาออก
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ถ.วิภาวดีรังสิต ช่วงแยก ถ.กำแพงเพชร 6 ท่วมสูง 20 ซม.
13ถ.ช่างอากาศอุทิศ
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.นิเวศม์ชาวฟ้า
ช่วง ซ.ช่างอากาศอุทิศ 7 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ซ.ช่างอากาศอุทิศ 15 ท่วมสูง 20 ซม. หรือมากกว่า
16ถ.สุคนธสวัสดิ์
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.สุคนธสวัสดิ์ 27 ช่วงตรงข้าม ซ.สุคนธสวัสดิ์ 25/2 ท่วมสูง 20 ซม.
17ถ.โชคชัย 4
ช่วงน้ำท่วม: จาก โชคชัย 4 ซ.38 ถึง โชคชัย 4 ซ.31 · จาก โชคชัย 4 ซ.36 ถึง โชคชัย 4 ซ.31
ช่วง ซ.โชคชัย 40 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ซ.โชคชัย 28 ท่วมสูง 10 ซม. หรือมากกว่า
26ถ.สุขาภิบาล 5
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.สุขาภิบาล 5 ซ.41 ถึง แยกด่วนสุขาภิบาล 5
ช่วงหน้าตลาดสดออเงิน ท่วมสูง 15 ซม.
30ถ.ลาดพร้าววังหิน
ช่วงน้ำท่วม: จาก ถ.โชคชัย 4 ถึง ซ.ลาดพร้าววังหิน 77
โซนกลาง
24ถ.ลาดพร้าว
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.ลาดพร้าว 87 ถึง ถ.ลาดพร้าว 101 · จาก ซ.ลาดพร้าว 87 ถึง ซ.ลาดพร้าว 103
ช่วง ซ.ลาดพร้าว 110 ท่วมสูง 20 ซม.ช่วง ซ.ลาดพร้าว 89 ท่วมสูง 20 ซม.
27ถ.อินทราภรณ์
ช่วงน้ำท่วม: จาก ทาวน์อินทาวน์ ซ.2 ถึง ซ.หมู่บ้านบดินทรรักษา
โซนตะวันออก
6ถ.นวมินทร์
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.นวมินทร์ 107 · จาก ซ.นวมินทร์ 155 ถึง ซ.นวมินทร์ 151 · จาก ซ.นวมินทร์ 38 ถึง ซ.นวมินทร์ 59 แยก 1
ช่วง ซ.นวมินทร์ 105 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ซ.นวมินทร์ 155 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ซ.นวมินทร์ 38 ท่วมสูง 20 ซม.
7ถ.ประเสริฐมนูกิจ
ช่วงน้ำท่วม: จาก ถ.นวมินทร์ ถึง ซ.นวมินทร์ 68
ช่วงแยกนวมินทร์ ท่วมสูง 20 ซม.
8ถ.รามคำแหง
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.รามคำแหง 53 ถึง ซ.รามคำแหง 53/1 · จาก ซ.รามคำแหง 41 ถึง ซ.รามคำแหง 43/1 · จาก ซ.รามคำแหง 20 ถึง ซ.รามคำแหง 13 · จาก ซ.รามคำแหง 21 ถึง ถ.พระราม 9 · บริเวณใกล้ ซ.รามคำแหง 35
น้ำท่วม 5 จุดวัด
ช่วงตรงข้าม ซ.รามคำแหง 53 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วงตรงข้าม ซ.รามคำแหง 43 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ซ.รามคำแหง 20 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ซ.รามคำแหง 19/1 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ซ.รามคำแหง 33 ท่วมสูง 20 ซม.
9ถ.หัวหมาก
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.รามคำแหง 24
ช่วง ซ.รามคำแหง 24 แยก 18 ท่วมสูง 20 ซม.
10ถ.ศรีนครินทร์
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ แยกลำสาลี · จาก ทางบริการด้านขวาทาง ถนนกรุงเทพฯ-ชลบุรี ถึง ถ.พัฒนาการ
ช่วงแยกลำสาลี ท่วมสูง 20 ซม. หรือมากกว่า
ช่วง ถ.กำแพงเพชร 7 ท่วมสูง 20 ซม.
14ถ.หลวงแพ่ง
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.ยุคลรัตน์
ช่วงโลตัสลาดกระบัง ท่วมสูง 20 ซม.
15ถ.เจ้าคุณทหาร
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.คุ้มเกล้า 44 ถึง ถ.คุ้มเกล้า · จาก ถ.คุ้มเกล้า ถึง ซ.ฉลองกรุง 17 · บริเวณใกล้ ซ.สมบูรณ์ 1
บริเวณร้านปฤษฏ์ชัย ค้าไม้ ท่วมสูง 20 ซม.
ปั้มน้ำมัน PT สาขาเจ้าคุณทหาร2 ท่วมสูง 20 ซม.
ช่วง ถ.ไอ.ซี.ดี 1 ท่วมสูง 10 ซม.
18ถ.สุวินทวงศ์
ช่วงน้ำท่วม: จาก ถ.สีหบุรานุกิจ ถึง ถ.หทัยราษฎร์
ช่วง ถ.หทัยราษฎร์ ท่วมสูง 20 ซม.
19ถ.สีหบุรานุกิจ
ช่วงน้ำท่วม: จาก ถ.สุวินทวงศ์ ถึง ซ.สีหบุรานุกิจ 16
ช่วง ซ.สีหบุรานุกิจ 14 ท่วมสูง 20 ซม.
20ถ.วชิรธรรมสาธิต
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.วัดทุ่ง
ช่วง 3 แยกชอยวัดทุ่ง ท่วมสูง 20 ซม.
21ถ.อ่อนนุช
ช่วงน้ำท่วม: จาก ถ.พัฒนาการ ถึง ซ.อ่อนนุช 65
ช่วง ซ.อ่อนนุช 59 ท่วมสูง 20 ซม.
22ถ.สุขุมวิท 71
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.ปรีดี พนมยงค์ 54 ถึง ซ.ปรีดีพนมยงค์ 47
ช่วงแยกคลองตัน ท่วมสูง 20 ซม.
23ถ.พัฒนาการ
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.พัฒนาการ 56 ถึง ซ.พัฒนาการ 64
ช่วง ซ.พัฒนาการ 53 ท่วมสูง 20 ซม.
25ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซ.45
ซ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 40 ท่วมสูง 15 ซม.
28ถ.เสรีไทย
ช่วงน้ำท่วม: บริเวณใกล้ ซ.เสรีไทย 56
ช่วงนิคมฯ บางชัน ท่วมสูง 10 ซม.
29ถ.ลาดกระบัง
ช่วงน้ำท่วม: จาก ซ.ลาดกระบัง 24/1 ถึง ซ.ลาดกระบัง 32
Back to top
27 กย : 15.25 ปภ.ส่ง CBS เตือน 6 อำเภอ สุพรรณ น้ำล้นตลิ่ง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
แจ้งเตือน 6 อำเภอ ในจ.สุพรรณบุรี ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สิน และเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง หลังมีประกาศเพิ่มการระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีน ผลจากเหตุฝนตกต่อเนื่อง จะมีผลกระทบต่อ 6 อำเภอ ได้แก่ 1) อ.เมืองสุพรรณบุรี 2) อ.อู่ทอง 3) อ.สองพี่น้อง 4) อ.ศรีประจันต์ 5) อ.บางปลาม้า และ 6) อ.เดิมบางนางบวช
ขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ริมคลองจรเข้สามพัน และริมคลองระบายใหญ่สองพี่น้อง ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพิ่มเพื่อนที่ Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
Back to top
รายงานสภาพ ลาดพร้าว 27 กย
สาวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ถ.ลาดพร้าว นำเสนอทางไทยรัฐ TV32
Back to top
ดูระดับน้ำ ผ่านกล้องวงจรปิดกรุงเทพฯ Bangkok flood watch
ตามลิงค์ world.tehx.dyndns.info/flood
ระบบตรวจวัดน้ำท่วม กทม. floodbangkok.bangkok.go.thBack to top
26 ก.ย. 2569 นครนายก ท่วมครบ 4 อำเภอ
จังหวัดนครนายกเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ครบทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปากพลี อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา และอำเภอองครักษ์ รายละเอียดสถานการณ์ • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: รวม 61 ตำบล 190 หมู่บ้าน • จำนวนครัวเรือน: ประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 5,038 ครัวเรือน • แนวโน้มระดับน้ำ: พื้นที่โซนบนเริ่มมีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่โซนล่างและจุดลุ่มต่ำยังคงต้องเฝ้าระวังและรับมือกับมวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งBack to top
26 ก.ย. 2569 ฉะเชิงเทราท่วมครบ 11 อำเภอ
26 ก.ย. 2569 เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ อ.สนามชัยเขต อ.ท่าตะเกียบ และ อ.พนมสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลากเป็นประจำ ได้เริ่มมีมวลน้ำไหลเข้าหมู่บ้านและตัดผ่านเส้นทางสัญจรตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน
ล่าสุดมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนได้ไหลลงมาสะสมจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้ง 11 อำเภอของจังหวัด แม้แต่ อ.บ้านโพธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีคลองระบายน้ำหลายสายและไม่ค่อยประสบปัญหาน้ำท่วมสูง ก็เริ่มมีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่ในเขตเทศบาล เนื่องจากคลองหลายสายมีปริมาณน้ำเต็มตลิ่งและเอ่อล้นออกนอกเส้นทาง ไหลเข้าสู่พื้นที่การเกษตรและชุมชน
ขณะที่ อ.บางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำและอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน นายลือชัย พรหมศรี อายุ 68 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลพิมพา หมู่ 2 กล่าวว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเพิ่งเคยพบเห็นสถานการณ์น้ำท่วมลักษณะนี้ในพื้นที่ ต.พิมพา โดยปกติพื้นที่ดังกล่าวมีคลองหลายสายและสามารถระบายน้ำลงทะเลได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่ปีนี้ปริมาณน้ำมีจำนวนมากจนระบายไม่ทัน ส่งผลให้คลองเอ่อล้นและน้ำไหลเข้าท่วมชุมชน
นายลือชัย กล่าวว่า ภายในวัดพิมพาวาสมีน้ำไหลเข้าท่วมกุฏิ พระและสามเณรไม่สามารถพักอาศัยบริเวณชั้นล่างได้ ต้องย้ายขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ขณะที่พื้นที่โดยรอบวัด รวมถึงบริเวณตลาดพิมพา ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพิมพา และโรงเรียนวัดพิมพาวาส ต่างได้รับผลกระทบ โดยมีระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ.ท่าตะเกียบ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเต็มความจุประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีน้ำล้นผ่านสปิลเวย์ลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ถือเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 ส่งผลให้พื้นที่ตามแนวคลองระบม-สียัด และคลองท่าลาด ต้องเฝ้าระวังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่จะไหลลงมาสมทบเพิ่มเติม ขณะที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและการสัญจรได้รับความเดือดร้อนมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนแล้ว
ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองระบม อ.สนามชัยเขต ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุประมาณ 55.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงจนล้นผ่านสปิลเวย์ลงสู่พื้นที่ด้านล่างก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้ต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ตามแนวทางน้ำ [ผู้จัดการ สุดสัปดาห์]Back to top