
Hands holding each other for support - Licensor : Freepik - Magnific.com
ในความเป็นจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ขอความช่วยเหลือเอง ครอบครัวและคนใกล้ชิดคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่กระบวนการรักษา และศูนบำบัดยาเสพติดเอกชน Lighthouse เป็นหนึ่งในศูนย์บำบัดยาเสพติดที่ทำงานร่วมกับครอบครัวตั้งแต่ขั้นตอนแรก เพราะเชื่อว่าความสำเร็จในการบำบัดเริ่มต้นจากคนรอบข้าง ไม่ใช่แค่ตัวผู้ป่วยเท่านั้น
ถ้าคุณกำลังมองหา
วิธีพาคนไปบำบัดยาเสพติด ต่อไปนี้คือ 8 แนวทางที่ควรรู้
1. ศึกษาข้อมูลก่อนเริ่มการสนทนา
ก่อนที่จะพูดคุยกับผู้ป่วย ครอบครัวควรทำความเข้าใจเบื้องต้นว่า
การติดสารเสพติดเป็นภาวะทางการแพทย์ ไม่ใช่แค่
ปัญหาด้านจิตใจหรือนิสัย การเข้าใจตรงนี้จะช่วยให้คุณพูดคุยได้โดยไม่ตำหนิ และมองหาทางออกร่วมกันได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรศึกษาข้อมูลของศูนย์บำบัดที่สนใจล่วงหน้า เพื่อให้ตอบคำถามได้เมื่อเขาถาม
2. เลือกเวลาและสถานที่ให้เหมาะสม
การสนทนาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผิดมักจบลงด้วยการทะเลาะ ไม่ควรพูดคุยในช่วงที่ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะมึนเมา หรือหลังจากเพิ่งมีเรื่องขัดแย้งกัน เวลาที่เหมาะที่สุดคือช่วงที่เขามีสติดีและอารมณ์สงบ สถานที่ควรเป็นส่วนตัว เงียบ และไม่รู้สึกถูกล้อมจากหลายคนพร้อมกัน
3. พูดจากความห่วงใย ไม่ใช่ความโกรธ
วิธีที่คุณพูดมีผลต่อการตอบรับของเขามากกว่าเนื้อหาที่พูด ประโยคที่ฟังดูเป็นการตำหนิหรือออกคำสั่งมักทำให้ผู้ป่วยปิดตัวทันที ลองเปลี่ยนจาก "เธอต้องไปบำบัด" เป็น "ฉันเป็นห่วงและอยากให้เธอได้รับความช่วยเหลือ" การพูดจากความรักและความห่วงใยจะเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยที่แท้จริงได้มากกว่า
4. ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในการสนทนาครั้งแรก
ไม่จำเป็นต้องให้เขาตกลงทุกอย่างในคราวเดียว เป้าหมายของการพูดคุยครั้งแรกอาจแค่ให้เขายอมไปพบผู้เชี่ยวชาญหนึ่งครั้งก็เพียงพอ การลดความกดดันจากการสนทนาจะช่วยให้เขารู้สึกว่ามีทางเลือก ไม่ใช่ถูกบังคับ และนั่นมักให้ผลดีกว่าการพยายามปิดดีลให้ได้ในครั้งเดียว
5. ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมือเอง
ศูนย์บำบัดหลายแห่ง รวมถึง Lighthouse ให้บริการให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวโดยที่ผู้ป่วยยังไม่ต้องมาด้วย การคุยกับผู้เชี่ยวชาญล่วงหน้าจะช่วยให้คุณรู้ว่าควรพูดอะไร ควรหลีกเลี่ยงอะไร และควรเตรียมตัวรับมือกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร
6. รู้จักกระบวนการ Intervention และเมื่อไหรควรใช้
ถ้าการพูดคุยตามปกติไม่ได้ผลหลายครั้ง ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำกระบวนการที่เรียกว่า Intervention ซึ่งเป็นการที่คนสำคัญในชีวิตของผู้ป่วยมารวมกัน เพื่อสื่อสารความห่วงใยและผลกระทบของพฤติกรรมอย่างมีโครงสร้าง กระบวนการนี้ควรทำภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ไม่แนะนำให้ดำเนินการเองโดยไม่มีคนกลาง เพราะอาจให้ผลตรงข้ามได้
7. เมื่อเขาตกลง อย่าปล่อยให้โมเมนตัมหลุดมือ
ช่วงเวลาระหว่างที่ผู้ป่วยบอกว่าพร้อมจะไปกับตอนที่เขาเดินเข้าศูนย์บำบัดจริงๆ คือช่วงที่เปราะบางที่สุด ความลังเลมักกลับมาภายในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นเมื่อเขาตกลง ให้ติดต่อศูนย์บำบัดในวันนั้นเลย เตรียมของที่ต้องพกไว้ให้พร้อม และมีคนไปส่งด้วยตัวเองแทนที่จะให้เขาไปคนเดียว
8. บทบาทของครอบครัวไม่ได้จบแค่วันที่ส่งเข้า
การมีส่วนร่วมของครอบครัวในระหว่างและหลังการบำบัดมีผลต่อความสำเร็จระยะยาวอย่างมาก ศูนย์บำบัดที่มีคุณภาพจะมีโปรแกรมสำหรับครอบครัวควบคู่ไปด้วย เพราะการฟื้นฟูที่ยั่งยืนต้องอาศัยสภาพแวดล้อมและความสัมพันธ์รอบข้าง ไม่ใช่แค่ตัวผู้ป่วยคนเดียว
สรุปส่งท้าย
การพาคนที่รักเข้ารับการบำบัดต้องใช้ทั้งความอดทน ความเข้าใจ และการวางแผนที่รอบคอบ ไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกคน แต่การมีข้อมูลที่ถูกต้องและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำจะช่วยให้ทุกขั้นตอนง่ายขึ้นมาก หากต้องการปรึกษาเรื่องการวางแผนพาคนที่รักเข้ารับการบำบัด ทีมงาน Lighthouse พร้อมให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ก้าวแรกที่ยากที่สุด
Photo Licensor’s author :
Freepik -
Magnific.com
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)