
ถูกบูลลี่ในโรงเรียน แต่ครูไม่ช่วยเหลือ ทำอย่างไร - ภาพจาก GenAi
สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เผยแพร่ คำแนะนำ กรณี "ถูกบูลลี่ในโรงเรียน แต่แจ้งครูแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทำอย่างไร?" ว่า หากนักเรียนถูกกลั่นแกล้ง (Bullying) และแจ้งครูหรือโรงเรียนแล้ว แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข สามารถขอความช่วยเหลือหรือร้องเรียนผ่าน สายด่วนการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 1579 ได้
แนะนำให้ดำเนินการดังนี้
1. เก็บหลักฐาน เช่น ข้อความ แชต ภาพ คลิป วันเวลา และรายละเอียดเหตุการณ์
2. แจ้งครูประจำชั้น/ครูที่ปรึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา
3. หากถูกเพิกเฉยหรือไม่ได้รับการแก้ไข สามารถติดต่อ สายด่วนการศึกษา 1579 เพื่อขอคำแนะนำหรือแจ้งเรื่องร้องเรียน
4. เมื่อติดต่อแล้ว ควรเก็บเลขรับเรื่องและหลักฐานการติดต่อไว้เพื่อติดตามผล
5. หากมีการทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ คุกคาม หรือพฤติการณ์ที่อาจเป็นความผิดตามกฎหมาย ควรแจ้งผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
มีปัญหา โทรไป สายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือ สายด่วนการศึกษา 1579

ลูกติดจอ เด็กติดมือถือ มีอาการอย่างไร และทำอย่างไรดี
สัญญาณเตือน อาการเด็กติดจอ
- คุมตัวเองไม่ได้ : เล่นเกินเวลาที่กำหนดไว้ตลอด เลิกเล่นไม่ได้
- จัดลำดับความสำคัญพลาด : เลือกหน้าจอมากกว่าการเรียน หรือสุขอนามัยส่วนตัว (อดข้าว อดนอน)
- เมินเฉยต่อผลเสีย : แม้เกรดจะตก สุขภาพแย่ลง หรือทะเลาะกับคนในบ้าน ก็ยังไม่ยอมเลิก
- อารมณ์เปลี่ยนรุนแรง : หงุดหงิด ก้าวร้าว กระวนกระวายใจอย่างมากเมื่อไม่ได้เล่น
จะปรับพฤติกรรม ลูกติดจอ เด็กติดมือถือ ทำอย่างไรดี
คำแนะนำ การปรับพฤติกรรมลูกติดจอ ด้วยสูตร "3 ต้อง" และ "3 ไม่"
สูตร "3 ต้อง" เพื่อดึงลูกกลับสู่โลกจริง
1. ต้อง "สร้างข้อตกลงร่วมกัน" กำหนดเวลาเล่นที่ชัดเจน โดยให้ลูกมีส่วนร่วมในการตั้งกฏ เช่น วันธรรมดาเล่นได้ 1 ชั่วโมง วันหยุดเล่นได้ 2 ชั่วโมง เป็นต้น
2. ต้อง "เป็นแบบอย่างที่ดี" พ่อแม่ต้องลดการใช้หน้าจอให้ลูกเห็น หากอยากให้ลูกวางมือถือ เราต้องวางก่อน
3. ต้อง "มีกิจกรรมทดแทน" ชวนทำกิจกรรมที่ได้ขยับร่างกายหรือใช้เวลาร่วมกัน เช่น เล่นกีฬา ทำอาหาร หรือท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นสารความสุข
สูตร "3 ไม่" เพื่อรักษาความสัมพันธ์
1. ไม่ "ใช้อารมณ์ด่าทอ" การประชดประชันหรือดุด่าอย่างรุนแรง จะยิ่งผลักให้วัยรุ่นหนีไปพึ่งพิงโลกออนไลน์มากขึ้น
2. ไม่ "หักดิบหรือยึดของทันที" ควรเตือนล่วงหน้า 10 - 15 นาที เพื่อให้เขาได้เชฟเกมหรือบอกลาเพื่อนในโซเซียล การยึดทันทีจะกระตุ้นความก้าวร้าว
3. ไม่ "ใจอ่อน" เมื่อตั้งกฏแล้วต้องหนักแน่นและสม่าเสมอ หากลูกฝ่าฝืนต้องมีมาตรการตามที่เคยตกลงกันไว้ เช่น งดใช้ในวันถัดไป
การสื่อสารแบบ I-Message เน้นความห่วงใย ไม่ตัดสิน เน้นการสื่อสารแบบ I-Message คือ บอกความรู้สึกและความห่วงใยของเรา โดยไม่ตัดสิน พูดอย่างไรให้เปิดใจ เปลี่ยนการ "ตัดสิน" เป็นการ "บอกความรู้สึก" แทนที่จะพูดว่า "เล่นเกมทั้งวัน อนาคตจะทำไรกิน" ให้เปลี่ยนเป็น "แม่เป็นห่วงสุขภาพลูกนะ พักสายตาหันมาคุยกันไหม"

ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)