
ประวัติศาสตร์โรงพยาบาลศรีสังวาลย์
โรงพยาบาลได้แผยแพร่
ข้อมูลหน้าประวัติความเป็นมาของโรงพยาบาลไว้ในเว็บไซต์ของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ Healthserv เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการบันทึกไว้ จึงนำมาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ ในรูปแบบข้อความ พร้อมภาพประกอบ ที่สามารถอ่านได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านเว็บไซต์หรือมือถือ
เนื้อหามีดังนี้
1 มกราคม พ.ศ.2496 โรงพยาบาลแม่ฮ่องสอน ได้รับโอนกิจการจากสุขศาลา โดย นายแพทย์วิวัฒน์ กรีพานิช เป็นผู้รับมอบในนามของกองโรงพยาบาลส่วนภูมิภาค กรมการแพทย์ แต่ยังไม่พร้อมที่จะเปิดให้บริการรักษาพยาบาลคนไข้ได้ เนื่องจากยังมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ต้องรับสมัครเจ้าหน้าที่เพิ่ม เมื่อพร้อมแล้วจึงเปิดรับการรักษาคนไข้ เมื่อวันที่
11 มีนาคม พ.ศ.2496
ตัวอาคารในขณะนั้นมีเพียงตึกอํานวยการเพียงหลังเดียว แต่ด้วยความสามารถของผู้อํานวยการได้ดัดแปลงเป็นห้องพักแพทย์ เภสัชกร ห้องตรวจโรค ในกลางปีได้แพทย์เพิ่มอีกหนึ่งคน คือ นายแพทย์สมทรง กาญจนะหุต ซึ่งก็นับได้ว่า เป็นผู้ที่มีความสําคัญยิ่งในระยะเริ่มแรกของโรงพยาบาล และต่อมาก็ได้เป็น ผู้อํานวยการคนที่สองถัดมา
ในปีนี้ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมอีก คือ บ้านพักแพทย์ 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง และที่พักศพ 1 หลัง
ในปี พ.ศ.2497 ได้รับงบประมาณก่อสร้างบ้านพักชั้นตรี 1 หลัง และติดตั้งประปาใช้ในโรงพยาบาล ทําให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น นอกจากนั้นไฟฟ้าของเทศบาลก็เปิดให้บริการแล้ว เครื่องมือทางการแพทย์ และอุปกรณ์ต่างๆ ได้รับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีเรือนคนไข้ ต้องใช้ส่วนหนึ่งของตึกอํานวยการเป็นห้องคนไข้จุได้ 10 เตียงซึ่งไม่เพียงพอต่อจํานวนคนไข้ในบางโอกาส
ในปี พ.ศ.2498 คุณเสมอ กัญฑาธัญ ผู้แทนราษฎรในสมัยนั้น ได้ติดต่อขอเงินรายได้จากการจําหน่ายแสตมป์ช่วยการศึกษาและสาธารณสุข (ก.ศ.ส.) จากรัฐบาลได้จํานวน 100,000 บาท เพื่อสร้างเรือนคนไข้ขนาด 25 เดียง แต่พื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่อนสอนในขณะนั้น สุดวิสัยที่จะทําการก่อสร้างได้ เนื่องจากอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ มีราคาแพงกว่าท้องที่อื่นอีกเท่าตัว เรือนคนไข้จึงอาศัยอยู่ในตึกอํานวยการเช่นเดิม
ต่อมาในปี พ.ศ.2500 นายแพทย์สงวน ไศละสูตร ย้ายมาเป็นนายแพทย์ ผู้อํานวยการ โรงพยาบาลแม่ฮ่องสอน จึงได้ดําริสร้างเรือนคนใช้โดยใช้เงิน ก.ศ.ส. ที่มีอยู่จํานวน 900,000 บาท แต่ลดรายการก่อสร้างบางอย่างลง จึงได้เสนอขออนุมัติเพื่อดัดแปลงแบบเรือนคนไข้เป็นเรือนคลอดบุตร และรับคนไข้ได้ 25 คนตามเดิม ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมการแพทย์ และได้ร่วมกันจัดงานวันโรงพยาบาล ปี พ.ศ.2501 โดยประสงค์หาเงินรายได้สมทบในงานนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดีได้เงินสมทบทุนกว่า 20,000 บาท จึงได้เรือนคนไข้ซึ่งรวมห้องคลอดบุตร 1 หลัง โดยตั้งชื่อเรือนหลังนี้ว่า "เรือนประชาอุทิศ" และทําพิธีเปิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2502
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จเยือนจังหวัดแม่ฮ่อนสอน
ในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2507 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จเยือนจังหวัดแม่ฮ่อนสอน เสด็จพระราชดําเนินไปทรงเยี่ยมกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตําบลปางหมู อําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัด แม่ฮ่องสอน ทรงพระราชทานผ้าห่ม และของใช้แก่ผู้ชราซึ่งเฝ้าทูลละอองพระบาท ณ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ในระหว่างการเสด็จ สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงทอดพระเนตรเห็นโรงพยาบาลมีสภาพดับแคบและทรุดโทรม ด้วยพระเมตตาต่อโรงพยาบาลแม่ฮ่องสอน และประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อบํารุงโรงพยาบาลแม่ฮ่องสอน และมีพระราชดําริให้ก่อสร้างโรงพยาบาลขึ้นใหม่ พระองค์ทรงสนับสนุนการก่อสร้างโรงพยาบาลประจําจังหวัดแม่ฮ่องสอนแห่งใหม่ และยังได้ทรงกําชับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้รีบดําเนินการ โดยรับคําสั่งว่าจะทรงช่วยหาทุนในการก่อสร้างและมีผู้ถวายไว้บ้างแล้วจากการแสดงสเก็ตน้ําแข็งโดย นายอื้อจือเหลียง เอื้อวัฒนกุล ร่วมกับ สภากาชาดไทยและได้มีพระเมตตาทรงชี้แจงสภาพการณ์แก่ผู้เกี่ยวข้องจนกระทั่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระกรุณาเห็นชอบด้วย ที่จะให้ก่อสร้างโรงพยาบาลประจําจังหวัดแม่ฮ่องสอนขึ้นใหม่ ในที่ที่ได้จัดซื้อไว้แล้ว และมีพระราชดําริว่าจะทรงหาเงินช่วยเหลือ และจะเสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลด้วยตนเองในราวเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2508 เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลแม่ฮ่องสอนแห่งใหม่เป็นกรณีพิเศษ

ตัวอาคารตึกอํานวยการ โรงพยาบาลแม่ฮ่องสอนในยุคแรก
รัชกาลที่ 9 ทรงเจิมแผ่นศิลาฤกษ์
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจิมแผ่นศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2508 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มา ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระราชทาน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2508 เวลา 11.52 – 12.22 น. นับเป็นวาระอันยิ่งใหญ่และสําคัญที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และพระองค์ยังมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือโรงพยาบาลแม่ฮ่องสอนต่อไปอีก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลเอกฯหลวงสุรณรงค์ องคมนตรี มาแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทราบว่า มิตรประเทศทั้งสามคือ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ด้วยพระบรมราโชบายทําให้มิตรประเทศร่วมใจกัน โดยเสด็จพระราชกุศลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับการเอกซเรย์และการผ่าตัด แก่โรงพยาบาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ประเทศ สหรัฐอเมริกา ถวายเครื่องเอกซเรย์ขนาด 200 มิลลิแอมแปร์ พร้อมด้วยเครื่องกําเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ และอุปกรณ์การถ่ายเอกซเรย์ การล้างฟิล์ม และอุปกรณ์ห้องมืดทุกประการจนครบถ้วน
ประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ ถวายห้องผ่าตัด รวมทั้งโคมไฟฟ้า เตียงผ่าตัด เครื่องกําเนิดไฟฟ้า เครื่องนึ่ง และอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ที่ใช้สําหรับการศัลยกรรม
เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าว ที่ทั้งสามประเทศร่วมใจกันบริจาคทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายตามพระราชประสงค์นั้น กําลังอยู่ในระหว่างการติดตั้งในที่ก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ ทั้งนี้ มีเพียงการขนส่งทางอากาศเพียงอย่างเดียว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา นําเครื่องบินทหารขนส่งไปให้จนถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน
โรงพยาบาลศรีสังวาลย์
โรงพยาบาลประจําจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่สร้างใหม่นี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามว่า "โรงพยาบาลศรีสังวาลย์" ตามพระนามาภิไธย ของสมเด็จพระราชชนนี องค์พระผู้มีน้ําพระทัยเปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ผู้ออกแบบก่อสร้างคือ นางโชศรี ตันศิริ และนายประภรณ์ จารุจันทร์ สถาปนิกและนายช่างแห่งกรมอนามัย ก่อสร้างโดยเงินงบประมาณเป็นเงินจํานวน 3,844,000 บาท ซึ่งบริษัทแม่ออน จํากัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอํานวยการ ประกอบด้วย ห้องตรวจโรค ห้องผ่าตัด ห้องเอ็กซ์เรย์ ห้องเภสัชกรรม ห้องทันตกรรม และอาคารหอผู้ป่วยจํานวน 1 หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 412 ตารางเมตร ชั้นล่างสําหรับผู้ป่วยสามัญคนไข้ได้ 32 เตียง ชั้นบนเป็นห้องผู้ป่วยพิเศษจํานวน 22 ห้อง
วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2509 พระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีมาทําพิธีเปิด "โรงพยาบาลศรีสังวาลย์" นับเป็นวันเริ่มเปิดดําเนินการของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ และได้รับการพัฒนาขึ้นมาตามลําดับ

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จเยือนจังหวัดแม่ฮ่อนสอน พ.ศ.2507
อาคารอํานวยการ
ปี พ.ศ.2523 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารอํานวยการใหม่ เป็นตึก 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 600 ตารางเมตร ชั้นล่างเป็นแผนกผู้ป่วยนอก ชั้นบนสําหรับฝ่ายบริหาร และห้องประชุม เริ่มใช้อาคารในปี พ.ศ.2524
ต่อมาในปี พ.ศ.2526 ได้ก่อสร้างอาคารสงฆ์อาพาธ เป็นอาคารคอนกรีต 1 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 234 ตารางเมตร จากเงินบริจาค จํานวน 1,500,000 บาท เปิดใช้อาคารสงฆ์อาพาธ ในปี พ.ศ.2527
ต่อมาในปี พ.ศ.2535 ได้ก่อสร้างระบบบําบัดน้ําเสีย งบประมาณจํานวน 7,000,000 บาท และเตาเผาขยะงบประมาณจํานวน 1,130,000 บาท
อาคารอายุรกรรม
ในปี พ.ศ.2539 กระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติเงินงบประมาณให้โรงพยาบาลศรีสังวาลย์จัดทํา "โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" มีการก่อสร้างอาคารต่างๆ ได้แก่ อาคารอายุรกรรม ขนาด 120 เตียง เป็นอาคาร 4 ชั้น งบประมาณจํานวน 28,509,000 บาท อาคารบ้านพักพยาบาล และบ้านพักเจ้าหน้าที่ มีพิธีเปิดอาคาร อายุรกรรมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2542โดย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็น ประธานในพิธี
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิด อาคาร ส.ว.
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราชิวาสราชนครินทร์ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิด อาคาร ส.ว. โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2543 เป็นอาคารสูง 4 ชั้นประกอบด้วย แผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ห้องตรวจรังสีวิทยา ฝ่ายบริหาร ทันตกรรม ห้องประชุม ห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้น และองค์กรแพทย์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระผู้ให้กําเนิดโรงพยาบาลศรีสังวาลย์
พระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่ออาคารว่า "อาคาร ส.ว." และพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย "ส.ว." ประดิษฐานบน อาคาร ส.ว. เนื่องในวโรกาสครบรอบ 100 ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ 21 ตุลาคม 2543
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เพื่อเป็นการเฉลิมเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ได้จัดสร้าง "พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" ขนาดเท่าพระองค์จริง ณ บริเวณด้านหน้า อาคาร ส.ว. เพื่อเป็นสักการนุสรณ์ โดยประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมใจสมทบทุนในการก่อสร้างพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ด้วย ในการนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราชิวาสราชนครินทร์ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2546

พระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงเสด็จแม่ฮ่องสอน


สร้างและเปิดใช้ อาคาร ๕๐ ปี ในวาระครบรอบ 50 ปี ของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์


(บน : อาคาร ๕๐ ปี) เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพในการให้บริการผู้ป่วยอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ได้รับการอนุมัติให้ดําเนินงานก่อสร้างอาคารรักษาผู้ป่วยแห่งใหม่ พื้นที่ใช้สอย 4,756 ตารางเมตร มูลค่าการก่อสร้าง 86,394,700 บาท เริ่มเปิดใช้อาคารในปี พ.ศ.2558 และเปิดให้บริการครบทุกชั้นในปี 2559 จึงได้ตั้งชื่ออาคารแห่งใหม่นี้ว่า อาคาร 50 ปี เนื่องจาก เปิดดําเนินการได้อย่างสมบูรณ์ในวาระครบรอบ 50 ปี ของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์Back to top
อาคารศรีสังวาลย์วรานุสรณ์


โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้จิตศรัทธาแจ้งความประสงค์ขอดําเนินการก่อสร้างปรับปรุงเป็นหอผู้ป่วยวิกฤต ในปี พ.ศ.2561 ซึ่งหอผู้ป่วยวิกฤตตั้งอยู่ใน อาคารอายุรกรรม วงเงินงบประมาณ 35,658,500 บาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวาระครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี และเพิ่มศักยภาพการให้บริการแก่ประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เพื่อเทิดพระเกียรติและสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จึงขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามหอผู้ป่วยวิกฤตแห่งนี้ ซึ่งได้ พระราชทานนามใหม่ เป็นชื่ออาคารว่า "ศรีสังวาลย์วรานุสรณ์" และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย "ส.ธ." ประดับที่ชั้นบนของอาคาร
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดําเนินเป็นการส่วนพระองค์เปิดหอผู้ป่วยวิกฤต อาคาร "ศรีสังวาลย์วรานุสรณ์" ณ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ อําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2564Back to top
ข้อมูลทั่วไป โรงพยาบาลศรีสังวาลย์
โรงพยาบาลศรีสังวาลย์เป็นโรงพยาบาลทั่วไป ตั้งอยู่บนพื้นที่ 32 ไร่ 72 ตารางวา ประกอบด้วย อาคาร ส.ว. อาคารอํานวยการ อาคาร 50 ปี อาคารศรีสังวาลวรานุสรณ์ และอาคารด้านปฏิบัติการอื่นๆ ด้วยแนวโน้มของประชาชน และผู้รับบริการที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลจึงมีการเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่เพื่อรองรับการขยายบริการที่ยืดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง รับผิดชอบทั้งด้านการรักษาทั่วไป เฉพาะทาง และวิกฤต ให้แก่ประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชาชนรอยต่อพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และผู้อพยพในศูนย์ลี้ภัย
ทั้งนี้จากการดําเนินการที่ผ่านมาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรักษาหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีการเตรียมความพร้อมทุกด้านโดยการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ระบบบริการ ระบบโครงสร้างภายใต้ทรัพยากรของโรงพยาบาล ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และเขตสุขภาพที่ 1Back to top


พิธีเปิด หน่วยงานอุบัติเหตุฉุกเฉินและการแพทย์อากาศยาน TRAUMA EMERGENCY & SKY DOCTOR นายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข Back to top
- ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ได้ปรับปรุงห้องฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้การดูแลรักษาในโรงพยาบาลมีคุณภาพเท่าเทียม
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึง สถานการณ์ปัจจุบันของผู้มารับบริการงานผู้ป่วยนอกระหว่างปี พ.ศ.2562 - 2564 มีจํานวนผู้เข้ารับบริการ 148,395 ราย 148,789 ราย 151,657 ราย ตามลําดับ
จากจํานวนผู้มารับบริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเพิ่มระบบบริการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 เป็นต้นมา พบว่าไม่สอดคล้องกับลักษณะโครงสร้างพื้นที่ให้บริการเดิม และระบบบริการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องส่งผลสําคัญให้มีความแออัดของผู้มารับบริการBack to top
ซื้อที่ดินเพิ่ม 6 ไร่ สร้างอาคารผู้ป่วยนอก ผ่าตัด


ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข และเขตสุขภาพที่ 1 เล็งเห็นถึงความสําคัญของการขยายบริการเพื่อรองรับผู้ป่วยของจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน ในปีงบประมาณ 2566 ถึง 2570 โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ได้รับการสนับสนุนการจัดสร้างอาคารผู้ป่วยนอก ผ่าตัด และบําบัดรักษา รวมทั้งด้วยความเมตตาของพระครูวิมลภาวนานุศาสน์ เจ้าอาวาสวัดป่าถ้ำวัว และประชาชนชาวไทยผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ได้ร่วมทําบุญทอดกระฐินสามัคคี เพื่อจัดซื้อที่ดิน พื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา และอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ โดย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 ณ ห้องประชุมราชอัยยิกานุสรณ์ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ อําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอนBack to top
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)
ตำบล ปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน 58000
โทร. 053611378, 053611398
โทรสาร 053611408โทร 053-611378 053-611398
Hospital Services