นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การมองเห็นที่ชัดเจนของสายตาเป็นส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กๆ เพราะเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาสายตาบกพร่องและส่วนหนึ่งไม่ได้รับการแก้ไข
จากการศึกษาของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) การคัดกรองเด็กนักเรียนอนุบาลและประถมศึกษาพบว่ามีความผิดปกติร้อยละ 11.4 และวินิจฉัยยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติถึงร้อยละ 6.6 โดยมีประมาณร้อยละ 4.1 จำเป็นต้องใช้แว่นตา แต่มีเด็กส่วนหนึ่งไม่มีแว่นตาใช้จนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพประชากรประเทศในอนาคตได้
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตระหนักต่อปัญหาดังกล่าว ภายใต้สิทธิประโยขน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ให้เด็กไทยอายุ 3-12 ปีมีสิทธิได้รับการตรวจคัดกรองสายตา หากจักษุแพทย์ตรวจยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติจะได้รับการแก้ไข สปสช.จึงได้กำหนดเพิ่มเติมให้ “บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ” เป็นสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนในปี 2564 พร้อมเดินหน้าสนับสนุนค่าแว่นตาในปีงบประมาณ 2565 ให้หน่วยบริการที่ตรวจวัดสายตาและจัดหาแว่นตาให้แก่เด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ
เริ่มคัดกรองจากที่โรงเรียน
นพ.จเด็จ กล่าวว่า เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ สปสช. มีการประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามแนวทางที่กรมอนามัยกำหนด คือ
- จัดบริการเชิงรุกในโรงเรียน เน้นการคัดกรองสายตาเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 โดยครูจะทำหน้าที่คัดกรองสายตาเบื้องต้น
- ขั้นต่อมา จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.สต.หรือโรงพยาบาล ตรวจคัดกรองนักเรียนที่ครูพบผิดปกติซ้ำ
- ส่งต่อไปที่โรงพยาบาล (รพช./รพท./รพศ.) ที่มีจักษุแพทย์และหน่วย Refraction Unit เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยัน วัดค่าสายตา พร้อมสั่งตัดและจัดหาแว่นตาให้
กลุ่มเด็กเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายที่ สปสช. กำหนด คือ
- เด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1
- เด็กนักเรียนชั้นอื่น เช่น ชั้นอนุบาล และ ป.2-ป.6 หากครูสงสัยว่าอาจมีสายตาผิดปกติ ก็เข้าสู่ระบบการตรวจคัดกรองและมีสิทธิได้รับแว่นตา
- ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตเห็นลูกหลานตนเองมีสายตาผิดปกติ เช่น อ่านหนังสือชิดตามากผิดปกติ หรี่ตาหรือทำตาหยีเมื่อเพ่งมอง เป็นต้น ก็สามารถพาลูกหลานไปรับการตรวจคัดกรองสายตาได้ที่ รพ.สต./โรงพยาบาล หากผิดปกติจะได้รับการส่งต่อไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยันได้เช่นกัน
สปสช.จ่ายค่าแว่นให้
สำหรับแว่นตา โรงพยาบาลโดยจักษุแพทย์อาจสั่งตัดและประกอบแว่นตาที่หน่วยประกอบแว่นตาในโรงพยาบาล หรือจัดหาจากจักษุคลินิกหรือร้านแว่นตาเอกชนในชุมชน และโรงพยาบาลสามารถเบิกจ่ายชดเชยค่าแว่นตาซึ่งครอบคลุมทั้งค่าเลนส์ กรอบแว่น อุปกรณ์และค่าประกอบแว่นตา ได้จาก สปสช.
เด็กที่จักษุแพทย์วินิจฉัยมีสายผิดปกติจำเป็นต้องใช้แว่นตา มีสิทธิรับแว่นตาได้คนละไม่เกิน 1 อันต่อปี
นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์นี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทเข้าร่วมขับเคลื่อนผ่าน “กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น” หรือ กปท. ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการนำพาเด็กนักเรียนไปรับบริการที่โรงพยาบาล 3 ครั้ง ได้แก่ การรับบริการตรวจวินิจฉัย การรับแว่นตา และรับบริการตรวจประเมินเมื่อครบ 6 เดือน ซึ่ง สปสช. จะทำหนังสือประสานแจ้งไปยัง อปท. ทั่วประเทศต่อไป
ของขวัญวันเด็กปี 2565
ทั้งนี้เพื่อมอบสิทธิประโยชน์นี้ให้เป็นของขวัญเด็กไทยทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 สปสช.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย กรมการแพทย์ คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) สาขาตา ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ดำเนินการ “โครงการเด็กไทยสายตาดี” ในช่วงสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 4-14 มกราคม 2565 เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัว เร่งคัดกรองสายตาให้กับเด็กไทยเพื่อค้นหาเด็กที่มีสายตาผิดปกติให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso
หมายเหตุ ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่มีหน่วยตรวจตา (Refraction Unit) ประจำปี 2565 ได้ที่
133 โรงพยาบาลที่มีหน่วยตรวจตา (Refraction unit) ปี 2565


Back to top


Back to top


Back to top


Back to top


Back to top
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)