วิธีการจดทะเบียน เพื่อออกบัตรประจำตัวสุนัข/แมว
วิธีการจดทะเบียน เพื่อออกบัตรประจำตัวสุนัข/แมว ดังนี้
1. เจ้าของสุนัข และแมวต้องนําสัตว์ไปทําเครื่องหมายระบุตัวสุนัข และแมวอย่างถาวร จากสัตวแพทย์ โดยการฝังไมโครชิป ตามมาตรฐานที่กรุงเทพมหานครกําหนด หรือวิธีการอื่น ที่กรุงเทพมหานครกําหนด พร้อมออกใบรับรองตามแบบ คลส. 1 ท้ายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ ณ สถานพยาบาลสัตว์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ หรือสํานักงานสัตวแพทย์ สาธารณสุข สํานักอนามัย หรือสถานที่อื่นใดตามที่กรุงเทพมหานครกําหนด
2. เจ้าของสุนัข และแมวนําใบรับรองตาม (1) ไปแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยงาน ที่รับจดทะเบียน สํานักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สํานักอนามัย สํานักงานเขต หรือสถานที่ ที่กรุงเทพมหานครกําหนด หรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบที่กรุงเทพมหานครกําหนด
Back to top
หลักฐานใช้จดทะเบียนสุนัข และแมว


หลักฐานใช้จดทะเบียนสุนัข และแมว
เจ้าของสุนัข และแมวต้องดําเนินการขอจดทะเบียนสุนัข และแมวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบ คลส. 2 พร้อมแสดงบัตรประจําตัวประชาชนของเจ้าของสัตว์ และทะเบียนบ้านที่สัตว์อาศัยอยู่ รวมทั้งต้องแนบหลักฐาน ดังนี้
(1) ใบรับรอง
(2) หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า ในกรณีเป็นผู้เช่า
(3) หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาไม่เกินหนึ่งปี โดยระบุหมายเลข การผลิตวัคซีน และลงชื่อสัตวแพทย์พร้อมเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ หรือผู้ได้รับมอบหมาย
ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ถ้ามี)
(4) หนังสือรับรองการผ่าตัดทําหมันจากสัตวแพทย์ (ถ้ามี)
(5) หนังสือมอบอํานาจ (ถ้ามี)
เจ้าหน้าที่จะออกบัตรประจำตัวสุนัข/แมว กรุงเทพมหานคร (แบบ คลส. 3) ให้ เมื่อคำขอและหลักฐานถูกต้อง
เจ้าของสุนัข และแมว ต้องแจ้งหน่วยงานที่รับจดทะเบียน ภายใน 30 วัน กรณี
- กรณีย้ายที่อยู่ของสุนัข และแมว
- กรณีบัตรประจําตัวสุนัข และแมวสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดในสาระสําคัญ
- กรณีสุนัขหรือแมวตาย
Back to top
กรณีสุนัขหรือแมวหาย
กรณีสุนัขหรือแมวหาย
- เจ้าของสัตว์ต้องแจ้งหน่วยงานจดทะเบียน ภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันที่ทราบ
- หากพบสัตว์ที่หายแล้ว ต้องแจ้งภายใน 3 วัน
กรณีสุนัขที่ไม่ใช่สุนัขควบคุมพิเศษทําร้ายคนหรือพยายามทําร้ายคนโดยปราศจากการควบคุม เจ้าของสุนัขต้องแจ้งต่อหน่วยงานที่รับจดทะเบียน เพื่อเปลี่ยนสาระสําคัญของบัตรประจําตัวสุนัขภายใน 3 วัน นับจากวันเกิดเหตุ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมอันตรายแก่ประชาชนทั่วไป
การนำสุนัขหรือแมว ออกนอกสถานที่เลี้ยง
- พกบัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยงไว้ เพื่อพร้อมแสดงเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ
- ใช้สายจูงที่แข็งแรงและจับสายจูงตลอดเวลา
- ต้องมีมาตรการป้องกันเพียงพอมิให้สุนัขหรือแมว รบกวนหรือเป็นอันตราย ต่อคนหรือสัตว์อื่น เช่น มีกระเป๋า คอก กรง หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม
- กรณีเป็นสุนัขควบคุมพิเศษ ต้องมีอุปกรณ์ครอบปาก มีสายจูงแข็งแรง และจับสายจูงห่างจากคอสุนัขไม่เกิน 50 เซนติเมตร ตลอดเวลา
- ห้ามบุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือเกินกว่า 65 ปี นำ สุนัขควบคุมพิเศษ ออกนอกสถานที่เลี้ยง เว้นแต่อยู่ในกรง ที่ขัง หรือเครื่องควบคุมที่มั่งคงแข็งแรง ที่จะป้องกันมิให้เข้าถึงบุคคลภายนอก
Back to top
สุนัขควบคุมพิเศษ


สุนัขควบคุมพิเศษ คือ
- สายพันธุ์พิทบูลเทอร์เรีย
- สายพันธุ์บูลเทอร์เรีย
- สายพันธุ์สเตฟฟอร์ดเชอร์บูลเทอร์เรีย
- สายพันธุ์รอทไวเลอร์
- สายพันธุ์ฟิล่าบราซิลเลียโร
- สุนัขที่มีประวัติทําร้ายคนหรือพยายามทําร้ายคน
- ตามประกาศของกรุงเทพมหานคร
บทกำหนดโทษ
Back to top