
27 มี.ค. 2569 นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก เปิดเผยกับ
#เก็บตกจากวชิรวิทย์ ถึงสถานการณ์วิกฤตของโรงพยาบาลอุ้มผางว่า ขณะนี้กำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อน” ทั้งด้านการเงินและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้โรงพยาบาลชายแดนที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ต้องเผชิญภาระหนักกว่าปกติ
นพ.วรวิทย์ ระบุว่า ปัญหาการเงินของโรงพยาบาลอุ้มผางมีมานาน แต่ปีงบประมาณ 2569 ถือเป็นช่วงที่หนักที่สุดตั้งแต่ทำงานมาเกือบ 35 ปี โดยงบประมาณที่ได้รับจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงรายได้ของโรงพยาบาล “ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 เดือนแรกของปี” ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคม โรงพยาบาลเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง และต้องขอยืมเงินจำนวน 8 ล้านบาทจากโรงพยาบาลแม่สอด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เพื่อจ่ายเงินเดือนบุคลากร แม้ต่อมาจะได้รับงบประมาณก้อนจาก สปสช. เพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่สถานการณ์ยังคงตึงตัว โดยคาดว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม โรงพยาบาลจะเหลือเงินเพียง 2–3 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉพาะเงินเดือนบุคลากรอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาทต่อเดือน และบุคลากรราว 70% รับเงินเดือนจากงบรายได้ของโรงพยาบาล
“ปกติที่ผ่านมา โรงพยาบาลอุ้มผางจะมีปัญหาการเงินในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ แต่ปีนี้สถานการณ์รุนแรงขึ้น จนคาดว่าเมษายนถึงมิถุนายนอาจไม่เหลือเงินเพียงพอสำหรับการดำเนินงาน” นพ.วรวิทย์ กล่าว
ภาระดูแลประชากรชายแดนสูง เก็บค่ารักษาไม่ได้จำนวนมาก
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผางอธิบายว่า โครงสร้างผู้ป่วยเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลมีรายได้จำกัด เนื่องจากต้องดูแลประชากรทั้งฝั่งไทยและเมียนมา
ข้อมูลสำรวจระบุว่า ในพื้นที่อำเภออุ้มผางมีประชากรฝั่งไทยประมาณ 83,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้ถือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UC) ประมาณ 28,000 คน ขณะที่ฝั่งเมียนมามีประชากรราว 29,000 คน จากกว่า 5,000 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและไม่สามารถชำระค่ารักษาได้
ผู้ป่วยจำนวนมากเดินทางมารับบริการในภาวะฉุกเฉิน เช่น การคลอดบุตร หรือโรคร้ายแรง ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องให้การรักษา แม้ไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้ โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลต้องพึ่งพาเงินบริจาคจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยไร้สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม งบประมาณสนับสนุนด้านสาธารณสุขจากประเทศญี่ปุ่น หรือ JICA มีข้อกำหนดการใช้จ่ายเฉพาะด้าน ไม่สามารถนำมาใช้เป็นงบดำเนินงานประจำได้
วิกฤตพลังงานซ้ำเติมต้นทุน รพ.ต้องขนน้ำมันใส่ถัง 200 ลิตรสำรอง
นอกจากปัญหาการเงิน โรงพยาบาลอุ้มผางยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ใช้สำหรับเครื่องปั่นไฟและรถพยาบาล เนื่องจากพื้นที่อุ้มผางมีไฟฟ้าดับบ่อย และต้องพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นระยะ
นพ.วรวิทย์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลต้องจัดซื้อน้ำมันใส่ถังขนาด 200 ลิตร เพื่อสำรองใช้กับเครื่องปั่นไฟ ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่สูงถึงกว่า 55 บาทต่อลิตร และบางช่วงไม่สามารถหาซื้อได้เพียงพอ ทำให้ต้องนำรถบรรทุกเดินทางไปรับน้ำมันจากอำเภออื่น ใช้เวลาเดินทาง 5–6 ชั่วโมง
นอกจากนี้ รถพยาบาลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ห่างไกลยังต้องมารับน้ำมันจากโรงพยาบาลอุ้มผาง เนื่องจากไม่มีสถานีบริการน้ำมันในบางพื้นที่ ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“หากไม่มีน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟ เมื่อไฟฟ้าดับ ระบบสำคัญอย่าง ICU ห้องผ่าตัด หรือห้องปฏิบัติการจะไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง” นพ.วรวิทย์ กล่าว โรงพยาบาลยังต้องเตรียมสำรองก๊าซหุงต้มสำหรับประกอบอาหารผู้ป่วย รวมถึงปรับวิธีการซักอบผ้า โดยใช้การตากแดดแทนการอบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายพลังงาน
เริ่มใช้ยาบริจาคใกล้หมดอายุ เหตุบริษัทชะลอส่งยาเพราะค้างชำระ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ระบุว่า ปัญหาสภาพคล่องส่งผลกระทบต่อการจัดซื้อเวชภัณฑ์ โดยปัจจุบันต้องบริหารจัดการยาที่ได้รับบริจาคอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะยาที่ใกล้หมดอายุซึ่งต้องเร่งนำมาใช้ก่อน นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีหนี้ค้างชำระกับบริษัทผู้จำหน่ายยาและเวชภัณฑ์บางแห่งมาตั้งแต่ปี 2567 ทำให้บางบริษัทชะลอการส่งสินค้า ส่งผลให้การจัดหายาบางรายการทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นพ.วรวิทย์ ระบุว่า ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ยังคงสนับสนุนโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีหนี้ค้างชำระ โดยไม่ได้เร่งรัดทวงถาม ทำให้โรงพยาบาลยังสามารถประคองสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน การจัดหาออกซิเจนทางการแพทย์ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากการส่งมอบสะดุด อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยในทันที
เตือน รพ.ชายแดนหลายแห่งเสี่ยงขาดสภาพคล่อง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผางประเมินว่า โรงพยาบาลในจังหวัดตากหลายแห่งกำลังเผชิญปัญหาทางการเงินในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น โรงพยาบาลสามเงา แม่ระมาด และท่าสองยาง โดยคาดว่าอาจมีเพียงบางแห่งเท่านั้นที่สามารถประคองสถานการณ์ไปได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ “สถานการณ์ปีนี้ถือว่าน่ากังวล เพราะรายได้ของโรงพยาบาลมีจำกัด แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าแรงบุคลากร ค่ายา และต้นทุนพลังงาน ทำให้หลายแห่งเริ่มมีสัญญาณขาดสภาพคล่อง” นพ.วรวิทย์ กล่าว พร้อมย้ำว่า โรงพยาบาลได้พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายทุกด้านแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเชิงระบบ เพื่อให้โรงพยาบาลชายแดนสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง “เมษายนนี้อาจเป็นช่วงที่สถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลอุ้มผางหนักที่สุดตั้งแต่ผมทำงานมา” นพ.วรวิทย์ กล่าว
น้ำมัน–ก๊าซหุงต้มในศูนย์พักพิงต้องใช้อย่างจำกัด หวั่นกระทบระบบดูแลผู้ป่วย
นพ.วรวิทย์ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมถึงสถานการณ์การดูแลศูนย์พักพิงตามแนวชายแดนว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลเริ่มไม่สามารถสนับสนุนทรัพยากรได้เต็มที่เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยศูนย์พักพิงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลวันละประมาณ 5–6 ลิตร สำหรับเครื่องปั่นไฟ เพื่อรักษาอุณหภูมิในตู้เย็นเก็บยาและวัคซีน รวมถึงต้องใช้ก๊าซหุงต้มเดือนละประมาณ 4–5 ถัง (ขนาด 15 กิโลกรัม) สำหรับประกอบอาหารให้ผู้ป่วยและผู้พักอาศัย
“แม้ปริมาณการใช้พลังงานในศูนย์จะไม่มาก แต่ก็เป็นต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพราะหากไม่สามารถสนับสนุนได้ อาจทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลอุ้มผางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระงานสูงขึ้นในขณะที่ทรัพยากรมีจำกัด” นพ.วรวิทย์ กล่าว
ห่วงขวัญกำลังใจบุคลากร ยืนยันต้องจ่ายเงินเดือนเป็นลำดับแรก
ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องชะลอการรับบุคลากรเพิ่มเติม รวมถึงจำกัดกิจกรรมออกหน่วยเชิงรุกบางส่วน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและพลังงาน
ในปี 2569 โรงพยาบาลยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในบางสาขา เนื่องจากมีแพทย์บางส่วนสิ้นสุดสัญญาหรือย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น ขณะที่แพทย์ใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมยังมีจำนวนจำกัด ทำให้ภาระงานบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
“หากงานป้องกันโรคในพื้นที่ทำได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาล ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระต่อระบบบริการที่มีข้อจำกัดอยู่แล้ว” นพ.วรวิทย์ กล่าว
แต่นพ.วรวิทย์ ระบุว่า โรงพยาบาลยังคงให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินเดือนเป็นอันดับแรก แม้ค่าใช้จ่ายด้านค่าตอบแทนอื่นอาจต้องชะลอออกไป หากไม่มีงบประมาณเพิ่มเติมเข้ามา
“ในภาวะเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความต่อเนื่องของบริการ และดูแลบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้” นพ.วรวิทย์ กล่าว
วอนรัฐบาลช่วยประคองงบระยะสั้น ก่อน รพ.ล้มแล้วลุกยาก
นพ.วรวิทย์ บอกด้วยว่าอยากขอความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน อย่างน้อยขอให้โรงพยาบาลสามารถประคองตัวไปรอดเป็นรายเดือนให้ได้ก่อนก็ยังดี เรื่องหนี้ค้างต่าง ๆ คิดว่ายังพอประคองได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากคือ ค่าตอบแทนบุคลากร เพราะถ้าจ่ายไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจทยอยลาออก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบบริการของโรงพยาบาล
“ถ้าบุคลากรหลักออกไป โรงพยาบาลอุ้มผางอาจ ล้มแล้วลุกยาก” เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ที่คนอยากเข้ามาทำงานมากนัก เมื่อคนออกไปแล้ว โอกาสที่จะหาคนมาทดแทนก็ยากมาก“ นพ.วรวิทย์ กล่าว
นพ.วรวิทย์ บอกอีกว่า ตนจะเกษียณวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ใจหนึ่งก็คิดว่าการเกิดวิกฤตตอนนี้ อย่างน้อยยังพอมีประสบการณ์ที่จะช่วยประคองสถานการณ์ได้บ้าง เพราะอยู่ที่นี่มานานและพอรู้แนวทางแก้ปัญหา แต่ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นวิกฤตที่หนักมาก และไม่สามารถแก้ได้เหมือนในอดีต สิ่งที่อยากขอคือ ให้กระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณระยะสั้น ประมาณ 1–6 เดือน หรืออย่างน้อยจนถึงสิ้นปีงบประมาณ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรได้ก่อน เรื่องค่ายาและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ผมจะพยายามหาทุนจากการบริจาคและรายได้ของโรงพยาบาลมาช่วยเสริม
ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเราพยายามประหยัดเต็มที่แล้ว แม้แต่ค่าน้ำมันสำหรับรถพยาบาลก็ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน เพราะการเดินทางของรถพยาบาลเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง
”ผมอยากเน้นว่า เงินเป็นปัจจัยสำคัญมากในช่วงนี้ หากไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ โรงพยาบาลอาจไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ตามปกติ จึงขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นลำดับแรก เพื่อให้โรงพยาบาลยังสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง“ นพ.วรวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ โรงพยาบาลยังคงเปิดรับการสนับสนุนจากภาคสังคม ภายใต้เงื่อนไขการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เพื่อช่วยประคับประคองระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนให้สามารถดำเนินต่อไปได้.
#นักข่าวสาธารณสุข #ThaiPBS
เนื้อหาจาก
เก็บตกจากวชิรวิทย์ ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นได้ที่โพสต์
อัพเดทเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานโรงพยาบาลอุ้มผาง
อัพเดทเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานโรงพยาบาลอุ้มผาง 055-561272 ติดต่องานบริจาค 061-2717201 หรือ 081-8872861Back to top
เชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลอุ้มผาง


เชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลอุ้มผาง โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชี ดังนี้
1) ชื่อบัญชีเงินบำรุงโรงพยาบาลอุ้มผาง
ธนาคารออมสินสาขาอุ้มผาง
เลขที่บัญชี 020-1333-88387 (ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้สองเท่า และเป็น E-donation)
2) ชื่อบัญชี เงินบำรุงโรงพยาบาลอุ้มผาง (อาหารผู้ป่วย)
เลขที่ 020-0522-75417 (ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้สองเท่าและเป็น E-donation)
หลังการโอนขอหลักฐานการโอนพร้อมชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเพื่อลงข้อมูลในระบบอีโดเนชั่นและจัดส่งใบเสร็จรับเงินด้วยค่ะ หรือ
ผู้บริจาคสามารถบริจาคผ่านการแสกนคิวอาร์โค้ด กรณีผู้บริจาสแกนคิวอาร์โค้ด ข้อมูลจะโอนตรงไปยังสรรพากรและจะแสดงตอนยื่นภาษี
ผู้บริจาคสามารถตรวจสอบได้จาก My tax Account เวปไซด์ https://efiling.rd.go.th/rd-efiling-web/authen/MTA2
กรณีต้องการให้รพ.จัดส่งใบเสร็จรับเงินเพื่อยืนยันรบกวนขอที่อยู่เพื่อจัดส่งด้วยค่ะ
ภาพบัญชีโอนเงินจากเพจรพ.อุ้มผางBack to top


Back to top


Back to top
ประเด็นรพ.อุ้มผางในสื่อต่างๆ
Back to top
Hfocus รพ.อุ้มผางประสบปัญหามานาน แต่ตอนนี้หนักสุด


Hfocus เปิดใจ “ผอ.รพ.อุ้มผาง” วิกฤตการเงิน บวกวิกฤตพลังงาน หนักสุดรอบ 35 ปี เม.ย.นี้ไร้เงินจ่ายบุคลากร
- “นพ.วรวิทย์” ผอ.รพ.อุ้มผาง ลั่นปีนี้หนักสุด แค่ 3 เดือนแรกปี 69 ไร้เงินบริหารจัดการ หนักสุดรอบ 35 ปี ทั้งวิกฤตพลังงาน และรพ.วิกฤตการเงินสูงสุด
- ย้ำ! เม.ย.นี้ ไร้เงินจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรแล้ว เหลือเงินบำรุง 3 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 12.4 ล้าน เงิน UC ลดลงเรื่อยๆ ได้ 35 ล้านต่อปี เพราะจำนวนประชากรไม่มาก แต่ความจำเป็นต้องดูแลคนเยอะ เพราะบริบทชายแดน
- ที่ผ่านมาอยู่ได้เพราะเงินบริจาคเข้า “กองทุนยา-อาหารช่วยผู้ป่วย”
- วิกฤตพลังงาน รพ.อุ้มผางรับผลกระทบหนัก! ขาดน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องวิ่งหากรอกถังเพื่อใช้เครื่องปั่นไฟ เหตุไฟฟ้าดับบ่อยวันละ 20 ครั้ง รพ.ไม่มีไฟฟ้าไม่ได้
- วอนสธ.-ผู้เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ ก่อนรพ.ล้มจริงๆ
อ่านบทความทั้งหมด Hfocus
Back to top
The Active : รพ.อุ้มผาง วิกฤตซ้อนวิกฤต! การเงิน–พลังงาน เสี่ยงขาดสภาพคล่อง เม.ย.นี้ หนักสุดรอบ 35 ปี


‘นพ.วรวิทย์’ ผอ.รพ.อุ้มผาง เผย งบฯ ไม่พอจ่ายเงินเดือนมาตั้งแต่ต้นปีงบฯ 69 เจอวิกฤตพลังงานซ้ำเติมต้นทุน รับสภาพ รพ.ต้องขนถัง 200 ลิตร เติมน้ำมันใส่ถังเก็บไว้ใช้สำรอง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่สูงถึงกว่า 55 บาทต่อลิตร วอน รัฐบาลช่วยประคองงบฯ ระยะสั้น หวั่น รพ.ล้มแล้วลุกยาก
นพ.วรวิทย์ ระบุว่า ปัญหาการเงินของโรงพยาบาลอุ้มผางมีมานาน แต่ปีงบประมาณ 2569 ถือเป็นช่วงที่หนักที่สุดตั้งแต่ทำงานมาเกือบ 35 ปี โดยงบประมาณที่ได้รับจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงรายได้ของโรงพยาบาล “ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 เดือนแรกของปี” ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคม โรงพยาบาลเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง และต้องขอยืมเงินจำนวน 8 ล้านบาทจากโรงพยาบาลแม่สอด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เพื่อจ่ายเงินเดือนบุคลากร
อ่านทั้งหมดที่ The ActiveBack to top
ThaiPost หมอวีระพันธ์ ชวนประชาชนร่วมบริจาค ช่วย รพ.อุ้มผาง หลังวิกฤตขาดงบประมาณหนัก
29 มีนาคม 2569 – นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสะท้อนวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล โดยระบุว่าขณะนี้โรงพยาบาลกำลังเผชิญกับสภาวะขาดแคลนงบประมาณอย่างรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการเบื้องต้นและการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่อย่างหนัก อ่านทั้งหมดที่ ThaiPostBack to top
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)
159 สุขุมวัฒนะ ซอย สุขุมวัฒนะ ตำบล อุ้มผาง อำเภออุ้มผาง ตาก 63170โทร 055-561270