
คู่มือจัดการบ้านหลังน้ำลด จัดทำโดยคณะทำงานอาสาสมัคร สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พฤศจิกายน 2554 จัดทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนที่ประสบภาวะน้ำท่วมบ้าน ว่าจะต้องเตรียมตัวและดำเนินการอย่างไร เมื่อน้ำท่วมได้ลดลงแล้ว โดยจะจัดการกับบ้านและทรัพย์สินที่จมน้ำได้อย่างไร
การเรียงลําดับหัวข้อในคู่มือนี้จะเริ่มจากเรื่องสําคัญที่สุดไปหาเรื่องสําคัญน้อยเพื่อให้ท่านเจ้าของบ้านสามารถดําเนินการได้ตามลําดับ ทั้งนี้แนวทางและวิธีการที่ได้นําเสนอไว้นี้เป็นหลักการเบื้องต้นเพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยตนเองได้ แต่ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่จะจัดการได้ด้วยตนเอง ท่านเจ้าของบ้านจําเป็นที่จะต้องจัดจ้างมืออาชีพที่มีความชํานาญเพื่อมาดำเนินการและแก้ไขปัญหาต่อไป
ข้อมูลส่วนหนี่งของคู่มือนี้มาจากหนังสือของอาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ "บ้านหลังน้ําท่วม" รวมทั้งได้ข้อมูลและแนวคิดจากการสอบถามผู้รู้หลายๆท่าน และจากสังคมออนไลท์อินเตอร์เน็ต ทั้งในเว็บไชต์ เว็บบอร์ด และเฟสบุ๊ค
คณะผู้จัดทําฯ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน สามารถบรรเทาความเดือดร้อนและ ทําให้ท่านฝ่าฟันอุปสรรค์ความยากลําบากในครั้งนี้และครั้งต่อๆ ไปที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตไปได้ด้วยดี
สารบัญ
การเตรียมตัวเข้าบ้านหลังน้ำลด
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม: อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมไว้เมื่อท่านจะเดินทางไปที่บ้านหลังจากน้ําลดนั้นประกอบด้วย
1) รองเท้ายาง ใส่เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าที่อาจจะรั่วในบริเวณ พื้นบ้านมาดูดท่านได้
2) ถุงมือยาง หน้ากากกันฝุ่น ผ้าปิดปาก
3) ไขควงตรวจสอบไฟฟ้ารั่ว
4) ไฟฉายหรืออปกรณ์ ส่องสว่างที่ใช้แบตเตอรี่
5 )อุปกรณ์ทําความสะอาด ไม้กวาดทางมะพร้าว แปรงขัดต่างๆ โดยแนะนําว่าควรใช้แบบพลาสติกไม่ควรใช้แปรงโลหะเพราะจะเกิดสนิมจากเศษแปรง ที่ถูพื้นแบบแปรงขัด
6) พลั่วเพื่อใช้โกยขยะและขุดดิน
7) ที่ตักโคลนด้ามยาว เพื่อใช้ตักโคลนและเศษขยะจากท่อระบายน้ํา
8) น้ํายาทําความสะอาดชนิดต่างๆ นํ้ายาฆ่าเชื้อโรค
9) ถังน้ํา ขันน้ํา
10) ผ้าแห้ง ผ้าดิบที่ซื้อแบบยกหลาแล้วตัดเป็นแผ่นในขนาด พอดีใช้งาน และกระดาษทิชชูแบบม้วนใหญ่ๆ ไว้เช็คทําความสะอาด ฯลฯ
11) สเปรย์ไล่ความชื้น ไว้ฉีดไล่ความชื้นในระบบ ไฟฟ้าหรือเครื่องมือต่างๆและฉีดกันสนิมหลัง จากเช็ดทําความสะอาดหรือแห้งแล้ว
12) กระดาษทรายเพื่อขัดสนิม
13) เครื่องเป่าแห้งแบบใช้แบตเตอรี่ สําหรับการเริ่มต้นก่อนเปิดระบบไฟฟ้าของบ้าน และแบบใช้กับไฟฟ้าบ้านซึ่งจะใช้เมื่อแน่ใจว่า ระบบไฟฟ้าทั้งหมดปลอดภัยในการใช้งานแล้ว
14) ท่อน้ำขนาดเล็ก เพื่อใช้เป่าไล่น้ําบริเวณพื้นที่เล็กๆ เช่นในท่อร้อยสายไฟฟ้า และท่อน้ําเพื่อใช้ต่อท่อน้ําเพื่อฉีดน้ําทําความสะอาด
15) ไม้ไผ่หรือไม้ลวกยาวๆ เพื่อใช้ทะลวงท่อนํ้าทิ้ง
16) ที่ปั๊มส้วม
17) เครื่องฉีดน้ําแรงดันสูง
18) เครื่องสูบน้ําแบบพกพา
19) กล้องถ่ายรูปและหนังสือพิมพ์ ฉบับวันปัจจุบัน
20) ถังขยะพร้อมถุงขยะจํานวนมาก
การดำเนินการ
การเข้าไปในบ้านที่น้ําเพิ่งจะลดนั้นแนะนําว่าควรไปแต่เช้า เนื่องจากในช่วง แรกเราอาจจะไม่สามารถเปิดระบบไฟฟ้าแสงสว่างได้ ต้องใช้เวลากู้ระบบช่วงหนึ่ง ถ้าเข้าไปในเวลาช่วงเย็นหรือค่าการดําาเนินการอาจไม่มีความสะดวกและไม่ปลอดภัย
สําหรับท่านที่ยังไม่ได้ถ่ายรูปความเสียหายของบ้านให้ถ่ายรูปก่อน ดําาเนินการแก้ไข เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการร้องขอค่าชดเชยต่างๆ ใน ภายหลัง ควรถ่ายให้เห็นบ้านเลขที่และหนังสือพิมพ์ที่มีวันที่ปัจจุบัน ถ้ามี ร่องรอยงัดแงะจากการโจรกรรมให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย โดยเฉพาะ ท่านที่ทําประกันโจรกรรมไว้จะเป็นประโยชน์ในการไปเรียกร้องสินไหมทดแทนต่อไป
ให้ท่านเปิดประตูและหน้าต่างๆทุกบานเท่าที่ทําได้เพื่อให้ความชื้นภายในบ้านระบายออกไปให้เร็วที่สุด
เรื่องแรกที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากที่สุดและต้องดําเนินการเป็นอย่าง แรกคือการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยให้ท่านใส่รองเท้า ยางจะได้ปลอดภัยจากการถูกไฟฟ้าดูดที่อาจมีในบริเวณบ้านและในตัวบ้าน การสัมผัสส่วนต่างๆของบ้านที่เป็นโลหะต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก
เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากไฟฟ้าดูด ไม่ควรเข้าไปในบ้านที่ยังมีน้ําท่วม พื้นบ้านอยู่ ถ้าสามารถทําได้ควรรอจนน้ําลดระดับและพื้นบ้านแห้งเสีย ก่อน หากยืนอยู่ในน้ําหรือเท้าเปียกน้ํา ต้องไม่สัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้า เปิด ปิดสะพานไฟ หรือเสียบปลั๊ก หรือเปิดปิดสวิทช์ ใดๆทั้งสิ้น
ให้ท่านใช้ไขควงตรวจสอบไฟฟ้าเตะบริเวณที่เป็นโลหะต่างๆเพื่อทดสอบ ว่ายังมีไฟฟ้าไหลอยู่หรือไม่ จากนั้นให้ไปที่สะพานไฟฟ้าหลักหรือคัทเอาท์ หลักเพื่อตรวจสอบว่าได้ปิดสวิทช์สะพานไฟฟ้าหลักออกแล้วอย่างแน่นอ
เมื่อท่านแน่ใจแล้วว่าระบบไฟฟ้าทั้งหมดปิดไปหมดแล้วจึงเริ่มดําเนินการ แก้ไขระบบอื่นๆและทําความสะอาดบ้านต่อไป แต่ให้ระวังถ้าต้องเดินบน พื้นกระเบื้องหรือแผ่นหินขัดมันที่เปียกน้ําเพราะอาจหกล้มได้
ในระหว่างทําความสะอาดด้าต้องรื้อของตามซอกต่างๆ ให้ระวังสัตว์ อันตรายที่อาจจะซ่อนตัวในตามสืบเหล่านั้นพุ่งออกมาทําร้ายเราได้ ดังนั้น ทุกครั้งที่จะรื้อค้นของตามชอกหรือมุมให้หาไม้ยาวๆ เขี่ยหรือเคาะก่อน และใช้ไฟฉายส่องดูสภาพด้านในก่อนเสมอ เรื่องนี้ให้ปฏิบัติทั้งบริเวณ บ้านที่ถูกน้ําท่วมและส่วนของบ้านที่ไม่ถูกน้ําท่วมด้วย
จัดการเรื่องระบบไฟฟ้า


สะพานไฟฟ้าหลัก
สะพานไฟฟ้าหลักหรือคัทเอาท์หลักของบ้านนั้น ถ้าน้ําท่วมสูงถึงจุดนี้ถือ ว่าอันตรายมาก แนะนําว่าให้ท่านติดต่อไปที่การไฟฟ้านครหลวงหรือการ ไฟฟ้าภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าที่มีความสามารถเข้ามาตรวจสอบระบบ เพราะมีโอกาสมากที่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าของสะพานไฟฟ้าหลักทั้งหมด
ทั้งนี้ท่านอาจจะถือโอกาสนี้เปลี่ยนตําแหน่งสะพานไฟฟ้าหลักไปไว้ที่ชั้นบนของบ้านหรือยกขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะทําได้ รวมทั้งแยกวงจรไฟฟ้าของบ้านชั้นล่างและชั้นบนออกจากกันในคราวเดียวกันเลย
เพื่อความปลอดภัยจากไฟดูดมากยิ่งขึ้น แนะนําให้ติดตั้งเบรคเกอร์ ตัดไฟรั่วลงดิน หรือ Earth Leak Circuit Breaker ทดแทนเชอร์กิต เบรคเกอร์แบบธรรมดา โดยอาจแยกเป็นวงจรย่อยๆ หรือติดที่สวิทช์ประธาน
อุปกรณ์ติดใฟป้องกันไฟดูด
อุปกรณ์ตัวนี้เป็นระบบอิเล็กโทรนิค ทําให้มีโอกาสเสียหายได้มากจากนํ้าท่วม ดังนั้นท่านอาจจะไม่สามารถใช้อุปกรณ์นี้ได้หลังจากที่น้ําลดแล้ว เมื่อท่านได้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า อื่นๆจนแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว จึงติดต่อที่ผู้ขายอุปกรณ์เหล่านี้ให้ ส่งพนักงานมาตรวจสอบแก้ไขและซ่อมแซมต่อไป
สวิทช์ และเต้ารับไฟฟ้า
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีกระแสไฟฟ้าในบริเวณนั้นแล้วให้ถอดหน้ากากของสวิทช์และเต้ารับไฟฟ้าทั้งหมดที่ถูก น้ําท่วมและในบริเวณใกล้กับที่ระดับนํ้าเคยท่วมถึงออกให้หมด ถ้าเป็นสายไฟฟ้าแบบฝังท่อช่อนในผนังให้ เอาท่อพลาสติกเป่าดันให้นํ้าด้านในท่อไหลออกจากท่อให้หมด จากนั้นใช้เครื่องเป่าลมเป่าส่วนต่างๆ ด้าน ในให้แห้ง ใช้สเปรย์สารไล่ความชื้น ฉีดตามข้อต่อไฟฟ้าต่างๆ เป็นลําดับสุดท้าย ทิ้งให้แห้งก่อนปิดฝากลับเข้าที่เดิม
ไฟฟ้าแสงสว่าง
ถ้านํ้าท่วมถึงหลอดไฟฟ้าที่ผนังหรือที่ฝ้าเพดานให้เปิดโคมไฟฟ้า ถอด หลอดไฟฟ้าออก และขันขั้วต่างๆออกจากผนังและฝ้าเพดานออกให้หมด ดําเนินขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้อุปกรณ์แห้งเหมือนที่ดําเนินการกับสวิทช์ ไฟฟ้าและเต้ารับไฟฟ้า
ก่อนการจ่ายไฟฟ้าไปตามวงจรต่างๆ ต้องแน่ใจว่าทุกส่วนของระบบแห้ง สนิทแล้ว มิฉะนั้นจะเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นได้ หากไม่มั่นใจให้ตามช่างไฟฟ้ามาทําการตรวจวัดค่าความเป็นฉนวนของสายไฟฟ้า โดยควรมีค่าความเป็นฉนวนไม่น้อยกว่า 1 เมกกะโอห์ม ที่ 500 โวล์ท (ไฟฟ้ากระแสตรง)
เมื่อเริ่มจ่ายไฟใหม่ๆ ให้เฝ้าสังเกตุว่ามีความร้อน ควัน หรือ กลิ่นผิดปกติหรือไม่ หากมีให้ตัดการจ่ายไฟฟ้าทันทีแสดงว่ามีกระแสไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้น ไฟฟ้าลัดวงจรนี้จะสะสมความร้อนและกลายเป็นสาเหตุการเกิดไฟไหม้บ้านได้ การมีไฟลัดวงจรน้อยๆเชอร์กิตเบรคเกอร์จะไม่ติดไฟโดยอัตโนมัติ
เมื่อเปิดสะพานไฟฟ้าหลักแล้วพบว่าสะพานไฟฟ้าตัดเองอีก หรือมีเสียงผิดปกติ หรือถ้าเปิดระบบแล้วปรากฏว่ามิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านยังหมุนอยู่ แสดงว่าในระบบยังมีไฟฟ้ารั่วอยู่
ให้ปิดระบบย่อยๆทีละจุดเพื่อหาว่าวงจรไฟฟ้าจุดใดที่เป็นปัญหา เมื่อพบ จุดที่มีปัญหาให้ดําเนินการตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง แต่ถึงที่สุดท่านอาจจะต้องใช้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความชํานาญหรือติดต่อการไฟฟ้าฯ ให้มาช่วยตรวจสอบอีกครั้ง
Back to top
ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน และโครงสร้างรั้ว


โครงสร้างบ้าน
การตรวจสอบโครงสร้างของบ้านนั้นจุดแรกให้ท่านดูบริเวณใต้อาคารว่าดินที่อยู่บริเวณใต้บ้านทรุดตัวหรือไม่ ถ้าดินทรุดตัวจนมองเห็นเสาเข็ม ถือว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงมากควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อหาวิธีแก้ไขต่อไป
จากนั้นให้พิจารณาว่าระดับของพื้นบ้านมีการทรุดตัวเพิ่มมากขึ้น หรือไม่ การเอียงเพิ่มเติมจากเดิมหรือไม่ นอกจากนั้นพื้นบ้านเกิดการเอียงเพิ่มเติมจากเดิมหรือไม่ ให้สังเกตว่าโครงสร้างในตัวบ้านนั้น มีรอยร้าวในบริเวณใดเพิ่มเติม จากเดิมจากที่เคยเกิดมาก่อนแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะรอยร้าวบริเวณหัวเสาต่อกับคานของอาคาร ถ้าพบรอยร้าวแบบนี้ให้ปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อหาวิธีแก้ไขต่อไป
นอกจากนั้นควรเฝ้าระวังและตรวจสอบหลังจากน้ําท่วมเป็นระยะๆ ว่า เหล็กเสริมที่อยู่ภายในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นได้รับผลกระทบจากการแช่นํ้าหรือไม่ เช่น มีอาการของเหล็กที่ชื้นจนเป็นสนิม ระเบิดดันจนคอนกรีตแตกออกมา หรือเกิดคราบสนิมแดงไหลออกมาที่ผิวคอนกรีตหรือไม่ ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ต้องรีบปรึกษาวิศวกรโครงสร้างโดยทันที
โครงสร้างรั้ว
ให้ตรวจสอบว่ารั้วยังตั้งฉากเหมือนเดิมหรือไม่โดยใช้สายตาเล็ง ถ้าพบว่ามีอาการเอียงเล็กน้อยให้หาไม้ค้ำไว้ ก่อนแล้วหาโอกาสซ่อมแซมต่อไปเมื่อมีโอกาส
แต่ถ้าเอียงมากต้องรีบซ่อมแชมทันทีก่อนที่รั้วนั้นจะล้มทําให้เกิดความเสียหาย หากยังไม่มีเวลาทําใช้ไม้ค้ำยันไว้โดยต้องแน่ใจว่าที่ค้ำแข็งแรงเพียงพอ
ถ้าบริเวณใต้รั้วหรือที่เรียกว่าคานคอดินนั้นมีโพรงดินให้ปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป
ประตูรั้วที่มักทําด้วยเหล็กนั้นต้องเป่าลมให้แห้งที่สุดเท่าที่ทําได้ โดยเฉพาะรั้วที่เป็นเหล็กกล่องและท่อเหล็ก ต้องแน่ใจว่าไม่มีน้ําขังอยู่ด้านในของท่อหรือกล่องเหล็กนั้น ให้ใช้ไขควงเหล็กเคาะที่ท่อนเหล็กเหล่านั้นเพื่อฟัง เสียงว่าภายในนั้นยังมีน้ําอยู่หรือไม่ ถ้าพบว่ามีเสียงน้ําให้เจาะรูที่บริเวณด้านล่างที่ต่ำสุดให้น้ําภายในท่อหรือกล่องเหล่านั้นไหลออกมาให้หมด
ตรวจดูอาการผุกร่อนและจุดที่เป็นสนิมต่างๆ จากนั้นให้ขัดจุดต่างๆที่เป็นสนิม ทาสีกันสนิมและทาสีทับชั้นสุดท้าย ถ้าบานพับประตูหรือรางล้อเลื่อนเสียหายให้ทําการเปลี่ยน ในระหว่างการเปลี่ยนอุปกรณ์ประตูรั้ว ต้องระวังการล้มของประตูที่อาจทําให้ท่านบาดเจ็บได้ ดังนั้นการดําเนินเรื่องนี้ให้ทําโดยต้องมีผู้ช่วยที่แข็งแรง อย่างน้อยหนึ่งคนเสมอ
ถ้าท่านต้องการคําปรึกษาเรื่องโครงสร้างให้ติดต่อ “วิศวกรอาสา” วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หมายเลขโทรศัพท์ในวันท้างานราชการ เวลา 9:00 - 17:00 ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080-812-3733 080-812-3743 080-812-2853
Back to top
การทำความสะอาด


การทําความสะอาด
งานทําความสะอาดบ้านหลังน้ําลดนั้นต้องใช้เวลาและความอดทนมากเพราะเราต้องทําความสะอาดบ้านทั้ง หลังไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ที่น้ําไม่ท่วม เรื่องสําคัญที่สุดในการทําความสะอาดคือต้องฆ่าเชื้อโรคและเชื้อราที่มอง ไม่เห็นด้วยตาเปล่า เชื้อโรคเหล่านี้ถ้าสัมผัสหรือหายใจเข้าไปจะเป็นอันตรายกับสุขภาพของท่านและครอบครัวในระยะยาว
ในการทําความสะอาดนั้นให้คํานึงถึงการป้องกันตนเองก่อน ให้ใส่ถุงมือยาง ใส่รองเท้าบู๊ต ใส่ผ้าปิดปากปิด จมูกในระหว่างการทํางาน ระหว่างทําความสะอาดให้เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศระบายและถ่ายเทมากที่สุด ถ้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้เปิดพัดลมเพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียนเพิ่มขึ้น แต่ห้าม เปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะการปรับอากาศเป็นระบบปิดทําให้เชื้อโรคต่างๆยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในห้อง ทําให้ห้องนั้นเป็นที่สะสมเชื้อโรค
ก่อนทําความสะอาดให้ขนสิ่งของต่างๆภายในบ้านออกนอกบ้านให้มากที่สุด ให้เริ่มทําความสะอาดจากชั้นบน ไล่ลงมาชั้นล่าง จากด้านในออกมาด้านนอก โคลนที่มากับน้ําให้ใช้พลั่วตักดินตักออก อย่าใช้น้ําฉีดเพราะ เปลื้องนํ้า จากนั้นจึงลาดด้วยน้ําแล้วใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดสิ่งสกปรกออกไป แล้วจึงใช้เครื่องฉีดน้ํา แรงดันสูงหรือสายยางฉีดน้ําล้างเศษโคลนที่เหลืออยู่ออกจากพื้นและผนังแล้วจึงกวาดน้ําออกไปให้หมด
ถ้ามีสิ่งของที่มีเชื้อราเกิดขึ้นแล้วให้นําของนั้นออกไปนอกบ้านไปทําความสะอาดในที่โล่ง เพื่อไม่ให้สปอร์ของ เชื้อรากระจายตัวอยู่ในบ้าน ส่วนเชื้อราบนพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน หรือเฟอร์นิเจอร์ ให้ขัดพร้อมๆ กับใช้เครื่อง ดูดฝุ่นดูดฝุ่นที่มาจากการขัด อย่าให้เชื้อฟุ้งกระจาย จากนั้นล้างหรือเช็ดทําความสะอาดด้วยน้ํายาฆ่าเชื้อ ในระหว่างการทําความสะอาดอย่าลืมที่ใส่เครื่องป้องกัน เช่น ถุงมือยาง หน้ากาก ผ้าปิดปากปิดจมูก รองเท้าบู๊ต และเมื่อทําความสะอาดเสร็จในแต่ละครั้งให้อาบน้ําเปลี่ยนชุดก่อนไปทํากิจกรรมอื่นๆ
การทําความสะอาดพื้นถ้าวัสดุบุผิวหลุดร่อนและต้องปูพื้นใหม่อยู่แล้ว ให้รื้อวัสดุเหล่านั้นออกให้หมดก่อน เพื่อให้พื้นคอนกรีตด้านล่างแห้งง่ายขึ้น ซึ่งคงต้องใช้เวลากว่าจะแห้งสนิทนานกว่าหนึ่งเดือน เปิดประตูและ หน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หลังจากทําความสะอาดเสร็จแล้วให้เปิดพัดลมเป่าเพื่อให้พื้นแห้งได้เร็วยิ่งขึ้น
ขัดถูพื้นด้วยน้ํายาทําความสะอาดหรือผงซักฟอกให้ทั่วบริเวณแล้วจึง ราดด้วยนํ้าร้อนเดือดๆด้าทําได้ จากนั้นใช้คลอรีนผสมน้ําในอัตราส่วน ร้อยละ 0.1 หรือคลอรีน 1 ซีซีต่อน้ําหนึ่งลิตร หรือใช้นํ้ายาฆ่าเชื้อโรคที่มี ขายทั่วไปฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณ โดยต้องอ่านฉลากวิธีใช้ให้ละเอียดและ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
สําหรับเครื่องใช้ในครัว เช่น เครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้อง พลาสติก เมลามีน ให้แช่ในนํ้ายาล้างจานผสมกับน้ําเดือดไว้อย่างน้อย 10 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรคต่างๆ แล้วพึ่งแดดให้แห้งจากนั้นจึงล้างด้วยน้ํายาล้างจาน อีกครั้งหนึ่ง ตากให้แห้งก่อนเก็บใส่ตู้ต่อไป
เครื่องเงิน เครื่องโลหะต่างๆ เช่น ช้อน ส้อม มีด หม้อ กระทะ ห้ามใช้น้ํายาที่มีฤทธิ์เป็นกรดมาล้างทําความสะอาดเพราะจะทําให้สีเปลี่ยน
ให้นําไปต้มในนํ้าเดือดอย่างน้อย 10 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วไปแช่ในน้ํายาฆ่าเชื้อโรค ชนิดที่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะนําไปล้างด้วย นํ้ายาล้างจานต่อไป
ทั้งนี้ห้ามใช้โชดาไฟในการทําความสะอาด เพราะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ส่วนวัสดุที่เป็นผ้า เช่น เสื้อผ้าให้ชักด้วยน้ําร้อนแล้วตากแดดให้แห้งBack to top
ระบบสุขาภิบาล


รางระบายนํ้ารอบบ้าน
ให้เริ่มจากทําความสะอาดระบบระบายน้ําภายนอกก่อน โดยไล่จากจุดต่อระหว่างท่อระบายน้ําทิ้งของบ้านที่ ต่อกับท่อน้ําทิ้งภายนอก ให้โกยสิ่งสกปรกต่างๆออกเพื่อให้น้ําไหลได้ จากนั้นให้เปิดฝาท่อระบายน้ําบริเวณ บ้านทุกจุดที่มี แล้วตักดินโคลนและเศษขยะออกให้มากที่สุดเท่าที่ทําได้โดยใส่ในถุงขยะนําไปทิ้งต่อไป อย่า พยายามดันขยะออกทางน้ําสาธารณะเพราะจะทําให้ท่อระบายน้ําสาธารณะตันและทําให้น้ําไม่มีทางระบาย ก่อปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมและเพื่อนบ้าน
ถ้าท่อระบายน้ําบริเวณบ้านต้น ให้ใช้ไม้ไผ่ยาวๆทะลวงท่อ ไม่แนะนําให้ใช้น้ําฉีดเพราะเปลืองน้ําและมักไม่ค่อย ได้ผล เมื่อทําความสะอาดเสร็จแล้วให้ตรวจดูว่าน้ําไหลได้ดีหรือไม่
ส้วม
- ให้ตรวจสอบว่าท่อส้วมตันหรือไม่โดยกดน้ําที่โถส้วมหลายๆครั้ง
- ถ้ากดน้ําไม่ลง ให้ลองใช้ที่ปั๊มส้วมลองกดอีกหลายๆครั้ง
- ถ้าน้ํายังไม่ไหลลงไปอีก ให้ลองใช้ที่ฉีดน้ําแรงดันสูงดันสิ่งสกปรกออก
- แต่ถ้ายังไม่ไหลอีกคงต้อง ให้ช่างมาช่วยทะลวงท่อด้วยงูเหล็กต่อไป
- ถ้าระบบท่อส้วมมีสิ่งสกปรกอุดตันมากให้ลองเปิดถังบําบัดดูว่าสภาพ ภายในมีขยะหรือสิ่งของที่มาตามน้ําท่วมเข้าไปในบ่อมากน้อยเพียงใด
- ถ้าพบว่ามีมากแนะนําให้ท่านสูบน้ําและสิ่งปฏิกูลที่อยู่ในบ่อส้วมออกให้ หมดเพื่อให้ระบบบําบัดน้ําเสียทํางานได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
- ถ้าเป็น ระบบบ่อซึมควรดูดน้ําในบ่อซึมออกทั้งหมดเพื่อให้ระบบทํางานได้อีกครั้ง
ท่อระบายน้ําในบ้าน
ดําเนินการเหมือนระบบท่อส้วม โดยเริ่มจากเปิดฝาปิดช่องระบายนํ้าที่พื้นออกก่อน แล้วลองลาดน้ําลงไปตามจุดระบายน้ําทุกจุดดูว่าน้ําไหลหรือไม่ ถ้านํ้าไม่ไหลใช้ที่ปั๊ม ถ้าไม่ไหลอีก คงต้องตามช่างมาแก้ไขต่อไป
ระบบประปา
เริ่มต้นจากสูบหรือระบายน้ําในถังเก็บน้ําใช้ออกให้หมดอย่าเสียดายน้ํา ล้างบ่อน้ําใช้หรือดังนํ้าใช้ให้สะอาด แล้วรองน้ําใหม่ลงในถังเพื่อให้พร้อมใช้งาน จากนั้นเปิดจุดน้ําประปาทุกจุดเพื่อให้น้ําระบายออกจากท่อให้หมดเพื่อให้ก่อสะอาดBack to top
ประตูหน้าต่าง


ประตู หน้าต่าง
ปัญหาที่เจอบ่อยคือ บานประตูและหน้าต่างตกและบวมเนื่องจากแช่น้ําเป็นเวลานาน ให้รอจนกว่าความชื้นระเหยออกให้หมดถ้าอาการยังไม่หาย คงต้องเปลี่ยนประตูหน้าต่างที่ชํารุดเหล่านั้น
อุปกรณ์ของประตูหน้าต่าง เช่น บานพับ ลูกบิด กุญแจ ที่ทําด้วยโลหะให้เช็ดให้แห้งสนิท จากนั้นพ่นด้วยสเปรย์ไล่ความชื้น เพื่อหล่อลื่นและกําจัดสนิม ให้ลองเสียบและไขกุญแจทุกดอกเพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ เคลื่อนไหว เป็นการทําให้นํ้ายาหล่อลื่นเข้าได้อย่างทั่วถึง ชิ้นส่วนใดเป็นสนิมให้ขัดออกและทาสีกันสนิมทับ
ส่วนเหล็กตัดนั้นให้ดูว่าส่วนใดมีสนิมให้ขัดออกให้เรียบร้อย เช็ดให้แห้ง แล้วทาสีทับกันสนิมทับ ส่วนประตูหน้าต่างไม้นั้นต้องดูว่าเมื่อแห้งแล้ว บิดตัวมากเพียงใด ถ้าบิดตัวมากจนปิดเปิดไม่ได้อาจจะต้องเปลี่ยนประตูหน้าต่างใหม่Back to top
พื้น - พื้นหินธรรมชาติ พื้นไม้ปาเก้ พื้นไม้จริง พื้นไม้เทียม พื้นกระเบื้อง พื้นพรม


พื้นหินธรรมชาติ
ถ้าเป็นพื้นหินธรรมชาติอาจจะมีปัญหามากที่สุด เพราะน้ําท่วมจะทําให้ พื้นเป็นรอยคราบนํ้าที่กําจัดไม่ได้ คงต้องปล่อยเลยตามเลย ถ้าท่าน ทําใจไม่ได้คงต้องรื้อหินแผ่นที่เสียหายแล้วปูหินแผ่นใหม่แทน แต่ก่อนปู ต้องแน่ใจว่าพื้นคอนกรีตด้านล่างสนิทแล้วจริงๆ ก่อนเสมอ
พื้นไม้ปาเก้ พื้นไม้จริง
สําหรับพื้นไม้ปาเก้ ที่หลุดออกให้นําไปผึ่งลมอย่าตากแดด เมื่อไม้แห้ง แล้วจึงนํามาประกอบกลับด้วยกาวปูไม้อีกครั้ง ส่วนไม้ปาเก้ที่ติดอยู่แต่มี อาการปูดบวมให้เลาะไม้นั้นๆออกให้หมดโดยเฉพาะเศษกาวของเดิมโดย ต้องขูดจนถึงเนื้อพื้นปูน ถ้าจะปูไม้กลับเข้าไปใหม่ต้องรอให้พื้นแห้งสนิท จริงๆก่อนซึ่งน่าจะกินเวลามากกว่าหนึ่งเดือนเลยทีเดียว
สําหรับพื้นไม้จริง ตรวจสอบว่าไม้แผ่นใดโกงงอให้ถอดไม้นั้นออกเพื่อ เปิดโอกาสให้ใต้พื้นนั้นมีช่องระบายความชื้นออกได้ง่ายขึ้น เมื่อพื้นข้าง ใต้นั้นแห้งสนิทแล้วจึงติดตั้งพื้นไม้ใหม่ใกล้เข้าไปแทนพื้นไม้ที่เสียหายนั้น ก่อนที่จะทาด้วยนายาย้อมไม้หรือน้ํายาเคลือบไม้ตามแบบเดิมให้ขัดผิวไม้ นั้นออกให้หมดก่อนเพื่อให้สีของไม้สม่ำเสมอหลังจากทําผิวไม้แล้ว
พื้นไม้เทียม
สําหรับพื้นที่ปูด้วยไม้เทียมที่ถูกน้ําท่วมนั้นโอกาสที่จะเสียหายจนซ่อมแชม ไม่ได้นั้นมีมากกว่าวัสดุปูพื้นชนิดอื่นๆเพราะตัวไม้ด้านหลังเป็นแผ่นไม้อัด ซึ่งไม่ทนนามักจะบวมเมื่อถูกความชื้น ให้ท่านรื้อแผ่นพื้นทั้งหมดออก ไปก่อนเพื่อให้ความชื้นที่พื้นคอนกรีตด้านล่างระเหยออกไปได้หมด จากนั้นจึงปูพื้นลงไปใหม่ แต่ถ้าแผ่นพื้นเดิมเสียหายอาจจะต้องสั่งแผ่น พื้นใหม่มาทดแทนของเดิม หรือเปลี่ยนเป็นวัสดุปูพื้นชนิดอื่นๆ แทน
พื้นกระเบื้อง
พื้นกระเบื้องเซรามิคที่แช่น้ํานานๆ ถ้าเป็นเชรามิกที่มีคุณภาพดีมักไม่ค่อยพบปัญหามากนัก แต่ปัญหาส่วน ใหญ่นั้นจะเกิดที่ร่องยาแนวกระเบื้องทั้งบริเวณพื้นและผนังที่สกปรกเนื่องจากเศษดินโคลนที่มากับน้ําท่วม แนวทางการแก้ปัญหาด้วยตนเองในเบื้องต้นคือ
- ควรทําความสะอาดทันทีหลังน้ําลด ถ้าปล่อยให้พื้นแห้งจะทําความสะอาดยาก
- ให้เริ่มจากกวาดขยะและทําความสะอาดด้วยไม้กวาดทางมะพร้าวและขัดด้วยแปรงจากนั้นล้างด้วยน้ําสะอาด
- แล้วตรวจสอบบริเวณ ยาแนวที่มีคราบสกปรกฝังแน่น รวมทั้งความเสียหายของกระเบื้องและยาแนวที่หลุดร่อน
การจัดการคราบสกปรกที่ยาแนวกระเบื้อง
- ให้ลาดด้วยน้ํายาทําความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆบริเวณคราบดํา โดยแบ่งการทําความสะอาดเป็นห้องๆ
- ควรสวมถุงมือยางและใส่หน้ากากหรือผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันการสัมผัสและสูดดมยาทําความสะอาดโดยตรง ระวังน้ํายากระเด็นเข้าตาหรือปาก
- ทิ้งให้น้ํายาทําปฏิกิริยากับคราบสกปรกประมาณ 5 นาที จากนั้นใช้แปรงพลาสติกขัดทําความสะอาดที่ บริเวณนั้น โดยให้ออกแรงกดตอนขัดเพื่อให้คราบสกปรกหลุดออก ลาดด้วยน้ําสะอาดอีกครั้ง ใช้พัดลมเป่าบริเวณทําความสะอาดให้แห้ง
- ถ้าคราบสกปรกไม่ออกจะต้องขูดยาแนวนั้นทิ้งและลงยาแนวใหม่
การซ่อมยาแนวที่มีคราบดําหรือหลุดร่อน
- ให้ขูดร่องยาแนวเก่าด้วยเหล็กขูดร่องยาแนวหรือไขควง
- ล้างทําความสะอาดยาแนวเดิมให้สะอาดแล้วเช็ดด้วยผ้าแห้ง ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง
- ผสมปูนยาแนวโดยดูจากคําแนะนําของผู้ผลิตที่แสดงไว้ที่หีบห่อ ผสมปูนยาแนวสําเร็จรูปในแก้ว หรือด้วยพลาสติกที่ใช้แล้วโดยทําตามคําแนะนํ ของผู้ผลิตที่แสดงอยู่ข้างถุง
- ยาแนวด้วยนิ้วโดยกดให้ปูนยาแนวเต็มร่อง จากนั้นใช้นิ้วปาดยาแนวให้เรียบ เช็ดทําความสะอาดด้วยฟองน้ํา ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ใช้ฟองน้ําชุบน้ําให้หมาดๆแล้วเช็ดร่องยาแนวให้เรียบ
- ทําความสะอาดคราบปูน ยาแนวที่เลอะบริเวณผิวกระเบื้องด้วยผ้าแห้งเช็คอีกครั้ง ต้องทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงก่อนใช้งานพื้นที่นั้น
การซ่อมกระเบื้องแตกร้าวและหลุดล่อน
- ให้รื้อกระเบื้องที่แตกหรือร้าวออก จากนั้นสกัดพื้นผิวซีเมนต์ที่เรารื้อ กระเบื้องนั้นออก
- สกัดปูนออกให้เท่ากับความหนาของกระเบื้องรวมกับความหนาของกาวซีเมนต์ซึ่งจะหนา ประมาณ 1.5 เซนติเมตร และทําความสะอาดเศษซีเมนต์ออกให้หมด
- ผสมกาวซีเมนต์สําเร็จรูปที่ใช้ปูกระเบื้องโดยเฉพาะ ใช้เกรียงตักกาวซีเมนต์ทาลงบริเวณผิวซีเมนต์ที่สกัดไว้ นํากระเบื้องที่ลวดลายและสีเดียวกันหรือใกล้เคียงกับกระเบื้องที่เสียหายมาติดบนกาวซีเมนต์ เคาะให้แน่นด้วย ด้ามเกรียง จนระดับกระเบื้องเรียบเท่ากันกับกระเบื้องเดิม โดยต้องจัดให้ร่องยาแนวกระเบื้องเท่ากันทุกด้าน
- อาจใช้เศษกระดาษแข็งคั่นเป็นแนวไว้ ปาดกาวซีเมนต์ที่ล้นจากร่องยาแนวโดยใช้เกรียงไม้หรือไม้ชิ้นเล็กๆ ทิ้งให้ปูนแห้ง 12 ชั่วโมง ก่อนใช้งาน
- จากนั้นทําการยาแนวกระเบื้องตามวิธีที่แสดงไว้ก่อนหน้านี้ การซ่อมแซมกระเบื้องและร่องยาแนวให้ระวังขอบกระเบื้องบาดมือ เมื่อใช้ปูนกาวซีเมนต์และปูนยาแนวเสร็จ ให้ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งอย่าปล่อยทิ้งไว้ ส่วนน้ํายาทําความสะอาดถ้าถูกผิวหนังอาจเกิดการระคายเคือง ต้องล้างออกทุกครั้งที่สัมผัสโดยตรง
พื้นพรม
พื้นพรมต้องลอกออกให้หมดเพื่อส่งไปซัก ตากแดดให้แห้ง ก่อนนํากลับมาปูใหม่โดยต้องตรวจสอบว่าพื้นคอนกรีตแห้งสนิทก่อน
แต่ถ้าพื้นที่ปูพรมจมอยู่ใต้น้ําท่วมที่เป็นน้ําเสีย แนะนําว่าควรทิ้งไป ไม่ควรเสียดาย เพราะพรมที่ชื้นนั้นเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี น่าจะถือโอกาสนี้เปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นอย่างอื่นๆ เช่น กระเบื้องเคลือบ หรือวัสดุที่ทนความชื้นได้ดี จะส่งผลดีกับท่านในระยะยาว
Back to top
ผนัง - ผนังก่ออิฐ ผนังเบา วอลล์เปเปอร์ ผ้าม่าน ฝ้าเพดาน


ผนังก่ออิฐ
ผนังอาคารส่วนที่เป็นผนังก่ออิฐหรือคอนกรีตบล็อกฉาบปูนทาสี แนะนําว่าให้ทําความสะอาด ขัดด้วยแปรงพลาสติกไม่ใช้แปรงลวด แล้วทิ้งไว้โดยยังไม่ต้องทาสี เป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองเดือนเพื่อให้ แน่ใจว่าผนังนั้นแห้งสนิทจริงๆ การทาสีก่อนเวลาความชื้นในผนังไม่สามารถระเหยออกทําให้ความชื้นค้างอยู่ภายในและจะก่อปัญหาได้มากในภายหลัง
ผนังเบา
ผนังเบาพวกยิบซั่มบอร์ด ให้กรีดส่วนที่แช่น้ําและบวมน้ําออกให้หมด ช่อมแซมด้วยแผ่นยิบซัมบอร์ดแผ่นใหม่ แต่ก่อนซ่อมต้องแน่ใจว่าโครงเคร่าภายในแห้งสนิทดีแล้ว สําหรับผนังเบาอื่นๆ เช่น แผ่นชิเมนต์บอร์ด หรือกระเบื้องแผ่นเรียบ ควรเจาะรูให้น้ําที่ขังอยู่ภายในไหลออกจากช่องด้านในให้หมด ถ้าสามารถเปิดผนังออกเพื่อให้โครงภายในระบายน้ําออกได้จะทําให้โครงภายในผนังแห้งเร็วยิ่งขึ้น
วอลล์เปเปอร์
สําหรับผนังบวอลล์เปเปอร์นั้นคงต้องลอกส่วนที่โดนน้ําท่วมออก เพื่อให้ ความชื้นในผนังระเหยออกได้สะดวก เมื่อแห้งแล้วจึงนําวอลล์เปเปอร์ แผ่นใหม่มาปิดทับให้สวยงามต่อไป ถ้าผนังโดนความชื้นมากๆ ต้องลอกวอลล์เปเปอร์ออกให้หมดเพื่อให้ผนังที่ชื้นสามารถระเหยออกได้ดี โดยต้องรอให้ผนังแห้งจริงๆอย่างน้อย 1 อาทิตย์ แล้วจึงจะปิดวอลล์เปเปอร์ใหม่ลงไป
ผ้าม่าน
สําหรับผ้าม่านต้องส่งซักทําความสะอาดให้เรียบร้อย แต่ผ้าม่านส่วนใหญ่หลังจากชักแล้วมักจะไม่ได้รูปทรงของเดิม ท่านต้องตัดสินใจว่าจะส่งชักหรือซื้อใหม่อย่างไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน
ฝ้าเพดาน
ฝ้าเพดานที่ถูกน้ําท่วมถึง ถ้าเป็นฝ้าเพดานยิบซั่มบอร์ด ต้องรื้อส่วนที่ชื้นออกทั้งหมดแล้วทําใหม่ เพราะซ่อมแซมไม่ได้ แต่ถ้าเป็นฝ้าเพดานท้องพื้นคอนกรีต ให้ทําความสะอาดและปล่อยให้แห้งจึงค่อยทาสีในภายหลังต่อไป
ส่วนฝ้าแผ่นโลหะและโครงโลหะ ให้เช็ดทําความสะอาดให้แห้ง ขัดสนิมออกด้วยกระดาษทรายแล้วจึงทาสีทับ สําหรับโครงฝ้าเพดานที่เป็นไม้ ต้องตรวจสอบว่านํ้าทําให้โครงแอ่นหรือไม่ ต้องปรับระดับแก้ไขก่อนจึงจะติดตั้งแผ่นฝ้าแผ่นใหม่Back to top
เครื่องใช้ไฟฟ้า


เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆที่จมน้ําหรืออยู่ใกล้น้ําท่วมที่ความชื้นอาจจะซึมเข้าไปในอุปกรณ์ต่างๆ ต้องตรวจสอบก่อน นําไปใช้งานเพราะอาจเกิดอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร การทําความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกตัวเครื่อง นั้นทําได้เองไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องเสียง วิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ แต่ถ้าเป็นระบบภายในจําเป็นต้อง ใช้ช่างมาตรวจเช็คดูข้างในก่อนใช้งาน มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้
แนวทางการตรวจสอบอาการเบื้องต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มีดังนี้
มอเตอร์
มอเตอร์เป็นชิ้นส่วนที่มีในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกชนิด โดยทํา หน้าที่ปั่นหรือหมุนกลไกของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องชักผ้า พัดลม เครื่องปรับอากาศและอื่นๆ มอเตอร์นั้นจะเสียหาย ได้ง่ายมากเมื่อถูกน้ําเพราะว่ากลไกซับซ้อนทําให้เสียและเป็นอันตรายกับ ผู้ใช้งาน ไม่ควรเอาน้ําฉีดทําความสะอาดแล้วนําไปใช้ใหม่เพราะน้ําจะไป ทําให้อุปกรณ์ต่างๆภายในมีความเสียหายมากยิ่งขึ้น
แนะนําให้ส่งช่างเพื่อซ่อมแชม ถ้ามอเตอร์ยังไม่เสียหาย ช่างจะถอดรื้อ ชิ้นส่วนมอเตอร์ออกมาทําาความสะอาด อบให้แห้ง เปลี่ยนลูกปืน ใส่นํ้ามันหล่อลื่น แล้วประกอบกลับมาใช้ใหม่ได้
แผงวงจร
เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันมักมีแผงวงจรอิเลคทรอนิกส์เป็นส่วนประกอบ ที่สําคัญ ทั้งในมือถือ วิทยุ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เหล่านี้จะมี ซับซ้อน เมื่อถูกน้ําท่วมจะแห้งช้า ถ้าใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ทั้งๆ ที่ชื้นจะทํา ให้เกิดการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าได้ ดังนั้นด้านํ้าโดนแผงวงจรไปแล้ว ลองให้ช่างตรวจสอบก่อนการใช้งานจะดีกว่า
ตู้เย็น
ตู้เย็นมีคอมเพรสเชอร์ที่มีมอเตอร์และมีแผงวงจรอยู่ด้านในนั้นมักถูก ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของตู้เย็น ปกติตู้เย็นที่โดนน้ําท่วมมักจะคว่ํา หน้าลงทําให้ชิ้นส่วนเหล่านี้ลอยพ้นน้ําจึงมีโอกาสให้นํากลับมาใช้งานได้ แต่ถ้าตู้เย็นเก่าและมีรูรั่วแนะนําว่าอย่าเสี่ยงนํามาใช้งานอีกเพราะ น้ําสกปรกจะซึมเข้าไปขังอยู่ตามซอกเหลือบภายในที่ไม่สามารถทําความ สะอาดได้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคจึงไม่เหมาะเป็นที่เก็บอาหาร
ถ้าน้ําท่วมโดนคอมเพรสเชอร์ มอเตอร์ และแผงวงจร ให้ลองเอาน้ําฉีด ล้างพอให้สกปรกไหลออก ตากลมให้แห้ง จากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งจน ไม่มีนํ้าเปียกมือ ใช้ไดร์เป่าผมมาเป่าตามอุปกรณ์และท่อต่างๆ จนท่อโลหะอุ่นขึ้น ให้ทําต่ออีกหลายๆ รอบ จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นและแห้งอีกสักพัก ให้ลองเสียบปลั๊กไฟฟ้าทดสอบว่างานได้หรือไม่ นอกจากนั้นให้ตรวจสอบ ไฟฟ้ารั่วด้วยไขควงตรวจสอบไฟรั่ว
ถ้าใช้งานได้ให้ทําความสะอาดในขั้นต่อไป แต่ไม่สามารถรับประกันว่าวิธีการนี้จะใช้ได้ผลในทุกกรณี ถ้าลองแล้วตู้เย็นยังไม่ทํางาน ต้องส่งช่างเพื่อซ่อมแซมต่อไป
ก่อนทําความสะอาดให้ดึงปลั๊กไฟฟ้าออก เปิดประตูและหน้าต่าง แล้วเปิดประตูตู้เย็นและถอดชิ้นส่วนต่างๆ ออกให้หมด
ห้ามนําตู้เย็นไปตากแดด
การผึ่งให้แห้งนี้อาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะแห้งสนิท
จากนั้นเช็ดด้วยผ้าชุบน้ํายาล้างจานหมาดๆทั้งด้านในและด้านนอกเพื่อ ขจัดคราบต่างๆ ออกไป แต่อย่าพยายามล้วงเข้าไปในเครื่องด้านใน เพราะอาจทําให้อุปกรณ์เสียหาย
จากนั้นเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคแล้วเช็ดให้แห้ง ผึ่งลมอีกครั้ง โดยอาจจะ ใช้สารดูดความชื้นใส่ทิ้งไว้ก่อนใช้งานเพื่อไล่ความชื้นด้านในและอาจใส่ ถ่านเพื่อดูดกลิ่นที่หลงเหลืออยู่ก็ได้
พัดลม
ถ้าน้ําท่วมไม่ถึงมอเตอร์หรือแผงวงจรบริเวณปุ่มปิดเปิดปรับความเร็ว น่าจะไม่มีความเสียหายมาก ให้ตากหรือเป่าลมให้แห้งก่อนจะนํามาใช้งาน แต่ถ้าท่วมถึงมอเตอร์ให้ดําเนินการตามข้อแนะนําข้างต้น
ส่วนพัดลมเพดานถ้าไม่เปียกน้ํา ก่อนใช้งานต้องให้แน่ใจว่าวงจรต่างๆ แห้งสนิทก่อนที่เปิดสวิทช์ไฟฟ้าใช้งาน ถ้าเช็คแผ่นใบพัดทั้งหมดด้วย น้ํายาฆ่าเชื้อโรคก่อนใช้จะช่วยให้ท่านรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
เครื่องปรับอากาศ
เครื่องปรับอากาศทั้งตัวเครื่องแฟนคอยที่อยู่ภายในบ้านและเครื่องคอนเดนซิ่งที่อยู่นอกบ้าน ถ้าโดนน้ําท่วมแนะนําว่าให้ตามช่างระบบปรับอากาศเข้ามาซ่อมแชมและตรวจสอบ ไม่ควรซ่อมเองเพราะอุปกรณ์ภายในซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจวิธีการทํางาน ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่มีสามารถคาดคะเนหรือตรวจสอบความเสียหายโดยมองจากภายนอกได้
นอกจากให้ช่างมาตรวจเช็คระบบเครื่องปรับอากาศภายในบ้านทั้งหมด แล้วควรทําความสะอาดท่อต่างๆ ทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศ และเปลี่ยนฉนวนกันความร้อนที่จมน้ําหรือเสียหาย เมื่อช่างแก้ไขเสร็จ เรียบร้อยแล้วให้เอาแผ่นพลาสติกห่อเครื่องไว้ก่อนจนกว่าจะทําความสะอาดบ้านแล้วเสร็จทั้งหมด ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศในระหว่างการทําความสะอาดบ้านเพราะฝุ่น สกปรก เชื้อโรคจะค้างอยู่ในเครื่องปรับอากาศ
โทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี วิทยุ เครื่องเสียงต่างๆ
เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ถ้าโดนน้ําท่วมมักเสียหายหนักเนื่องจากเป็นวงจรอิเล็กโทรนิกส์ ไม่ควรเสี่ยงเสียบปลั๊กไฟฟ้าเด็ดขาดให้ส่งศูนย์ซ่อมเท่านั้น
หมายเหตุ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ถ้าพยายามซ่อมแซมด้วยตนเองแล้วยังใช้งานไม่ได้ แนะนําว่าส่งให้ช่างที่ชํานาญซ่อมแซม เท่านั้น เพื่อให้รู้สึกปลอดภัยและสบายใจถ้านํากลับมาใช้ใหม่
Back to top
เฟอร์นิเจอร์


เฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์ติดตายที่เรียกว่าบิลด์อินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตู้ หรือเคาน์เตอร์ ให้ตรวจสอบว่าโครงด้านในยังมีสภาพดีหรือไม่ ที่สําคัญคือเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มักมีซอกมุมภายในที่มองไม่เห็นจากภายนอก ให้ลองใช้ด้ามไขควงเคาะตามฐานของตู้และเคาน์เตอร์ฟังว่ามีเสียงสะท้อนที่แสดงว่ามีน้ําอยู่ภายในหรือไม่ เราอาจจะต้องเจาะรูที่บริเวณใต้ฐานตู้หรือเคาน์เตอร์เหล่านี้เป็นระยะๆ เพื่อให้น้ําและความชื้นที่ขังอยู่ไหลหรือระเหยออก
ตู้และเคาน์เตอร์ครัวบิลด์อินสําเร็จรูปจะสามารถถอดแผ่นที่บริเวณฐานตู้หรือฐานเคาน์เตอร์ด้านล่างออกได้ เพราะส่วนใหญ่ยึดด้วยระบบตัวหนีบ ให้ท่านถอดแผ่นฐานเหล่านี้ออกเพื่อตรวจสอบและทําความสะอาดด้านใน รวมทั้งเพื่อให้น้ําและความชื้นที่อยู่ด้านในไหลและระเหยออกได้สะดวก
จากนั้นให้ทําความสะอาดโดยขัดล้างสิ่งสกปรกด้วยนํ้ายาล้างจาน ปล่อยให้แห้งแล้วเช็ดด้วยน้ํายาฆ่าเชื้อโรค เริ่มจากผิวบนของเคาน์เตอร์ก่อนส่วนอื่น
การทําความสะอาดเฟอร์นิเจอร์บิลด์อินนี้ต้องทําไปพร้อมๆ กับการทําความสะอาดพื้น ผนัง กําแพงภายในตัวบ้าน จากนั้นต้องเปิดบานตู้ทั้งหมดไว้จนกว่าเฟอร์นิเจอร์นั้นจะแห้ง ทั้งด้านในและด้านนอกจึงนําสิ่งของเครื่องใช้เข้าไปเก็บในตู้เหล่านั้น
ส่วนเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว
ให้นําออกมาทําความสะอาดในที่โล่ง โดยทําความสะอาดแบบเดียวกันกับ เฟอร์นิเจอร์บิลด์อิน โดยให้ตากและผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนนํากลับมาใช้งานต่อไป
เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวเช่น โต๊ะ ตู้ เตียง ที่ทําจากไม้ประดิษฐ์ เช่น ปาร์ติเคอร์บอร์ด หรือ แผ่นเอ็มดีเอฟ ไม้เนื้ออ่อน ไม้วีเนียร์ ไม้อัด ไม่คุ้มถ้าจะซ่อมแชม
เฟอร์นิเจอร์ที่ทําด้วยไม้จริง เช่น ไม้เนื้อแข็ง หรือไม้สัก พอจะพอช่อมแชมได้ไม่ยากนัก โดยให้นําเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นออกมาตากลมและเช็ดทําความสะอาดที่ด้านนอกบ้านเพื่อให้ความชื้นที่สะสมอยู่ออกไปโดยเร็ว
ห้ามนําเฟอร์นิเจอร์ที่ทําด้วยไม้ไปตากแดดเพราะจะทําให้ไม้บิดงอ เมื่อไม้แห้งสนิทแล้วจึงลงสีหรือน้ํายาย้อมไม้ต่อไปตามรูปแบบเดิม
เฟอร์นิเจอร์ไม้บางชิ้นอาจขึ้นเชื้อราในภายหลังต้องคอยดูแลโดยอาจจะต้องทําความสะอาดต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ทําจากเหล็กหรือโลหะให้ตากลมจนกว่าจะแห้งสนิทแล้วขัดส่วนที่เป็นสนิมหรือสีเสียหาย แล้วจึงทาสีในบริเวณนั้นต่อไป
แต่ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ประเภทหุ้มด้วยหนังหรือหุ้มด้วยผ้าที่บุฟองน้ําหรือนุ่นด้านใน ให้ตรวจดูว่าโครงภายใน ยังมีสภาพที่ดีอยู่หรือไม่ ถ้าโครงต่างๆ ยังดีอยู่ให้นําไปหุ้มผ้าหรือหนังและใส่ฟองน้ําหรือนุ่นใหม่จึงนํากลับมาใช้ใหม่ได้
ส่วนสิ่งของประเภทผ้ายัดนุ่นต่างๆ เช่น ที่นอน ฟูก หมอน หรือของเล่นเด็กยัดนุ่น ตุ๊กตายัดนุ่น ฯลฯ เมื่อแช่ อยู่ในน้ําท่วมแล้ว แนะนําให้ทิ้งไปไม่คุ้มค่าความเสี่ยงในการนํากลับมาใช้งาน ควรตัดใจกําจัดไป อย่านําไป บริจาคเพราะท่านจะทําบาปมากกว่าทําบุญBack to top
ต้นไม้


เพื่อให้สวนและต้นไม้ที่ถูกแช่น้ําเป็นเวลานานพื้นตัวได้เร็วขึ้น แนะนําให้ขุดหลุมขนาดประมาณ 1 คูณ 1 เมตร ลึกอย่างน้อยครึ่งเมตร ที่บริเวณที่ต่ำที่สุดของสวน แล้วสูบน้ําหรือตักน้ําออกจนกว่าจะหมด เพื่อให้ระดับน้ําใต้ดินลดลงให้เร็วที่สุด ทําให้ดินโดยรอบแห้งเร็วยิ่งขึ้น
ต้นไม้ที่เอียงให้นําไม้มาค้ำเพื่อไม่ให้ต้นไม้ล้ม
อย่าอัดดินบริเวณรอบต้นไม้ ต้องปล่อยให้น้ําระเหยออกจากดินให้เร็วที่สุด
ตัดแต่งต้นไม้ให้เล็กลงเท่าที่ทําได้ เพื่อให้ต้นไม้ฟื้นตัวให้เร็วขึ้น ลดภาระของรากในการรับนํ้าหนักลำต้น
ห้ามให้ปุ๋ยต้นไม้ในช่วงนี้ รอจนกว่าต้นไม้นั้นจะฟื้นตัวได้จริง
ถ้ารอจนแน่ใจว่าต้นไม้ไม่ฟื้นแล้วควรขุดต้นไม้นั้น ทิ้งไปเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต้นไม้ล้มในภายหลังBack to top
บทส่งท้าย
บทส่งท้าย ข้อมูลที่ได้นําเสนอไปแล้วนั้นคงจะเป็นประโยชน์กับท่านเจ้าของบ้านในการ แก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย ทั้งนี้เรื่องที่ท่านเจ้าของบ้านต้อง พิจารณาต่อๆไปคือ เราจะทําอย่างไรที่จะเตรียมตัวและจะเตรียมบ้าน ของท่านเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้ถ้าจะต้องพบกับภัยพิบัติน้ําท่วมเช่นนี้ หรือรุนแรงยิ่งกว่านี้อีกในอนาคต
Back to top
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)