ภาครัฐและภาคเอกชนกำลังร่วมกันหาทางออกเพื่อลดเวลาการรอคอย "ยานวัตกรรม" (เช่น ยารักษามะเร็งและโรคเรื้อรัง) ซึ่งปัจจุบันไทยใช้เวลาพิจารณาอนุมัตินานเฉลี่ยถึง 3 ปี โดยมีการเสนอ กลไก MEA (Managed Entry Agreements) ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันแบ่งปันความเสี่ยงทางการเงินระหว่างรัฐบาลกับผู้ผลิตยา เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาล้ำสมัยได้ไวขึ้น โดยไม่กระทบงบประมาณแผ่นดินเกินจำเป็น
วิกฤต NCDs และคอขวด "3 ปี" ของยานวัตกรรมในไทย
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยเงียบจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงถึง 74% ของอัตราการเสียชีวิตทั้งหมด พร้อมสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี โดยกว่า 91% เกิดจากการสูญเสียผลิตภาพของวัยแรงงานก่อนวัยอันควร
ท่ามกลางความท้าทายนี้ ระบบสาธารณสุขไทยกลับติดคอขวดด้านกระบวนการพิจารณาบรรจุยาใหม่เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันใช้เวลาเฉลี่ยถึง 3 ปี ตัวอย่างเช่น ยารักษามะเร็งปอดชนิด Non-Small Cell กลุ่มออกฤทธิ์ตรงจุด ที่สากลอนุมัติใช้ตั้งแต่ปี 2551 แต่ระบบเบิกจ่ายไทยใช้เวลาเกือบ 10 ปีหลังจากนั้นในการอนุมัติสิทธิให้ผู้ป่วย ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากสิทธิบัตรยาหมดอายุไปแล้ว บวกกับเกณฑ์ประเมินความคุ้มค่าเดิมของไทยที่เพดาน 160,000 บาทต่อปีสุขภาวะ ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานภูมิภาค ส่งผลให้ยานวัตกรรมราคาสูงจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้
การเปลี่ยนผ่านสู่ "หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์"
ในงานเสวนาเชิงนโยบายระดับสูง “Advancing Thailand’s Medical Economy through Health Innovation” ที่จัดโดยสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (US-ASEAN Business Council) ณ โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ นายปราบ เพียรสกุล หัวหน้าผู้แทนสภาธุรกิจฯ ประจำประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่แล้ว แต่ความท้าทายถัดไปคือการเปลี่ยนสายสัมพันธ์จาก "ผู้ซื้อ-ผู้ขาย" แบบดั้งเดิม ไปสู่ การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว (Long-term Strategic Partnership) ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม
การลงทุนด้านนวัตกรรมสุขภาพไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและยกระดับผลการรักษา แต่ยังเป็นฟันเฟืองสร้างความยั่งยืน เสริมศักยภาพการวิจัย และดึงดูดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพเข้าสู่ประเทศ
กลไก MEA: ทางออกเชิงโครงสร้างสู้ภัยโรคร้าย
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยยูทาห์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (เกาหลีใต้) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (ไต้หวัน) ร่วมเสนอทางออกด้วย ข้อตกลงร่วมกันในการบริหารจัดการการเข้าถึงเทคโนโลยีและยา (Managed Entry Agreements หรือ MEA) ซึ่งเป็นเครื่องมือสากลในการแบ่งปันความเสี่ยงทางการเงินและผลการรักษา
โดยแนวทาง MEA ที่เหมาะสมกับบริบทไทยในระยะ 3 ปี มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
Financial Risk-Sharing (แบ่งปันความเสี่ยงทางการเงิน): ผู้ผลิตร่วมรับภาระค่ายาช่วงแรกหรือส่วนเกินจากเพดานที่กำหนด ช่วยคุ้มครองงบประมาณกองทุนสุขภาพ
Coverage with Evidence Development (บรรจุสิทธิแบบมีเงื่อนไข): เปิดให้เบิกจ่ายชั่วคราวพร้อมจัดเก็บข้อมูลผลการรักษาจริง เพื่อนำมาปรับเกณฑ์ราคาในภายหลัง
Simple Financial Arrangements (ข้อตกลงทางการเงินแบบเรียบง่าย): การใช้ส่วนลดราคาเชิงบริหารหรือกำหนดเพดานปริมาณการใช้ เพื่อให้รัฐคาดการณ์งบประมาณได้แม่นยำ
นอกจากนี้ กลไก MEA ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาสูง ยาสำหรับโรคหายากมาก (เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA) และชีววัตถุบำบัดรักษาโรคทางพันธุกรรม โดยไม่แย่งชิงงบประมาณยาทั่วไป เหมือนโมเดลตั้งกองทุนโรคหายากในไต้หวัน หรือสัญญาร่วมจ่ายโรคโกเช่ร์ในไทย
ปัจจัยสำเร็จสู่การเป็น Medical Hub ของภูมิภาค
การจะขับเคลื่อนกลไก MEA ให้เกิดขึ้นจริงได้ในไทย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าจำเป็นต้องเกิดความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจทางกฎหมายในการเจรจา การยอมรับเกณฑ์ราคาลับ และการพัฒนาระบบข้อมูลติดตามผลการรักษาในระดับตัวผู้ป่วย เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพชั้นนำของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
เกี่ยวกับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC)
สภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council หรือ USABC) คือองค์กรภาคเอกชนชั้นนำที่รวมตัวกันของบริษัทขนาดใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน
ภารกิจและบทบาทสำคัญ:
ส่งเสริมการลงทุน: เป็นตัวแทนภาคธุรกิจสหรัฐฯ ในการเจรจา หารือ และประสานงานกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในอาเซียน เพื่อผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ
ขับเคลื่อนนวัตกรรมและนโยบาย: ร่วมผลักดันประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น การค้าการลงทุนระหว่างประเทศ การเกษตร อาหาร รวมถึงระบบนิเวศด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพ
การพบปะผู้นำรัฐบาล: USABC มักจัดคณะผู้แทน (Business Mission) นำผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำเข้าพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานภาครัฐของไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
👍 ถูกใจ 0 ❤️ อุ่นใจ 0 🙏 ขอบคุณ 0 😢 ห่วงใย 0
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่ ★ ★ ★ ★ ★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)