การ
ทำตาสองชั้น ยังคงฮอตฮิตติดเทรนด์ในวงการศัลยกรรม หรือวงการบิวตี้ อาจเรียกได้ว่า เป็นการทำศัลยกรรมแรกๆ ที่หลายคนเลือกเลย เพราะการทำตาสองชั้น เป็นการใช้เทคนิคทางการแพทย์และความงามจำลองชั้นตาให้ชัดขึ้น โดดเด่นขึ้น พร้อมแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ไม่ว่าจะตาตก ชั้นตาหลบใน ตาไม่เท่ากัน ตาปรือได้อย่างครอบคลุม จึงช่วยเปลี่ยนลุค เปลี่ยนสไตล์ และกลบส่วนที่เราไม่มั่นใจได้เป็นอย่างดี
และด้วยการทำตาสองชั้น อาจเป็นการทำศัลยกรรมครั้งแรกของใครหลายคน เลยเกิดความกังวลใจหลายอย่าง ทั้งเรื่องผลลัพธ์ การเลือกใช้เทคนิคทำตาสองชั้น ทำตาสองชั้น ที่ไหนดี รวมถึงอยากได้ตาสองชั้นที่ตรงใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ไม่อยากมาแก้ไขซ้ำสอง ให้เปลืองงบประมาณด้วย! วันนี้ เราเลยขอมาแชร์ข้อมูลสำคัญอย่าง
การเลือกเทคนิคทำตาสองชั้น ปัจจัยสำคัญที่แพทย์จะออกแบบการผ่าตัดให้ออกมาเหมาะสมกับรูปตาของแต่ละคนมากที่สุด มาดูกันว่าแต่ละเทคนิคมีจุดเด่นอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรา ใครศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำตาสองชั้นอยู่ ตามมาดูได้เลย!
รวมเทคนิคหลักทำตาสองชั้น เลือกเทคนิคไหนดี
เทคนิคการทำตาสองชั้นในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ซึ่งศัลยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาร่วมกับโครงสร้างรูปตาเดิม สัดส่วนใบหน้า ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เพื่อออกแบบตาสองชั้นแต่ละรูปทรงให้คมชัด ละมุน กลมกลืน และเป็นธรรมชาติที่สุด รวมถึงเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด รอบดวงตาของเราอย่างครอบคลุมด้วย โดยเทคนิคหลักๆ ที่ใช้ทำตาสองชั้น มีดังนี้
เทคนิคทำตาสองชั้นแบบเย็บ 3 จุด
เทคนิคทำตาสองชั้นแบบเย็บ 3 จุด เป็นเทคนิคดั้งเดิมที่จะใช้วิธีการผ่าตัดตาสองชั้น เปิดแผลขนาดเล็กตรงผิวเปลือกตา แล้วผูกปมไหมตามตำแหน่งที่วางไว้ เพื่อให้เกิดรอยพับของชั้นตาขึ้นมา และจะไม่มีการกรีดเปิดแผลบนผิวเปลือกตาตรงๆ เลยทำให้ได้รอยแผลเล็ก จุดเด่นของการทำตาสองชั้นแบบเย็บ 3 จุด คือเราจะได้ชั้นตาที่เป็นธรรมชาติ เส้นคมชัด ไม่มีอาการบวมช้ำ และไร้รอยแผลผ่าตัด แต่ก็มีข้อจำกัด คือ เทคนิคนี้อาจทำให้เราได้ตาสองชั้นที่ไม่คงอยู่ถาวร ประมาณ 1-3 ปี ชั้นตาอาจเริ่มหลุด ทั้งยังไม่สามารถตัดหนังตาและไขมันส่วนเกินออกได้ เทคนิคนี้จึงเหมาะกับกลุ่มที่อายุน้อยกว่า 30 ปี มีไขมันเบ้าตา และหนังตาไม่เยอะ
เทคนิคทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้น
ถัดมากับเทคนิคทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้น แพทย์จะกรีดเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณเปลือกตาประมาณ 5-8 มิลลิเมตร เพื่อสอดเครื่องมือเข้าไปเย็บชั้นตาที่กล้ามเนื้อลีเวเตอร์ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกเปลือกตา ก่อนจะตัดไขมันส่วนเกินบริเวณเบ้าตาออก จุดเด่นของเทคนิคนี้ เลยทำให้ได้ชั้นตารูปทรงธรรมชาติ มีความคงทน บวมช้ำน้อย และสามารถแก้ไขปัญหาตาปรือ ตาตก ปัญหากล้ามเนื้อตา พร้อมตัดไขมันส่วนเกินใต้ตาที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุออกได้ด้วย ในส่วนของข้อจำกัด เทคนิคทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้นยังไม่สามารถตัดหนังตาส่วนเกินบริเวณตาออกไปได้ จึงเหมาะกับคนที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี มีปัญหากล้ามเนื้อตา มีถุงใต้ตาใหญ่ แต่หนังตาไม่ห้อยย้อย เหี่ยวย่น
เทคนิคทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว
เทคนิคทำตาสองชั้นแบบบกรีดยาว ถือเป็นเทคนิคหลักสำคัญและมีความนิยมมากที่สุด ด้วยเป็นผสานเทคนิคดั้งเดิม กรีดแผลยาวตลอดแนวผิวเปลือกตาร่วมกับการตัดบริเวณหนังตาส่วนเกินและไขมันเบ้าตาออก ก่อนจะนำเครื่องมือเข้าไปเย็บและจำลองชั้นตาให้เป็นเส้นชัดเจนที่กล้ามเนื้อลีเวเตอร์ จุดเด่นของเทคนิคนี้ ได้ตาสองชั้นรูปทรงที่ชัดเจน คมชัด และมีความคงทน และสามารถ แก้ไขปัญหารอบดวงตาได้หลากหลาย ทั้งแก้ปัญหารอยพับตา กำจัดไขมัน ถุงใต้ตา ถุงหนังตาส่วนเกินที่หางตา พร้อมปรับรูปทรงความโค้งของชั้นตาได้ เทคนิคนี้จึงเหมาะกับแทบทุกกลุ่ม ทั้งคนที่อายุน้อย หรือมีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป เริ่มมีปัญหาหนังตาตก หย่อนคล้อย รวมถึงคนที่เคยทำตาสองชั้นมาแล้วได้ผลลัพธ์ไม่ตรงใจ อยากแก้ไขใหม่ ส่วนข้อจำกัด อาจใช้เวลาพักฟื้นนานมากกว่าการเย็บสามจุด และการกรีดสั้น
เทคนิคแก้ปัญหาหนังตาตก ยกกระชับหางตา
การศัลยกรรม ผ่าตัดทำตาสองชั้นไม่ได้มีแค่การใช้เทคนิคหลัก เย็บสามจุด กรีดสั้น กรีดยาวตามแพทเทิร์นเดิมเท่านั้น แต่เพื่อให้แก้ไขปัญหาด้านดวงตาได้อย่างครอบคลุม แพทย์จึงต้องออกแบบเทคนิคอื่นๆ มาใช้ร่วมด้วย อย่างการแก้ปัญหา ‘หนังตาตก’ ที่เกิดขึ้นได้ทั้งผู้สูงอายุ ผิวหนังเริ่มความหย่อนคล้อย ไม่ยืดหยุ่น และช่วงวัยอื่นๆ ที่มีพฤติกรรมกระทบต่อผิวรอบดวงตา หรือได้รับการถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม โดยเทคนิคที่ใช้แก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การเย็บเก็บถุงเฉพาะบริเวณหางตาใต้ด้วยการผ่าตัดยกคิ้ว หรือยกหางตาซ่อนแผลใต้คิ้ว (Sub-Brow Lift) ซึ่งมีจุดเด่นคือได้ชั้นตาสวยชัด คมเฉี่ยว แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยใต้ตา และไม่ต้องกังวลผลกระทบที่บริเวณชั้นตา นอกจากนี้ยังมี เทคนิคการทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว พร้อมยกกระชับหางตา ที่จะตัดถุงหนังตาส่วนเกินออก และการเย็บกระชับที่ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการทำศัลยกรรมดึงหน้า เมื่อใช้เทคคนิคนี้ทำตาสองชั้น จึงช่วยให้หนังตาตึงกระชับ เต่งตึงมากขึ้น
ทำตาสองชั้นที่ไหนดี
ได้รู้จักเทคนิคหลักที่ใช้ทำตาสองชั้น พร้อมจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละเทคนิคกันไปแล้ว จะเห็นว่าแต่ละเทคนิคต่างออกแบบมาเพื่อช่วยจำลองชั้นตาสองชั้นให้ออกมาเป็นธรรมชาติ ให้ได้เส้นคมชัด และช่วยแก้ไขปัญหารอบดวงตาได้อย่างครอบคลุม และอย่างที่บอกไปว่า การเลือกเทคนิคทำตาสองชั้นเป็นการพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน มาจากการประเมินของแพทย์ โครงสร้างรูปตาเดิม สัดส่วนใบหน้า ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา และความต้องการของคนไข้ แล้วเราจะเลือกทำตาสองชั้น ที่ไหน ที่มั่นใจว่าจะได้รับการประเมินครบถ้วน ผ่าตัดได้ตรงจุด? คำตอบของคำถามนี้ ก็แนะนำให้เราเลือกโฟกัสที่ ‘มาตรฐานของคลินิก’ และ ‘แพทย์ที่มีประสบการณ์การทำตาสองชั้น’ เป็นสิ่งสำคัญ เลือกแพทย์ทำตาสองชั้นที่สามารถทำชั้นตาในรูปแบบที่เราชอบ สามารถปรึกษาความต้องการได้ นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบเรื่องของการรับประกัน หรือการดูแลหลังผ่าตัดได้ด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์การทำตาสองชั้นสวยตรงใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับความปลอดภัย
ที่ Dr.Vii Aesthetic Clinic เรามีแพทย์มากประสบการณ์ด้านการทำตาสองชั้น และแก้ไขปัญหารอบดวงตา เทคนิคเฉพาะทางต่างๆ ที่จะออกแบบแบบ Case By Case ให้เข้ากับโครงสร้างและปัญหาของแต่ละคน มาพร้อมบริการดูแลและให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังทำตาสองชั้น ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการรับประกันนานถึง 1 ปี มั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ตรงใจ ลดความกังวลด้านผลข้างเคียง ทำตาสองชั้น ที่ไหนดี? ให้ Dr.Vii Aesthetic Clinic เป็นหนึ่งในคำตอบ สนใจทำตาสองชั้น/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line: @drviiclinic | Facebook: Dr.Vii Aesthetic Clinic
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)