บริการทางการแพทย์ ศูนย์ศรีพัฒน์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่
คลินิกอายุรกรรม ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางด้านอายุรกรรมทั่วไป รวมทั้งการให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพ โทร 053-934613
โรคไต ให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษาและดูแลผู้ป่วยโรคไตทุกชนิด ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต โทร 053-934613
โรคเลือด บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติและปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือดทุกชนิด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โทร 053-934613
โรคข้อและรูมาติสซั่ม ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคข้อ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติสซั่ม โทร 053-934613
ระบบประสาทและสมอง ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาท โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง โทร 053-934613
ระบบต่อมไร้ท่อ (โรคเบาหวาน,ไทรอยด์) ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคของอวัยวะในระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังและต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง โทร 053-934613
โรคมะเร็ง ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งซึ่งการรักษาจะขึ้นกับชนิดและระยะของโรคมะเร็ง โทร 053-934613
โรคติดเชื้อ ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคติดเชื้อ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน โทร 053-934613
ระบบการหายใจและโรคปอด ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติและโรคทางด้านระบบทางเดินหายใจและโรคปอด โทร 053-934613
คลินิกสูตินรีเวช ให้บริการด้านการวินิจฉัยการรักษาทางสูติ-นรีเวชกรรม และการผ่าตัดเฉพาะสำหรับสุภาพสตรีอย่างครบวงจร แบบองค์รวม โทร 053-936830
คลินิกกุมาร คลินิกกุมารเวช ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ บริการตรวจสุขภาพ การวินิจฉัยโรค และรวมถึงการดูแล รักษาพยาบาลเด็ก โทร 053-936905
คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู ให้บริการตรวจวินิจฉัย ให้คำแนะนำและรักษาผู้ที่มีความผิดปกติของกระดูกกล้ามเนื้อ ระบบประสาทและสมอง โทร 053-934613
คลินิกกระดูกและข้อ ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาทุกปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ในผู้ป่วยทุกช่วงอายุ โทร 053-934642
คลินิกจักษุ ให้บริการดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา ตั้งแต่อาการทั่วไป จนถึงการรักษาที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยจักษุแพทย์ โทร 053-936948
คลินิกศัลยกรรม บริการให้คำแนะนำ ตรวจวินิจฉัย รักษาและผ่าตัด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรม โทร 053-936826
คลินิกระงับปวด ให้บริการวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการปวดที่แท้จริงและให้การดูแลรักษาด้วยการทำหัตถการบำบัดความปวด โทร 053-934613
คลินิกหูคอจมูก ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการและโรคที่เกี่ยวข้องกับ หู คอ และจมูก โทร 053-936826
ศูนย์โรคหัวใจ ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด โทร 053-934759
คลินิกตรวจสุขภาพ การค้นหาความผิดปกติหรือโรคในระยะเริ่มแรกให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะรับมือกับความผิดปกตินั้นตั้งแต่เริ่มแรก โทร 053-936700
คลินิกโรคอ้วน ให้บริการและให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีภาวะโรค อ้วน พร้อมดูแลภาวะเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนและโรคแทรกซ้อน โทร 053-934642
คลินิกผิวหนังและผิวพรรณความงาม ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาปัญหาทางด้านผิวหน้า ผิวพรรณ และความงาม โทร 053-934733
คลินิกสุขภาพเด็กดี การพบแพทย์ตามนัดในคลินิกสุขภาพเด็กดีเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกรักเจริญเติบโตสมวัย โทร 053-934767
คลินิกท่องเที่ยว ให้คำปรึกษาก่อนการเดินทาง , ให้บริการวัคซีนและใบรับรองวัคซีน , วินิจฉัยรักษาโรคที่เกิดจากการเดินทาง โทร 053-934642
คลินิกอาชีวเวชกรรม ให้การบริการด้านอาชีวอนามัย Occupational Health service โทร 053-934767
ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ ให้คำปรึกษาและรักษาโรคทางเดินอาหาร รวมทั้งความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและตับ โทร 053-934766
ศูนย์วัคซีนภาคเหนือ ให้บริการทางด้านวัคซีนต่างๆ ทั้งวัคซีนสำหรับเด็กและวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ โทร 053-936700
ศูนย์ภาพวินิจฉัยศรีพัฒน์ (IMC) ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ โทร 053-934514
ห้องคลอด ให้บริการคลอดคุณภาพโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูตินรีเวช พร้อมพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลอย่างใกล้ชิด โทร 053-936903
ห้องทารกแรกเกิด ดูแลและรับทารกแรกเกิดทุกรายโดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และบริการให้คำปรึกษาการเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โทร 053-936902
หอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) ให้บริการรักษาและดูแลอาการผู้ป่วยให้พ้นจากภาวะวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต เพื่อให้มีอาการดีขึ้น โทร 053-936623
คลินิกไตเทียม ให้บริการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง ตลอด 24 ชั่วโมง โทร 053-938794
ศูนย์ผ่าตัด ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยการผ่าตัด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา โทร 053-936900
แผนกบริการรังสี ให้บริการถ่ายภาพรังสี (X-Ray) โดยเครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิตอลแบบสมบูรณ์ (Full Digital Radiography) โทร 053-936901
คลินิกบริการส่วนหน้า ให้บริการตรวจโรคทางเดินหายใจ สำหรับผู้ที่มีอาการไข้หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ โทร 053-934836
คลินิกจิตเวช ให้บริการตรวจรักษาและให้คำปรึกษาโรคทางจิตเวช คือ ความผิดปกติของจิตใจ พฤติกรรม อารมณ์ และบุคลิกภาพ โทร 053-934434
ศูนย์เวลเนส ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้านสุขภาพ ผิวพรรณและชะลอวัย แบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล โทร 053-934642
คลินิกทันตกรรม ให้บริการด้านทันตกรรม ทั้งการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ตลอดจนการศัลยกรรมเพื่อความงาม โทร 053-934838
เบอร์โทรติดต่อ
ประวัติโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แต่เดิมเทศบาลนครเชียงใหม่มี “โรงพยาบาลเชียงใหม่” เพียงแห่งเดียว ตั้งอยู่ที่ถนนวิชยานนท์ใกล้กับสี่แยกวัดอุปคุต มีเตียงผู้ป่วยได้เพียง 11 เตียง สถานที่คับแคบไม่เหมาะกับการขยายงาน ในปีพุทธศักราช 2482 ทางรัฐบาลจึงได้พิจารณาหาที่ดินที่เหมาะสมเพื่อจัดสร้างโรงพยาบาลเพื่อจะขยายงานด้านตรวจรักษาประชาชนผู้เจ็บป่วย ในที่สุดได้ตกลงซื้อที่ดินบริเวณนอกประตูสวนดอกมีเนื้อที่ 30 ไร่ 80 ตารางวา ในราคา 5,200 บาท และได้ขอแบบอาคารไปยังกรมสาธารณสุขเพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาล และทำการก่อสร้างแล้วเสร็จในปีเดียวกัน ตัวอาคารเป็นตึก 2 ชั้น ยาว 40 เมตร กว้าง 12 เมตร สิ้นค่าก่อสร้าง 38,225 บาท โดยใช้เงินงบประมาณของเทศบาลนครเชียงใหม่
ต่อมาในปีพุทธศักราช 2483 ได้รับเงินงบประมาณของเทศบาลจำนวน 22,050 บาท และเงินสมทบจากกรมสาธารณสุขอีก 2,000 บาท เพื่อก่อสร้างตึกผู้ป่วย 2 ชั้น ทางด้านขวาของตึกโรงพยาบาลหลังแรก(ตึกอำนวยการ)มีเตียงรับผู้ป่วย 50 เตียง นอกจากนั้นยังได้ใช้เงินงบประมาณของเทศบาล 3,800 บาท สร้างโรงครัว และ 1,650 บาท สร้างโรงซักฟอกและโรงพักศพ ในขณะเดียวกันกรมสาธารณสุขได้จัดสร้างถังน้ำให้กับโรงพยาบาลในราคา 837.96 บาท
ต่อมา นายแพทย์ยง ชุติมา ได้อุทิศที่ดินติดกับโรงพยาบาล จำนวน 4 ไร่เศษ ทำให้บริเวณของโรงพยาบาลมีเนื้อที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าดูสวยงามขึ้น เมื่อก่อสร้างเสร็จสิ้นพอที่จะเปิดบริการผู้ป่วยได้ เทศบาลมีปัญหาในการจัดหาแพทย์มาปฏิบัติงาน จึงได้โอนโรงพยาบาลแห่งนี้ให้ไปสังกัดในกรมสาธารณสุขเมื่อปีพุทธศักราช 2484 และมอบเครื่องมือแพทย์ของโรงพยาบาลเก่าให้นำไปใช้ในโรงพยาบาลที่เปิดใหม่เกือบทั้งหมด พร้อมกับมีการตกลงให้ใช้ชื่อโรงพยาบาลว่า “โรงพยาบาลนครเชียงใหม่” และเปิดบริการผู้ป่วยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484
เมื่อปี พ.ศ. 2485 กรมสาธารณสุขได้โอนโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ ให้ไปสังกัดกรมการแพทย์เพื่อดำเนินการต่อไปปัญหาในด้านบริการผู้ป่วยที่ตามมาก็คือพระภิกษุสามเณรอาพาธ ที่มารับบริการที่มารับการรักษาพยาบาลปะปนอยู่กับประชาชนทั่วไปนั้นเป็นการไม่สะดวก จึงได้ก่อสร้างตึกสงฆ์หลังแรกเมื่อปีพ.ศ. 2493 เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องรวมสำหรับผู้ป่วย 12 เตียง ชั้นบนเป็นห้องแยกมี 6 ห้อง ใช้เงินค่าก่อสร้าง 65,000 บาท เมื่อรวมค่าเตียงและครุภัณฑ์อื่นๆด้วยแล้วคิดเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 304,305.56 บาท การก่อสร้างและจัดซื้อครุภัณฑ์ทั้งหมดนี้ได้จากเงินบริจาคของพ่อค้า คหบดี ในจังหวัดเชียงใหม่
ในโอกาสเดียวกันกรมการแพทย์ก็ได้โอนเงินช่วยเหลือของประธานาธิบดีทรูแมนแห่งสหรัฐอเมริกามาให้เพื่อก่อสร้างตึกเอกซเรย์ ห้องปฏิบัติการ และตึกผ่าตัด
ในปี พ.ศ. 2495 นายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (ขุนสมานเวชชกิจ),ผู้แทนกรมอนามัย,ผู้แทนองค์การอนามัยโลก และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่(นายอุดม บุญประสพ) ได้ร่วมมือกันสร้างตึกสูติกรรม 2 ชั้น ยาว 45 เมตร กว้าง 8 เมตร รับผู้ป่วยได้ 52 เตียง โดยใช้ค่าก่อสร้าง 461,330.80 บาท งบประมาณจำนวนนี้ได้มาจากเงินผู้บริจาคให้โรงพยาบาล 109,560.25 บาท จากแผนกอนามัยหน่วยสงเคราะห์แม่และเด็ก 10,455.25 บาท จากอำเภอต่างๆของจังหวัดเชียงใหม่ 22,719 บาท และเงิน ก.ศ.ส. ซึ่งกรมการแพทย์ขอมาได้ 300,000 บาท การก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2496 องค์การอนามัยโลกจัดส่งอุปกรณ์ซึ่งประกอบด้วยเตียงผู้ป่วย พร้อมด้วยตู้ข้างเตียง 52 ชุด เตียงทำคลอด 1 เตียงและที่นอน 50 ผืน เพื่อใช้ในกิจการของอาคารผู้ป่วยสูติกรรมหลังนี้
ในปีพ.ศ. 2500 เนื่องในการที่รัฐบาลได้ดำริจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งที่ 3 ขึ้นในส่วนภูมิภาคในจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีโครงการที่จะโอนกิจการของโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ไปสังกัดคณะแพทยศาสตร์ โดยซื้อที่ดินเพิ่มเติมในบริเวณใกล้เคียงอีก 146 ไร่เศษ และกรมอนามัยก็ได้ให้ความร่วมมือโดยมอบอาคารโรงเรียนผดุงครรภ์ ซึ่งมีตึก 2 ชั้น 2 หลัง พร้อมด้วยที่ดินที่ติดกับโรงพยาบาลให้คณะแพทยศาสตร์ได้สร้างโรงเรียนผดุงครรภ์ให้ใหม่เป็นการทดแทนที่จังหวัดลำปาง
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2503 ได้มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ และให้โอนกิจการของโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ไปสังกัดคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในขณะนั้นโรงพยาบาลมีเตียงสำหรับผู้ป่วยใน 120 เตียง และโรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลทั่วไปที่เป็นของราชการเพียงโรงพยาบาลเดียวในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่คณะแพทยศาสตร์จะได้ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย 7 ชั้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ศึกษาและรับผู้ป่วยนั้น คณะแพทยศาสตร์จำเป็นต้องขยายงานโดยสร้างอาคาร 3 ชั้น อีก 3 อาคาร อาคารรับผู้ป่วยศัลยกรรม อายุรกรรม และตึกเด็ก ชั้นล่างของอาคารศัลยกรรมมีห้องผ่าตัด 4 ห้อง มีผลให้โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 350 เตียง ต่อมาสมาชิกตระกูลนิมมานเหมินท์ และชุติมา ได้ร่วมกันบริจาคเงินเป็นค่าก่อสร้างตึกผู้ป่วยพิเศษ นิมมานเหมินท์-ชุติมา เป็นอาคาร 2 ชั้น มีห้องรับผู้ป่วยได้ 20 ห้อง ตึกกานดาวิบูลย์สันติ เป็นอาคารอีกหลังหนึ่งที่โรงพยาบาลได้รับบริจาคเพื่อใช้เป็นตึกสำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเป็นตึก 2 ชั้น มีที่สำหรับผู้ป่วยได้ 40 เตียง
ในปีพ.ศ. 2507 ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ในภาคเหนือ ได้ร่วมกันบริจาคเงินจำนวน 670,000 บาท เพื่อก่อสร้างตึกสงฆ์เพิ่มอีก 1 หลัง เนื่องจากจำนวนพระภิกษุ สามเณรอาพาธ มารับการรักษามากขึ้นเป็นลำดับ
อาคารนี้เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่ตรวจโรคพระภิกษุและสามาเณรที่มาขอรับการรักษา และมีเตียงรับผู้ป่วยได้ 22 เตียง ชั้นบนมีห้องเดียวทั้งหมดประมาณ 20 ห้อง คณะแพทยศาสตร์ ได้ย้ายโรงพยาบาลจากอาคารเดิมมายังอาคาร 7 ชั้น ในเดือนกรกฎาคม 2512 อาคารนี้มีขนาดยาว 280 เมตร กว้าง 90 เมตร มีจำนวนเตียงพิเศษ 30 เตียง และเตียงสามัญประมาณ 470 เตียง มีห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอก ซึ่งมีห้องตรวจของภาควิชาต่างๆทุกภาค มีห้องผ่าตัดและห้องคลอดครบถ้วน เมื่อได้ย้ายสถานที่ตรวจและรักษาโรคมายังอาคาร 7 ชั้น จำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยเฉพาะสถานที่ตรวจโรคผู้ป่วยนอกต้องเพิ่มความแออัดมากขึ้น จำนวนห้องผ่าตัดมีเพียง 6 ห้อง และจำนวนผู้ป่วยอุบัติเหตุและผู้ป่วยฉุกเฉินมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ก่อให้เกิดความแออัดโดยเฉพาะผู้ป่วยศัลยกรรมและผู้ป่วยศัลยกรรมออโทปิดิกส์
ในปีพ.ศ. 2516 คณะแพทยศาสตร์ ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารตรวจโรคผู้ป่วยและผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งอาคารผู้ป่วยพิเศษซึ่งเป็นอาคาร 6 ชั้น การก่อสร้างได้แล้วเสร็จและเปิดใช้งานได้ในปีพ.ศ. 2521 ทำให้สถานที่ตรวจโรคกว้างขวางมากขึ้น และสามารถเปิดรับผู้ป่วยพิเศษได้อีก 54 ห้อง
ในปีพ.ศ. 2520 ได้รับงบประมาณก่อสร้างต่อเติมอาคารโรงพยาบาล ซึ่งจะมีห้องผ่าตัด ห้องคลอด ห้องเด็กแรกคลอด ห้องผู้ป่วยหนัก ห้องพักฟื้น ห้องทำลายเชื้อ ห้องทำน้ำยาปราศจากเชื้อ ห้องเก็บศพ ตลอดจนห้องทำงานภาควิชาวิสัญญีวิทยา รวมทั้งครุภัณฑ์อุปกรณ์การแพทย์ครบครัน ในวงเงิน 167 ล้านบาทเศษ การก่อสร้างต่อเติมตึกผ่าตัดใหม่นี้จะทำให้จำนวนห้องผ่าตัดเดิม 6 ห้อง เพิ่มเป็น 20 ห้อง ห้องคลอดเพิ่มขึ้นจนเพราะความต้องการ และห้องทำลายเชื้อ ซึ่งจะเป็นที่รวมCentral Supply ของโรงพยาบาลเป็นส่วนกลางและการทำการผลิตน้ำยาปราศจากเชื้อจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปีพ.ศ. 2521 คณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่แหวนสุจิณฺโณได้มีเจตนาที่จะสร้างถาวรวัตถุเพื่อเป็นที่ระลึกต่อหลวงปู่ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วประเทศ ในวาระที่หลวงปู่แหวนสุจิณฺโณมีอายุครบ 90 ปี จึงได้สร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่แหวนสุจิณฺโณ รุ่น ภ.ป.ร. โดยมีพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นประธานกรรมการจัดสร้างเพื่อนำเงินจากการให้บูชาเหรียญมาเป็นทุนเริ่มแรกพร้อมทั้งได้เปิดรับบริจาคจากประชาชนทั่วไป ซึ่งสอดคล้องกับโครงการขยายบริการของโรงพยาบาล ของคณะแพทยศาสตร์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะที่ 4 ซึ่งได้ให้ชื่ออาคารนี้ว่าอาคาร “สุจิณฺโณ” หลังจากนั้นก็ยังมีการก่อสร้างอาคารใหม่เพิ่มขึ้นอีกจนถึงปัจจุบัน