
กรุงเทพที่ดีกว่า ควรจะเป็นแบบไหน
ที่ผ่านมาสี่ปี เราทำให้(กรุงเทพ) มันน่าอยู่ขึ้น ด้วยการทำให้ปัญหาของทุกคนที่มันรุมเร้าอยู่ ผ่อนคลายลง ที่นี้มันต้องมุ่งหน้าไปอีกที่หนึ่ง ก็คือ “ก้าวกระโดด” ไปว่า
เมือง(ต้องเป็น)โอกาสที่จะทำให้คนเข้ามาลงทุน
ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับการลงทุน สำหรับการจ้างงาน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในแบบที่หรูหรา ไฮโซ ที่ขับดันมูลค่าสูงๆ หรือแม้แต่ เศรษฐกิจข้างถนน Street Food เศรษฐกิจที่เป็นเอกลักษณ์ (uniqueness) เศรษฐกิจที่เป็นอัตลักษณ์ (Identity) ของย่าน ดึงมันออกมาให้ผสมผสานกัน
สมมติว่าเดินไปบนถนนหนึ่ง เรามีทางเดินที่ดี มีต้นไม้ มีอากาศสบาย ได้
ในขณะเดียวกัน เราเห็นคนใช้ชีวิตด้วยความสุข มีความหมาย แล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเขามีความหวัง กับการดำรงชีวิต
ในขณะเดียวกัน ถ้าเกิดเหตุอะไรที่ไม่คาดฝัน หรือเหตุจะต้องรักษาสุขภาพ หรือความปลอดภัย เขาต้องมั่นใจมากพอว่า “เมืองสามารถที่จะช่วยเขาได้ในวันที่เขาอ่อนแอ”
มีนโยบายที่ยังคาใจ อยากทำอยู่?
ในหนึ่งเรื่องที่วิ่งมาเลยก็คือว่า “สาธารณสุขไม่ใช่เรื่องนึกอยากจะทำอะไรก็ทำได้” เพราะว่าสาธารณสุขกรุงเทพฯ มันไม่ได้ทำคนเดียว มันต้องเข้าใจงานของทุกๆ ส่วนแล้วร้อยเชื่อมกันให้ได้
การที่เราแบ่งโชนสุขภาพ การที่เราร้อยเชื่อมปฐมภูมิมาไว้ ทำให้ระบบมันมีกลไกวางอยู่ ต่อไป จะเป็นการ “เติมเข้าไปในกลไก” นั้นๆ ทำให้ประชาชน “ง่ายขึ้น” กับการที่ต้องเข้าถึงสาธารณสุขทั้งหมด ไม่ต้องมานั่งคอยคิด ว่าต้องไปที่นู่น ไปที่นี้ สิทธิ์นู้นสิทธิ์นี้ คือ “หยุดอันนั้นทั้งหมด” อันนั้นเป็นเรื่องหลังบ้าน
อาจารย์คิดว่า อันนี้ที่คาใจสุดๆ เป็นอันดับหนึ่ง
แต่จริงๆ มีอันดับ 2 คือ ในเรื่องของการบริหารระบบภายใน ของกรุงเทพมหานครเอง เรายังไม่สามารถทำให้มันเป็นระบบที่เดินได้เอง แล้วปราศจากปัญหาแล้วมองหาปัญหา... ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้
เพราะฉะนั้นมันอีกนิดหนึ่งค่ะ อีก 4 ปีเสร็จค่ะ
ที่จริงต้องเสร็จก่อน 4 ปี ไม่งั้นจะไม่เห็นการ "ก้าวกระโดด" ในปีสุดท้าย
กรุงเทพฯ มีประเด็นที่น่าสนใจมากคือ “ด้านกฎหมาย“
มีอำนาจหลายตัวมากที่เราใช้พระราชบัญญัติอื่นอยู่ แล้วพระราชบัญญัติอื่นเราไม่ได้เป็นคนแก้ได้ เพราะฉะนั้น การเอาพระราชบัญญัติหลายๆ ตัวที่ฐานะเท่ากัน มาทำให้กรุงเทพทำงานสะดวกขึ้น อันนี้ท้าทายสุดๆ
กฎหมายโดยปกติไม่ค่อยได้ฟอร์ไซต์ (foresight) หลายเรื่องที่เราทํา เราต้องการการก้าวกระโดด พอต้องการการก้าวกระโดดอาจจะเป็นเรื่องใหม่ อาจจะเป็นสิ่งใหม่ บางครั้งกฎหมายหรือระเบียบตามไม่ทัน
ดังนั้นการออกแบบให้กฎหมายและระเบียบตามทัน แล้วปลอดภัยพอทั้งสำหรับ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติงาน และทั้งกับประชาชนที่ได้ประโยชน์ แล้วจะไม่ถูกประโยชนนั้นคุกคามในภายหลัง คิดว่า สองประเด็นหลังนี้ ชาเล้นจ์สุดๆ ค่ะ
บทสรุป : มีสองประเด็นท้าทายที่ รองฯ ทวิดา หวังจะจัดการให้ได้ในวาระสี่ปีข้างหน้า นั่นคือ 1) การจัดการระบบสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร ให้มีกลไกที่รองรับและดำเนินการเพื่อให้ “ประชาชน” ได้เข้าถึงการดูแลรักษาได้ง่าย ไร้รอยต่อ ไร้กำแพงสิทธิที่ขีดกั้นการเข้าถึงระบบสุขภาพที่จำเป็นต้องได้ และ 2) การจัดการด้านกฏหมายที่กรุงเทพจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการให้มีความก้าวหน้า เอื้อและทันต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องครอบคลุมและคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสูงสุด
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ

50เขต กทม. ฉีดวัคซีนหมาแมวป้องกันพิษสุนัขบ้า ฟรี (กันยายน 2569)

คู่มือสําหรับการจัดการตนเองเมื่อถูกกลั่นแกล้งรังแก (สําหรับเด็กและเยาวชน)

คุณแม่คุณพ่อมือใหม่ ประกันสังคมจัดเต็ม ช่วยค่าฝากครรภ์ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร

บ้านพักผู้สูงวัย : ความท้าทายของบั้นปลายชีวิต

วิกฤตและโอกาส: อนาคตตลาดแรงงานไทย ภายใต้การเข้ามาของ AI

กทม ชวนตรวจสุขภาพฟรี ที่ BKK Wellness Clinic 12 รพ.กทม. และคาราวานสุขภาพ

คำแนะนำโภชนาการปี 2026 - หมอสันต์ ใจยอดศิลป์

บำรุงราษฎร์ ชู Ready for Every Move, Naturally ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ
BDMS Wellness Clinic ต่อยอดแนวคิด Health Is the Ultimate Wealth

Premium Clinic คลินิกรูปแบบพิเศษ โรงพยาบาลหาดใหญ่